ข่าว
100 year

เล่นวินัย-เด้งทันที ฟันขรก. คนไม่ผ่านประเมิน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ธ.ค. 2558 04:14 น.
SHARE

บิ๊กตู่สั่งก.พ.-ก.พ.ร.รื้อเกณฑ์ใหม่ กรธ.แบไต๋-เปิดทาง‘ส.ว.หน้าเดิม’ ‘วิลาศ’ฉะ‘ชายหมู’หลบไปอยู่ดอย

“บิ๊กตู่” ไล่เค้นผลงานข้าราชการ-พนักงาน รสก.-อปท. สั่ง ก.พ. และ ก.พ.ร.รื้อเกณฑ์ประเมินผลงานใหม่ มีคาดโทษใครไม่ผ่านประเมิน เจอฟันทั้งวินัย-ติดสนับก้นเด้งทันที สมช.ยังคงมาตรการเข้มช่วงกิจกรรมสำคัญ ด้าน กรธ.ตอกย้ำเอาเเน่นายกฯคนนอก คุยเนื้อหาเน้นๆกระชับสั้นกว่าฉบับ “บวรศักดิ์” ไม่เกิน 150-200 มาตรา ตีกรอบหน้าที่นายกฯ-รมต. ชัดเจน ที่มา ส.ว.ต้องไม่ห่วยเหมือนของเดิม รับมีช่องโหว่บล็อกโหวต ส.ว.ได้ แบไต๋ไม่ตัดสิทธิอดีต ส.ว.หน้าเก่าๆ “วิลาศ” เหน็บหาตัวผู้ว่าฯไม่เจอสงสัยไปอยู่บนดอย เผยคน ปชป. 98 ใน 100 คนอยากขับพ้นพรรค หวั่นปม “ชายหมู” กระทบฐานเสียง สิ้น “สิทธิ เศวตศิลา” องคมนตรี

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับมาตลอดให้ข้าราชการเร่งทำงานเชิงรุกเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ล่าสุดมีคำสั่งด่วนให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. ไปหาหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลงานใหม่ พร้อมคาดโทษผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน

นายกฯสั่งรื้อเกณฑ์ประเมิน ขรก.

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการเร่งด่วนให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จัดทำข้อเสนอใหม่เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจทุกระดับ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ว่าหลายหน่วยงานแก้ปัญหา ล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในระดับพื้นที่จนประชาชนได้รับความเดือดร้อน

ติดสปริงก้นคนไร้ประสิทธิภาพ

“แม้จะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีอยู่แล้ว แต่นายกฯกำชับให้ไปหาหลักเกณฑ์ และวิธีการประเมิน ที่สามารถวัดผลและตรวจสอบได้จริง จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ทั้งผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ หากมีการร้องเรียนและผลการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่รัฐละเลย หรือปฏิบัติงาน ขาดประสิทธิภาพ ให้ลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด หรืออาจพิจารณาปรับย้ายให้เกิดความเหมาะสมทันที จะไม่ปล่อยให้การประเมินเป็นเพียงแค่กระดาษใบเดียว” พล.ต.สรรเสริญกล่าว

จี้ ก.พ.–ก.พ.ร.ส่งการบ้านก่อนสิ้นปี

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ต้องพยายามแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างให้สำเร็จโดยเร็วด้วยการสร้างความร่วมมือกับประชาชน เพื่อพิจารณาว่าปัญหาคืออะไร มีกฎหมายใดเกี่ยวข้อง จะแก้ไขอย่างไร โดยไม่ผลักให้เป็นภาระของรัฐบาลฝ่ายเดียว และปัญหาใดที่ซับซ้อนต้องบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาข้อยุติ และหากติดขัดในข้อกฎหมายให้เสนอเรื่องผ่านกระทรวงขึ้นมา รัฐบาล และ คสช. พร้อมจะแก้ไข ทั้งนี้นายกฯยังกำชับให้ทั้ง ก.พ.และ ก.พ.ร. เร่งจัดทำแนวทางการประเมินใหม่ เพื่อเสนอให้นายกฯพิจารณาภายในเดือน ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นายกฯยังฝากให้กำลังใจ และชื่นชมข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท โดยยกตัวอย่างนายโชติ ชูสุวรรณ กำนันตำบลโพธิ์เสด็จ จ.นครศรีธรรมราช ที่ประกาศสงครามกับยาเสพติดมาตั้งแต่ปี 2532 โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพล ส่งผลให้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่เบาบางลง

