วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
5 อันดับโรค คนไทยพึงระวัง! ปี 58 ป่วยสูงสุด ถึงเวลาต้องรับมือ

5 อันดับโรค คนไทยพึงระวัง! ปี 58 ป่วยสูงสุด ถึงเวลาต้องรับมือ

  • Share:

โรคภัยไข้เจ็บ เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากรู้ข้อมูลพื้นฐานและวิธีป้องกัน จะสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ที่ผ่านมาคนไทยมักตื่นตัวกับโรคที่เป็นกระแสข่าวโด่งดัง แต่ใครจะทราบว่า ยังมีอีกหลายโรคที่คนไทยนิยมเป็น และเกิดขึ้นทุกปี จนเรามองข้ามไป

จากการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับโรคภัยตลอดปี 2558 พบว่า ในปีนี้มีการระบาด และติดต่อของโรคที่หลากหลายมาก ทั้งจากนอกประเทศและในประเทศ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวม 5 โรคระบาดและติดต่อในประเทศไทย ที่คนเป็นกันมากที่สุด พร้อมจำนวนผู้ป่วยที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง...

เริ่มกันที่โรคแรก นั่นคือ โรคมือเท้าปาก พบผู้ป่วย 37,330 ราย เสียชีวิต 3 ราย พบรายงานการระบาดที่ ศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก และโรงเรียนอนุบาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ซึ่งมีความชื้นสูง เนื่องจากเหมาะแก่การเจริญของเชื้อโรคต่างๆ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาตรการป้องกันตามสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยคัดกรองเด็กเป็นประจำทุกวันในช่วงเช้า แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ ล้างมือบ่อยๆ รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ ของเล่น ของใช้ เป็นประจำทุกสัปดาห์ หากพบผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก ควรแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านทันที

โรคมือเท้าปาก พบรายงานการระบาดที่ ศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก และโรงเรียนอนุบาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน


ถัดมาคือโรคที่พบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี คือ โรคไข้หวัดใหญ่ มียอดผู้ป่วย 69,798 ราย เสียชีวิต 28 ราย ส่วนมากพบผู้ป่วยวัยเด็กอายุประมาณ 0-4 ปี สูงถึง 345.14 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือกลุ่ม 5-9 ปี และกลุ่ม 10-14 ปี ภาคกลางเป็นพื้นที่ที่มีการกระจายของโรคมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคเหนือ โดยช่วงที่ผู้ป่วยมีจำนวนมากคือ กลางปีฤดูฝนถึงฤดูหนาว ผู้ที่เสี่ยงต่อการป่วยรุนแรง ได้แก่ ผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป เป็นต้น ฉะนั้นประชาชนสามารถขอรับวัคซีนป้องกันโรค โดยทางกระทรวงสาธารณสุขจะแจกให้กับประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน 3 ล้านโดส ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคมของทุกปี

พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ วัยเด็กอายุประมาณ 0-4 ปี สูงถึง 345.14 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ กลุ่ม 5-9 ปี และกลุ่ม 10-14 ปี


ทั้งนี้ โรคยอดฮิตที่พบกันบ่อยมากในพื้นที่ที่คนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก นั่นคือ โรคอาหารเป็นพิษ จำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 120,126 ราย แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิต ซึ่งระบาดหนักในช่วงที่มีงานเทศกาลที่ต้องประกอบอาหารให้คนจำนวนมาก จากรายงานการศึกษาพบว่า อุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส เป็นผลให้มีผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 พบในโรงเรียนมากที่สุด รองลงมาคือ ทัศนศึกษาดูงาน และการประชุมสัมมนา ฉะนั้นควรยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ เลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ รวมถึงอาหารที่ไม่ผ่านความร้อน เช่น อาหารทะเล และยำต่างๆ รวมถึงผู้ประกอบอาหารค้องมีสุขอนามัยที่ดี เน้นความสะอาดของสถานประกอบการเป็นสำคัญ

อุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส เป็นผลให้มีผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษเพิ่มขึ้นร้อยละ 15

ขณะเดียวกัน โรคที่ตกเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในสังคมไทยเป็นอย่างมากตอนนี้ คือ โรคไข้เลือดออก เนื่องจากกระแสข่าวของพระเอกดัง ที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าว ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน จนต้องเข้ารักษาตัวเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน พบจำนวนผู้ป่วย 123,169 ราย เสียชีวิต 116 ราย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 10-14 ปี รองลงมาคือกลุ่ม 5-9 ปี และ 15-24 ปี ตามลำดับ กระจายทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยผู้ป่วยสะสมสูงสุดอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ตามลำดับ คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2559 มีแนวโน้มที่จะเกิดการระบาดใหญ่อีกครั้ง เนื่องจากไข้เลือดออกมักจะมีการแพร่ระบาด 2 ปีต่อเนื่อง จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนในการป้องกันไข้เลือดออกอย่างเข้มข้น และต่อเนื่อง

โรคไข้เลือดออก กระจายทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยผู้ป่วยสะสมสูงสุดอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ

มาถึงโรคที่คนไทยเป็นกันมากที่สุดในปีนี้ นั่นคือ โรคปอดบวม พบยอดผู้ป่วย 192,189 ราย เสียชีวิต 406 ราย ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มีทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ทั้งนี้ จะพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงพื้นที่ที่มีฝนตก ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสได้ดี ทั้งนี้ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ฉะนั้นควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ควรดูแลอย่างใกล้ชิด

โรคปอดบวม คนไทยเป็นกันมากที่สุดในปี 58

อย่างไรก็ตาม โรคเหล่านี้ยังคงกลับมาระบาด และติดต่ออยู่ในทุกๆ ปี นับว่าเป็นโรคประจำถิ่นของประเทศไทย ฉะนั้นการเตรียมรับมือ และป้องกันการแพร่ระบาด เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะเนื่องจากอาการของโรคที่อันตรายแล้ว ยังนำมาสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อาจทำร้ายอวัยวะบางส่วนของร่างกาย หรือหากรุนแรงกว่านั้น อาจส่งผลต่อชีวิตก็เป็นได้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้