วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'โต๋' คัมแบ็กโฉมใหม่ ใช้ชีวิตรู้คุณค่า ทุกอย่างมีวันหมด

'โต๋' คัมแบ็กโฉมใหม่ ใช้ชีวิตรู้คุณค่า ทุกอย่างมีวันหมด

  • Share:

เป็นใครก็คงไม่คิด! ว่าหนุ่ม “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ศิลปินลุคน่ารักนิสัยดีที่มาพร้อมเพลงจากเสียงเปียโนจะมีมุมดำดิ่ง! นอยด์! ถึงกับต้องหยุดทุกอย่างเริ่มใหม่! ล่าสุดปล่อยเพลง “ฝากมากับดวงดาว” เผยความเข้มหนักแน่นให้แฟนๆได้เซอร์ไพรส์ ทำเอาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโต๋? “ผมหยุดตัวเอง 2-3 ปีเรียกว่าเป็นมุมดาร์ค ที่ผ่านมาทำเพลงตลอด 12 ปีออก 9 อัลบั้ม เยอะกว่าพี่บอย โกสิยพงษ์ อีก (หัวเราะ) ผมรู้สึกว่าผมมีไฟตลอด พี่บอยเคยบอกว่า โต๋ครับ ระวังไฟหมดนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจ ว่ามันจะหมดได้ยังไง อัลบั้มที่ผ่านมามันยังมีอะไรข้างในที่เราไม่รู้จะเอาออกมายังไง เลยเลือกหยุด ก็แอบนอยด์นะว่าจะกลับมาคนจะลืมเรามั้ยแต่เราได้หยุดออกไปใช้ชีวิต อย่างตอนเตะบอลกับเพื่อน คนที่ไม่ค่อยรู้จักเราก็จะบอกว่า โต๋ไหวเหรอครับ เราก็จะบอกว่า โต๋ไม่ได้เป็นคนน่ารักขนาดนั้น ทุกคนมองแบบนั้นแต่โต๋ก็เป็นคนปกติ เมื่อก่อนสำหรับเราทุกอย่างต้องเพอร์เฟกต์ แต่ตอนนี้เราปลดแอกความเครียด เราสบายขึ้น เปิดรับสิ่งใหม่ๆ รู้ว่าความเป็นศิลปินมันมีวันหมดนะ เมื่อก่อนอยากทำเองทุกอย่าง เวลาโชว์มองว่าถ้าเราตั้งใจทำงานดีคนจะมีความสุข แต่จริงๆแล้วเราต้องทำอย่างมีความสุขแล้วงานมันจะดีเอง อัลบั้มนี้ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆได้มุมมองใหม่ๆเลยสนุกเลย ได้พี่โป โปษยะนุกูล มาช่วย เพลงเราก็จะเข้มขึ้น เรื่องโปรดิวเซอร์ได้ไปอยู่ เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ร่วมงานกับ ชาร์ลส์ ฟิชเชอร์ เค้าให้มุมมองว่าเราไม่ได้เป็นแค่นักเปียโนนะแต่เราเป็นศิลปิน ซึ่งมันดีมาก”

เรียกว่าโต๋เปลี่ยนไปแล้ว? “ใช่ มันไม่ได้เปลี่ยนแบบทีละนิด ถ้าเป็นรถก็เหมือนยกโฉมใหม่ เหมือนโต๋มาแนะนำตัวใหม่อีกครั้งในฐานะศิลปินหน้าใหม่ (ยิ้ม) อยากให้ฟังเพลงดู อย่าเพิ่งเชื่อทุกอย่างที่เคยเป็นเรา ถ้าไม่ได้สัมผัสมันไม่รู้หรอก” ที่ผ่านมาคนติดภาพว่าเราต้องน่ารักเป็นคนดี? “เราก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ การเป็นคนดีไม่ได้แปลว่าเราต้องกุ๊กกิ๊ก ผมเคยบอกเสมอว่า ผมดูแลรักษาหน้าที่ให้ดี วันไหนผมพลาดผมก็คือคน คุณพ่อบอกว่าเรามาถึงจุดนึงที่เป็นสะพานให้เราต้องก้าว ดีด้วยซ้ำที่ได้หยุดทบทวน เวลานอยด์ พ่อจะคอยเหยียบคันเร่ง ให้กำลังใจ” เติบโตตามรอยพ่อ? “คุณพ่อเป็นไอดอลตลอดกาลของผม การที่เราคิดแบบนี้ก็มาจากคุณพ่อ”

มุมการใช้ชีวิตล่ะเปลี่ยนไปมั้ย? “เปลี่ยนครับ เมื่อเรารู้ว่าทุกอย่างมันมีวันหมด เราก็มองมันอย่างมีคุณค่า ชีวิตแต่ละวันมีความหมายมากขึ้น พอโตขึ้นก็อยากดูแลคนอื่น ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนไม่ดีแต่ทุกอย่างมันดีตามเวลาของมัน เราสนุกขึ้น สบายขึ้น” เรื่องความรักกับสาว ไบรท์-พิชญทัฬห์ ล่ะ เปลี่ยนมั้ย? “ผมมีอะไรก็เล่าให้เค้าฟังอยู่แล้ว วันที่เรานอยด์เค้าก็อยู่ให้กำลังใจ มันก็ต้องโตไปด้วยกัน เราไม่ต้องการหวือหวาอะไรแต่มันคือชีวิตจริงๆ”

ช่วงหลังมีข่าวจะแต่งงานแล้ว? “ทุกคนอาจจะใจร้อนกับเรื่องนี้ เค้าถามผมว่ามีคุยกันมั้ย ผมบอกว่าคุยบ้างแต่ยัง เค้าก็เอาไปพาดหัวว่าแพลนวิวาห์ แต่เข้าไปอ่านแล้วไม่มีอะไร(ยิ้ม) เราก็ทำงานกันก่อน มันก็คงมีเวลาของมัน เรามีวิธีการใช้ชีวิตคล้ายกัน เวลาทำงานก็มีวินัยการทำงาน คนก็ถามว่าทำงานเยอะเจอกันตอนไหน มันก็มีช่วงเวลาเจอกัน อาจจะไม่เยอะแต่เราก็โอเคกับมัน พอเรารู้ว่าอะไรสำคัญแล้วเราคิดเหมือนกัน มันก็ง่าย สุดท้ายมันไม่ได้อยู่ที่โอกาสพิเศษกุ๊กกิ๊ก แต่มันคือสิ่งเล็กน้อยที่ทำให้กันทุกวัน เข้าใจกัน มันมีค่ากว่าอะไร เราไม่ได้คิดว่าเป็นดารา วันที่เจอกัน เค้าก็ไม่ได้เป็น ไบรท์ เรื่องเล่าเช้านี้ ผมก็ไม่ได้เป็นโต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหมือนคู่อื่นทั่วไป เราก็มีความสุข”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้