สมช.คงมาตรการเข้มช่วงกิจกรรม

ด้าน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีการจับกุมผู้ตรียมก่อเหตุป่วนกรุงเทพฯช่วงที่มีกิจกรรมสำคัญ หรือกลุ่มขอนแก่นโมเดล ว่า กิจกรรมสำคัญที่ประชาชนไปรวมตัวกันมากๆ ฝ่ายความมั่นคงทั้งหมดต้องดูแลพื้นที่เป็นพิเศษ เพื่อรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชน ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนขยายผลต่อไป มีการติดตามดูพฤติกรรมกลุ่มคนต่างๆ ที่อาจมีการสะสมอาวุธ รวมพลหรือนัดหมายเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเข้มข้น แต่ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขอให้ประชาชนอย่าแตกตื่น แต่ช่วยเป็นหูเป็นตาหากเห็นอะไรผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะอาจดูแลได้ไม่ทั้งหมด

กรธ.ตอกย้ำเอาเเน่นายกฯคนนอก

วันเดียวกัน นายอภิชาต สุขัคคานนท์ รองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า การเก็บตัว 7 วัน ของ กรธ. ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จะไปถกกันขั้นสุดท้าย เรียกว่าเป็นช่วงไฮไลต์ เหมือนกรธ. 21 คน ไปเข้าค่ายเพื่อให้ได้ร่างแรกที่สมบูรณ์ นำเผยแพร่สู่สายตาประชาชนปลายเดือน ม.ค.2559 สำหรับประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรี ในหลักการน่าจะตกผลึกแล้ว คือ ต้องให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อผู้ที่จะเป็นนายกฯ ได้ไม่เกิน 5 รายชื่อ โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นคนในพรรคหรือคนนอกพรรค เป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ก็ได้ แต่ละพรรคจะเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกฯซ้ำกันก็ได้ แต่ต้องได้รับการเซ็นรับรองยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าตัวก่อน เพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนการเข้าคูหา คือ กาบัตรเดียว เบอร์เดียว โดยนายกฯต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎรเลือก ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการรับฟังความเห็นจากประชาชนอยู่

เนื้อหากระชับสั้นกว่าฉบับ “บวรศักดิ์”

นายอภิชาตกล่าวยืนยันว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.กำลังร่าง จะสั้นกว่าฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แน่นอน ของเราเอาที่จำเป็นที่เป็นโครงสร้างในการปกครองประเทศ แต่ยังไม่ได้จำกัดว่าจะมีกี่ร้อยมาตรา ที่มองเห็นถ้าปรับกันดีๆ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 150 ไม่เกิน 200 มาตรา ไม่สลับซับซ้อนชาวบ้านเข้าใจง่าย เมื่อไปดูรัฐธรรมนูญของประเทศใหญ่ๆ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100 มาตรา ขอให้ประชาชนส่งความเห็นเข้ามา ขณะนี้ กรธ.ทำงานรุดหน้าทุกวัน

