วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โรคไบโพลาร์ (ตอนที่ 3) ตัวเราหรือคนรอบข้างเป็นโรคนี้หรือไม่?

โรคไบโพลาร์ (ตอนที่ 3) ตัวเราหรือคนรอบข้างเป็นโรคนี้หรือไม่?

  • Share:

จากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้นำเสนอเกี่ยวกับการจำแนกอาการโรคไบโพลาร์ สำหรับศุกร์นี้ไปสังเกตคนรอบข้างหรือสมาชิกภายในบ้านว่ามีอาการหรือเข้าข่ายโรคดังกล่าวหรือไม่

สำหรับอาการระยะซึมเศร้าจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป มักเป็นหลังจากที่มีเรื่องกระทบกระเทือนใจ เช่น สอบตก เปลี่ยนงาน มีปัญหาครอบครัว แต่จะต่างจากปกติคือ มีอาการซึมเศร้าเป็นเวลานาน งานการทำไม่ได้ ขาดงานบ่อยๆ ส่วนอาการระยะเมเนียมักเกิดขึ้นเร็ว และเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ จนภายใน 2–3 สัปดาห์ อาการจะเต็มที่ อารมณ์รุนแรง ก้าวร้าว จนต้องพาไปโรงพยาบาล อาการในครั้งแรกๆ จะเกิดขึ้น หลังมีเรื่องกดดัน แต่หากเป็นหลายๆ ครั้ง มักจะเป็นขึ้นมาเองโดยไม่มีสิ่งใดมากระตุ้น

หากสงสัยว่าคนรอบข้างเป็นโรคไบโพลาร์หรือไม่ ให้สังเกตอาการในระยะเมเนีย ซึ่งผู้ป่วยเองจะไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติ แต่จะมองว่าช่วงนี้ตัวเองอารมณ์ดีหรือใครๆ ก็ขยันกันได้ แต่หากเป็นระยะซึมเศร้า คนที่เป็นก็จะพอบอกได้ว่าตนเองเปลี่ยนไปจากเดิม และหากคนใกล้ชิดสนใจก็สังเกตเห็นได้ไม่ยาก เพราะผู้ป่วยจะดูซึมๆ อมทุกข์ สำหรับอาการแบบเมเนียจะบอกได้ยากกว่า โดยเฉพาะในระยะแรกๆ ที่อาการยังไม่แสดงออกไม่มากนัก เพราะดูเหมือนเป็นแค่คนขยัน อารมณ์ดีเท่านั้นเอง แต่ถ้าสังเกตจริงๆ จะเห็นว่าลักษณะแบบนี้ไม่ใช่ตัวตนของเขา

สำหรับอัตราการพบผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ พบได้ประมาณร้อยละ 1 เป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่วนมากจะมีอาการครั้งแรกระหว่างอายุ 15-24 ปี แต่บางรายอาจมีอาการเมื่ออายุ 50-60 ปี ก็ได้

เป็นไงกันบ้างครับ พอจะเห็นแนวทางในการสังเกตคนรอบข้างหรือสมาชิกภายในครอบครัวเกี่ยวกับโรคไบโพลาร์กันแล้ว อย่างไรก็ตาม หากไม่มั่นใจหรือข้องใจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะเป็นผู้ที่สามารถ บอกท่านได้อย่างดีที่สุด

รองศาสตราจารย์นายแพทย์มาโนช หล่อตระกูล
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้