วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กูรู ผ่ามาตรการรัฐ 'เศรษฐกิจปีวอก' สดใส จริงหรือ​?

ก้าวเข้าสู่ปี 2559 กันเป็นที่เรียบร้อย ใครหลายคนคงเริ่มวางแผนที่จะทำสิ่งต่างๆ ในปีนี้ โดยมีเรื่องราวต่างๆ จากปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจมีบางเรื่องที่ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และ 1 ในนั้น คือเรื่องของ "เศรษฐกิจ" ที่ต้องยอมรับว่า เป็นตัวชี้วัดคุณภาพชีวิต และปากท้องของคนในชาติ

ในปี 58 ที่ผ่านมา คนไทยไม่ว่าฐานะใด ล้วนต้องผ่านช่วงเวลาที่เรียกว่า "วิกฤติเศรษฐกิจ" กันมาทั้งสิ้น ทั้งจากวิกฤติฟองสบู่จีน หนี้กรีซ เหตุการณ์ก่อการร้ายกรุงปารีส หรือแม้แต่เหตุระเบิดราชประสงค์ ที่ทำให้การท่องเที่ยวไทย เศรษฐกิจ กระทบไปตามๆ กัน แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมแพ้ ต่างชูนโยบายต่างๆ มาผลักดัน และกระตุ้นเศรษฐกิจไทยกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเร่งเบิกจ่ายเงินโครงการขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท การจัดสรรเงินให้เปล่าตำบลละ 5 ล้านบาท และการปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้าน การยกเว้นภาษีให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือแม้แต่มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการเรียกฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับมาอีกครั้ง

แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ก็คงทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจของใครหลายคน ว่าในปี 59 นี้ เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเป็นไปอย่างไร? มีปัจจัยเรื่องใดบ้างที่จะมาช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักยิ่งกว่า วันนี้ 'ไทยรัฐออนไลน์' มีคำตอบ...

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงปัจจัยที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า ปัจจัยแรก คือ การที่รัฐบาลมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบมากขึ้น ทั้งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนด้านเมกะโปรเจกต์ การขอความร่วมมือจากต่างประเทศ การทำพีพีพี ตลอดจนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ ซึ่งจะเป็นลักษณะของการเตรียมเม็ดเงินลงทุน ฉะนั้น การที่รัฐบาลเร่งในเรื่องนี้ จะช่วยส่งเสริมภาคการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง การจ้างงาน และยังทำให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาพื้นที่ทางธุรกิจต่างๆ

ปัจจัยต่อมา คือ การใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ในเรื่องกองทุนหมู่บ้าน งบตำบล และงบของเอสเอ็มอี รวมทั้งการลดค่าธรรมเนียมการโอนต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะคาบเกี่ยวไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ในปี 59 โดยเม็ดเงินจะเข้าไปช่วยพยุงเศรษฐกิจ เพราะช่วยพยุงรายได้ของคนทั้งประเทศนั่นเอง ทั้งนี้ ในการประมูล 4 จี ที่ผ่านมา ทั้ง 2 คลื่น เม็ดเงินที่ได้จากประมูลจะทำให้ธุรกิจเหล่านั้นเร่งขยับขยาย 4 จี ต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าใช้บริการ 4 จี มากขึ้น ทั้งการติดตั้งเสาหรืออุปกรณ์เพิ่ม การทำแอพพลิเคชั่นรองรับ 4 จี ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคึกคักของธุรกิจ และส่งเสริมอีคอมเมิร์ซ ที่ช่วยให้การอัพโหลดข้อมูลทำได้เร็วขึ้น ส่งเสริมกิจกรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นฐานที่ไทยจะหารายได้จากการขายทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับด้านการท่องเที่ยวนั้น นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หลังจากไม่ถูกเอียซ่าปรับลดมาตรฐานการบิน จึงส่งผลให้ไทยไม่มีปัจจัยลบด้านการท่องเที่ยว ภาพการท่องเที่ยวไทยสดใสขึ้น ส่วนปัจจัยต่อมาที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปีหน้าได้นั้น คือ เรื่องของราคาน้ำมันที่ทรงตัวระดับต่ำ เพราะทำให้ไทยนำเข้าน้ำมันถูกลง ต้นทุนการเดินทาง ค่าครองชีพ การผลิตก็จะถูกลงไปด้วย นั่นหมายความว่า ราคาสินค้าก็จะไม่แพง ประชาชนจับจ่ายใช้สอยได้ง่ายขึ้น และอีกปัจจัยส่งท้าย คือ ภาวะของเศรษฐกิจโลก ที่มีทิศทางฟื้นตัวขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อการส่งออกของไทยว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเป็นไปตามเศรษฐกิจโลกนั่นเอง

ด้าน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ในปี 2559 เศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น จากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแบบเต็มรูปแบบ เพราะมีการปรับลดภาษี 0% ซึ่งจะเกิดขึ้นในกลุ่ม CLMV โดยจะทำให้สินค้าไทยส่งออกไป CLMV เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก รวมถึงการฟื้นตัวของการลงทุนของภาคเอกชน การขยายตัวของการก่อสร้างเมืองใหม่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่วนปัจจัยทางด้านเสถียรภาพทางการเมือง ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้นแน่นอน หากการร่างรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย หรือมีความคืบหน้าในการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยในปี 2560

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าววิเคราะห์ด้วยว่า สำหรับภาคการบริโภคและภาคการลงทุนในปี พ.ศ. 2559 ปีหน้าจะกระเตื้องขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างภาครัฐ งบประมาณปี พ.ศ. 2559 วงเงิน 2.72 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีงบประมาณที่ผ่านมา และงบรายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้น 20% และ กระแสการไหลเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษหากไม่มีปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2558 แต่เป็นลักษณะค่อยๆ ฟื้นตัวเนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ มีเพียงบางอุตสาหกรรมเท่านั้นที่อยู่ในระดับสูงและอาจมีการลงทุนใหม่ในระยะต่อไป ด้านการลงทุน SMEs น่าจะเพิ่มขึ้นจากมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การลดภาษีนิติบุคคล แต่ความท้าทายของการลงทุนภาคเอกชนในปีหน้าเป็นเรื่อง ความผันผวนทางการเงิน เงินบาทอ่อน ต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคตและปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง รวมทั้งความต่อเนื่องและความคงเส้นคงวาของนโยบายภาครัฐ

ภาพรวมการท่องเที่ยวและการส่งออก มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของตลาดอาเซียนและสหรัฐอเมริกา โดยในปีหน้า คาดว่า เศรษฐกิจอาเซียน 5 ประเทศหลัก จะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ย 5% และตลาดอาเซียนคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 4 หรือ 25% ของมูลค่าส่งออกของไทย

ท้ายที่สุดแล้ว ปัจจัยต่างๆ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ให้ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ดังที่ทุกคนคาดหวังไว้หรือไม่? เรายังคงต้องติดตามกันต่อไป.

ในปี 59 เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเป็นไปอย่างไร? มีปัจจัยเรื่องใดบ้างที่จะมาช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักยิ่งกว่า วันนี้ 'ไทยรัฐออนไลน์' มีคำตอบ ... 14 ธ.ค. 2558 09:17 1 ม.ค. 2559 20:39 ไทยรัฐ