เสียงแข็งไม่เคยโดน คสช.ล้วงลูก

เมื่อถามว่านอกจากฟังความเห็นประชาชนแล้ว มีโอกาสที่ กรธ.จะเชิญพรรคการเมืองมาให้ความเห็นด้วยหรือไม่ นายอภิชาตตอบว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น แต่เราเปิดโอกาสให้ส่งหนังสือเข้ามา ตอนนี้มีคนอยากเข้ามาเยอะ แต่ต้องเห็นใจเพราะเวลามีจำกัด วันหนึ่งประชุมกัน 6 ชั่วโมง เน้นเนื้อๆแต่ละมาตรา เช่น ที่มานายกฯ ที่มาของ ส.ส. และ ส.ว.ต้องใช้เวลาพูดกันยาว ยืนยันว่าไม่มีใครเข้ามายุ่ง เข้ามาล้วงลูก หรือมาสั่งว่าต้องอย่างนู้นอย่างนี้ เรามีอิสระเต็มที่ คสช.ไม่ได้มายุ่ง ส่วน 10 ข้อเสนอแนะของ คสช.นั้น เราเป็นผู้ส่งหนังสือไปเองว่าต้องการความเห็นจาก คสช.ถึงได้ส่งความเห็นมา ไม่ใช่ กรธ.ถูกล้วงลูกตามที่เป็นข่าว คราวนี้ตั้งใจทำให้ดีเป็นสากลเหมือนชาวโลกเขา ถ้าร่างดีแล้วก็อยากให้ร่างนี้อยู่นานๆ ไปแก้แค่กฎหมายลูกพอ ไม่ต้องมาแก้ที่รัฐธรรมนูญกันบ่อยๆ

ตีกรอบหน้าที่นายกฯ-รมต.ชัดเจน

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ.กล่าวว่า การประชุม กรธ.สัปดาห์หน้า จะพิจารณาโครงสร้างฝ่ายบริหาร เช่น คุณสมบัติ ที่มาของนายกฯ และคณะรัฐมนตรี โดย กรธ.มีแนวคิดว่าคุณสมบัติของนายกฯและ ครม.จะเอาคุณสมบัติของ ส.ส.และ ส.ว.เป็นตัวตั้ง แต่อาจเพิ่มเติมบางอย่างเข้าไปอีก ให้มีข้อห้ามและคุณสมบัติที่สูงกว่า ส.ส.และ ส.ว. ดังนั้นนายกฯและรัฐมนตรีต้องระมัดระวังการปฏิบัติตัว ต้องทำงานเพิ่มมากขึ้น กรธ.จะเขียนกำหนดไว้ชัดเจนไม่ให้เกิดความคลุมเครือ หรือต้องมานั่งตีความเหมือนรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา

ที่มา ส.ว.ต้องไม่ห่วยแบบเดิมอีก

นายอมรกล่าวอีกว่า กรธ.ยังเหลือการพิจารณาในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ คือ เรื่องที่มาของ ส.ว. โดยให้อนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ ไปศึกษาข้อมูลเรื่องการเลือกตั้งทางอ้อม ส.ว. ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้ครอบคลุมทุกกลุ่มในสังคม เบื้องต้นที่วางไว้คือ 20 กลุ่ม แต่อาจเพิ่มเติมได้เพื่อให้ครอบคลุมจริงๆ และเปิดโอกาสให้ประชาชนจากทุกภาคส่วนเข้ามาให้ได้มากที่สุด ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์ที่ไม่ดีนักกับที่มา ส.ว.ทั้งการสรรหาและการเลือกตั้งตรงโดยประชาชน จึงจำเป็นต้องหาระบบให้ดีกว่าเดิม กรธ.ยังสามารถกลับมาคุยและปรับเรื่องที่พิจารณาไปแล้วได้อีก จนกว่าจะถึงวันที่ 29 ม.ค.59 ซึ่งกำหนดว่าร่างแรกจะต้องเสร็จ เพื่อส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำเผยแพร่แก่ประชาชน และรับฟังความเห็นเพื่อนำมาปรับปรุง และปรับแก้ในส่วนที่มีปัญหาต่อไป

