วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ยะใส' ห่วงอำนาจถ่วงดุล-ตรวจสอบ หวั่นการเมืองครอบงำระยะยาว

'ยะใส' ห่วงอำนาจถ่วงดุล-ตรวจสอบ หวั่นการเมืองครอบงำระยะยาว

  • Share:

"สุริยะใส" วอน กรธ.อย่าริบอำนาจ ปชช.เข้าชื่อถอดถอน ห่วงหลักการถ่วงดุลตรวจสอบล้ม ติงเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระอาจถูกการเมืองครอบ จะพังในระยะยาว แนะเพิ่มหลักการถ่วงดุลตรวจสอบโดย ปชช.

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.58 นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ตัดอำนาจถอดถอนของวุฒิสภาออก โดยจะให้องค์กรอิสระอื่นทำหน้าที่แทนนั้นว่า ตนมีคำถามต่อ กรธ.ว่าจะตัดสิทธิการเข้าชื่อของประชาชน เพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกไปด้วยหรือไม่ ถ้ายังคงอยู่จะมีกระบวนการอย่างไร และองค์กรใดจะทำหน้าที่รองรับสิทธิของประชาชนตรงนี้ แต่ถ้าตัดสิทธิในส่วนนี้ของประชาชนทิ้งไป ก็จะเป็นการรอนสิทธิของประชาชนให้จองจำอยู่แค่การเลือกตั้ง สิทธิถอดถอนที่เป็นเรื่องใหม่และสะท้อนความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญไทยที่มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และปี 2550 จะจบลง ซึ่งกลไกถอดถอนโดยประชาชน ถือเป็นการยกระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนให้ไปไกลกว่าการเลือกตั้ง

ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านๆ มา เลือกตั้งแล้วก็แล้วกันไป ทำให้การเมืองยึดโยงกับประชาชนแค่ตอนเลือกตั้งเท่านั้น หลังเลือกตั้งการเมืองก็เลยกลายเป็นเวทีเจรจาผลประโยชน์ของคนส่วนน้อย นอกจากนี้กลไกลถอดถอนโดยประชาชน ยังเป็นการสร้างสมดุลในระบบตรวจสอบและถ่วงดุลประกันสิทธิประชาชนตลอดเวลา เมื่อมีสิทธิเลือกผู้แทนได้ก็ย่อมถอดถอนได้ถ้าผู้แทนไม่รักษาสัญญาประชาคม ดังนั้นจนจึงอยากให้ กรธ.คงกลไกส่วนนี้ไว้ รวมทั้งกลไกการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชนด้วย ทั้งกลไกถอดถอนและเสนอกฎหมายโดยประชาชนถือเป็นสิทธิริเริ่มเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพเพราะไม่มีกฎหมายลูกรองรับ และพอเข้าสู่กระบวนการในสภาผู้แทนราษฎร มักจะถูกดองหรือมีความพยายามทำให้เรื่องตกไป ฉะนั้น กรธ.ควรปรับปรุงให้กลไกส่วนนี้ทำงานได้จริง ไม่ใช่คิดแต่จะตัดทิ้งท่าเดียว

"การถ่ายโอนอำนาจถ่วงดุลตรวจสอบจากการเมืองไปให้ให้องค์กรอิสระอาจจะดูดีในระยะสั้น แต่ในระยะยาวถ้าองค์กรอิสระไม่อิสระจริง การเมืองเข้าไปครอบงำได้ก็จะล้มเหลวอีกตามเคย เหมือนตอนรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 แต่ถ้าเพิ่มหลักการและกลไกถ่วงดุลตรวจสอบที่ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น จะทำให้ระบบการเมืองไทยในระยะยาวเกิดความสมดุลของระบบถ่วงดุลตรวจสอบได้มากกว่า" นายสุริยะใส กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้