รับช่องโหว่บล็อกโหวต ส.ว.ทำได้

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวถึงข้อท้วงติงว่าการกำหนดแนวทางให้ ส.ว.มาจากวิธีการเลือกกันเองตามสาขาวิชาชีพ อาจเกิดการบล็อกโหวตได้ว่า อาจเป็นไปได้ แต่ต้องยอมรับว่าบุคคลที่จะมาสมัครเป็น ส.ว.ต้องมีบทบาทในสาขาหรือกิจกรรมเกี่ยวกับกลุ่มที่สมัคร จึงปฏิเสธการมีบทบาททางสังคมในกลุ่มวิชาชีพนั้นๆไม่ได้ แต่การลงคะแนนเพื่อให้เข้าไปเป็นตัวแทนกลุ่ม มองว่ากระแสกดดันทางสังคมจะช่วยในการตัดสินใจลงคะแนนได้ เพราะหากบุคคลที่มีประวัติไม่ดีประชาชนไม่ยอมรับ เชื่อว่าผู้สมัคร ส.ว.ในกลุ่มคงไม่ลงคะแนนให้ ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าอาจเกิดกลุ่มนักลงทุนทางการเมือง เกณฑ์คนในสาขาวิชาชีพนั้นๆมาสมัคร เพื่อให้ลงคะแนนให้นั้น อาจยากต่อการตรวจสอบว่าเป็นใคร เพราะหากผู้สมัครมีคุณสมบัติครบ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ก็มีสิทธิสมัครเป็น ส.ว.ได้

แต่คนในสาขาที่ลงสมัครต้องยอมรับ

โฆษก กรธ.กล่าวว่า กรธ.พยายามให้บุคคลที่มาสมัครเป็น ส.ว.ต้องเป็นบุคคลที่มีบทบาททางสังคม และมีผลงาน มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่มาสมัคร เพราะในรายละเอียดของการได้มาซึ่ง ส.ว.จะกำหนดว่าไม่ให้มีการหาเสียงเหมือนการเลือกตั้ง ส.ว.ที่ผ่านมา และอาจทำเพียงเผยแพร่ประวัติผู้สมัครในที่สาธารณะเพื่อให้ประชาชนทั่วไปตรวจสอบประวัติ และเพื่อให้ผู้สมัครเป็น ส.ว.ในสาขาวิชาชีพอื่นๆรับทราบประวัติ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบในเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครเป็น ส.ว.ที่ต้องกำหนดเงื่อนไข คือ ต้องมีประสบการณ์หรือมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมของสาขาที่สมัคร ไม่น้อยกว่า 2 ปี

กกต.กรองเข้มตั้งแต่ระดับอำเภอ

นายอุดมกล่าวอีกว่า สำหรับบทบาท กกต. ที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามผู้สมัคร ส.ว.เบื้องต้นกำหนดให้ตรวจสอบตั้งแต่การรับสมัครระดับอำเภอ เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนก่อนการลงคะแนน แต่ในเงื่อนไขการสมัครอาจปรับกรณีที่ให้องค์กรนิติบุคคลเป็นผู้ส่งบุคคลเข้าสมัคร เป็นองค์กรนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องในสาขารับรองบุคคลที่จะสมัครเท่านั้น เพื่อแก้ปัญหากรณีที่องค์กรนิติบุคคลใช้ดุลพินิจเลือกส่งหรือเลือกไม่ส่งบุคคล ส่วนการแก้ปัญหาอาจมีผู้สมัครเป็น ส.ว.ในหลายสาขาพร้อมกัน เช่น นักวิชาการในมหาวิทยาลัยที่สนใจด้านสิ่งแวดล้อม อาจสมัครในกลุ่มการศึกษาที่จังหวัดหนึ่ง และกลุ่มสิ่งแวดล้อมอีกจังหวัด เพราะคุณสมบัติครบถ้วน ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้ จะใช้ภูมิลำเนาเป็นตัวกำหนดของบุคคลที่จะลงสมัคร

เปิดไต๋ไม่ตัดสิทธิอดีต ส.ว.หน้าเก่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะวางเงื่อนไขห้ามอดีต ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2540 หรือ 2550 ลงสมัคร ส.ว.รอบใหม่หรือไม่ นายอุดมตอบว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรไปปิดกั้นอดีต ส.ว.สมัยต่างๆ เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นประเด็นของการห้าม เข้าใจว่าเหตุที่รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา กำหนดเงื่อนไขห้ามอดีต ส.ว.ลงสมัคร ส.ส.หรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อดีต ส.ว.เหล่านั้นไม่ได้ร่วมเขียนเนื้อหา จึงไม่ควรห้ามเขาลงสมัคร ส.ว.หลังมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้

เหน็บผู้ว่าฯหายตัวสงสัยไปอยู่ดอย

ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ในการกดดันให้ปลด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ้นตำแหน่งและพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคนั้น วันเดียวกัน นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หาก คสช.อนุญาตให้พรรคประชาธิปัตย์เปิดประชุมพรรคได้ ตนในฐานะเป็นผู้เสนอให้มีการตรวจสอบรองผู้ว่าฯ กทม.ไม่แน่ใจว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์จะมาประชุมด้วยหรือไม่ ขนาดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชิญพบยังไม่มา ถ้าต้องมาประชุมที่ต้องเผชิญคนทั้งพรรค ไม่ใช่หัวหน้าพรรคคนเดียว โดนหนักๆแค่ 2 คนก็เซแล้ว และตั้งแต่ตนแถลงเรื่องทุจริตใน กทม.ออกไป หัวหน้าพรรคพยายามประสานติดต่อกับผู้ว่าฯกทม. ปรากฏว่าไม่ยอมพบ ไม่รับโทรศัพท์ ทำให้ประชาชนสับสน

วางคิวเชือดการจัดซื้อสำนักศึกษา

นายวิลาศกล่าวต่อว่า หากพรรคสามารถประชุมได้ ก็ต้องพูดกันว่าการบริหารขณะนี้บกพร่องอย่างไร จะเปิดฉากด้วยเรื่องของสำนักการศึกษา ซึ่งมีข้อมูลเข้ามาแล้ว ส่วนเรื่องของรองผู้ว่าฯ 2 คน มีเรื่องทุจริต 3-4 เรื่อง ทั้งประชาชน และข้าราชการต่างวิพากษ์วิจารณ์กัน หากผู้ว่าฯกทม.มาพบหัวหน้าพรรคตั้งแต่แรก คงไม่ต้องไปขออนุญาต คสช.แบบนี้ ส่วนจะถึงขั้นมีมติให้ออกเหมือนที่พรรคเคยมีมติให้ ส.ก.บางคนออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมาแล้วหรือไม่ ยังไม่แน่ใจ เพราะอาจยังไม่ทุจริต แต่ถือดีว่า “ข้าเป็นคนสำคัญ” ยืนยันว่าใน กทม.มีการทุจริตแน่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะโยงไปถึงใครบ้างต้องตรวจสอบ บอกได้เลยว่าเรื่องเริ่มไหลเข้ามาเรื่อยๆ

เผยคน ปชป. 98% อยากขับให้พ้น

เมื่อถามว่าเรื่องทุจริตที่เกิดขึ้นมีข้อมูลจนสาวไปถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์หรือไม่ นายวิลาศตอบว่า สาวลำบาก เพราะผู้ว่าฯกทม.ไม่ค่อยได้อยู่ปฏิบัติจริง มัวแต่ไปอยู่ดอย ไม่ได้เซ็นอะไรเลย เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคมีมติให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคจะกระทบอะไรหรือไม่ นายวิลาศตอบว่า ไม่กระทบ เพราะตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ยังอยู่ แต่อย่างน้อยพรรคได้แสดงมาตรการไปแล้ว ประชาชนจะได้เข้าใจ เพราะเขามีความรู้สึกกับการบริหารงานกทม. และทำให้ประชาชนเห็นว่าพรรคได้ดำเนินการแล้ว ถ้ามีคนร้องเรียนแล้วพรรคเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ พรรคจะเจ๊ง เมื่อถามว่าหาก คสช.ไม่อนุญาตให้เปิดประชุมควรดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร นายวิลาศตอบว่า แกนนำพรรคคงมาพูดคุยกันแล้วหามาตรการกันใหม่ว่าจะทำอย่างไร ส่วนตัวเห็นว่าพรรคอาจมีแถลงการณ์ออกมา อย่างน้อยต้องแสดงความรับผิดชอบบางอย่าง เท่าที่พูดคุยกันคนในพรรค 100 คน อยากให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ออกถึง 98 คน

หวั่นปม “ชายหมู” กระทบฐานเสียง

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องรอดูว่า คสช.จะอนุญาตหรือไม่ การตัดสินใจทางใดทางหนึ่งต้องออกเป็นมติเท่านั้น แต่ถ้า คสช.ไม่อนุญาตก็เป็นเรื่องที่หัวหน้าพรรคคงต้องหาทางพูดคุยเป็นรายบุคคล ตัวต่อตัว หากทิ้งไว้นานจะกระทบงาน และฐานเสียงของอดีต ส.ส.กทม. แต่ถ้า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังเป็นเหมือนกระแสที่ออกมา คือขาดการติดตาม หรือยังไม่ยอมติดต่อกลับมา พรรคประชาธิปัตย์ก็คงต้องทำความเข้าใจกับคน กทม.ว่า พรรคพยายามรับผิดชอบพูดคุยเพื่อหารือแล้ว แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ คงมีแนวทางการทำงานเป็นของตัวเอง ที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางพรรค ตรงนี้คงเป็นเรื่องของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่เกี่ยวกับพรรคแต่อย่างใด หากต่อไปเกิดกรณีที่สมาชิกหรือตัวแทนของพรรคมีแนวทางการทำงานไม่สอดคล้องกับพรรคเช่นนี้ การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งหน้าคงต้องคัดเลือกบุคคลอื่นมาลงเลือกตั้งใหม่ พรรคจะมาเสียเครดิตเพราะคนคนหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ คงไม่ลงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.อีกแล้ว

สิ้น “สิทธิ เศวตศิลา” องคมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.วันที่ 5 ธ.ค. พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรีและอดีต รมว.ต่างประเทศ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคชราในวัย 96 ปี สำหรับประวัติ พล.อ.อ.สิทธิ เกิดเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2462 ศึกษาในระดับอุดมศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย พ.ศ.2481 โดยสอบได้เป็นที่ 1 ของรุ่น เมื่อเรียนถึงปี 3 ได้รับทุนกองทัพอากาศ ไปศึกษาวิชา Metallurgy Engineering สำเร็จการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ทางวิศวกรรมศาสตร์โลหะวิทยาจาก MIT (Massachusetts Institute of Technology) หรือสถาบันเอ็มไอทีสหรัฐอเมริกา ระหว่างศึกษาที่สหรัฐอเมริกา เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง และเข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทย ทำงานร่วมกับ OSS-Office of Strategic Services ของสหรัฐฯอย่างใกล้ชิด และยังเคยได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อปี 2516

“ดอน” ส่งสารแสดงความเสียใจ

ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ มีสารแสดงความเสียใจต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา โดยมีใจความระบุว่า พล.อ.อ.สิทธิ นับเป็นปูชนียบุคคลผู้รับใช้ประเทศชาติด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีอันสง่างาม เต็มไปด้วยคุณธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ระหว่างปี 2523-2533 ซึ่งเป็นยุคที่ล่อแหลมเต็มไปด้วยความยากลำบาก และความท้าทายในการยืนหยัดนโยบายการต่างประเทศของไทย เพื่อปกป้องอิสรภาพความมั่นคงของชาติ รวมถึงเสถียรภาพและสันติสุขของภูมิภาค

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาข้าราชการเร่งทำผลงานคนไม่ผ่านประเมินการประเมินผลงานประเมินผลงานข้าราชการข่าว

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้