วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นักธุรกิจหญิง จอมลุยสิบทิศ “นพรัตน์ กุลหิรัญ” จนได้ฉายา“มาดามรถถัง”ลือลั่นไปทั่วโลก

นักธุรกิจหญิง จอมลุยสิบทิศ “นพรัตน์ กุลหิรัญ” จนได้ฉายา“มาดามรถถัง”ลือลั่นไปทั่วโลก

  • Share:

ในความแน่นอน ย่อมมีอะไรที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้เสมอ ดังเช่นชีวิตของนักธุรกิจหญิงขาลุยอย่าง “นพรัตน์ กุลหิรัญ” จากลูกสาวพ่อค้าเหล็กเซียงกง ถนนทรงวาด ที่มีใจโอบอ้อมอารี คล่องตัว ชอบช่วยเหลือผู้อื่นจนได้ชื่อว่าเป็นคนของประชาชนและเพื่อนบ้านแถวนั้นมาตั้งแต่เด็ก พอโตมาก็ไปเป็นอาสาสมัครในค่ายผู้อพยพของ UNHCR และเป็นครูสอนหนังสือที่ ร.ร.อัสสัมชัญ แต่ชีวิตต้องหักเหเมื่อถึงคราวออกเรือนมีครอบครัว กลายมาเป็นนักธุรกิจเจ้าของโรงงานผลิตรถถังรายใหญ่ จนเป็นที่รู้จักของคู่ค้าต่างชาติในนาม Madam TANK หรือ มาดามรถถัง

ชีวิตจับพลัดจับผลูมาค้ารถถังได้อย่างไรค่ะ

“ครอบครัวสามี (คุณหิรัญ กุลหิรัญ) ทำโรงงานยางลูกหมากรถยนต์ 10 ล้อ และรับซ่อมช่วงล่างของรถยนต์บรรทุกทั้งหมด โดยรับซ่อมนอกสถานที่ ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ต่อมาเราก็แยกตัวออกมาทำเอง โดยไปรับงานราชการ ซ่อมรถให้กับกองทัพ ตั้งแต่สมัยจอมพลประภาส เป็น ผบ.ทบ. เราเซ็นสัญญาครั้งแรก ตั้งแต่ พ.ศ.2511 ซ่อมมาจนทุกวันนี้ ทีแรกก็ซ่อมรถบรรทุกทหาร ต่อมาก็ซ่อมรถจี๊ป แล้วมาเป็นรถถังด้วย ด้วยความที่ซ่อมรถมานาน ก็ทำให้เห็นปัญหาต่างๆว่า รถนำเข้าก็ไม่ใช่ว่าจะเหมาะกับบ้านเรานัก จริงๆแล้วเราน่าจะผลิตเอง โดยเอาความรู้จากประสบการณ์ที่เราซ่อมรถ เห็นข้อผิดพลาดอะไรก็เอามาแก้ไข ยกตัวอย่าง รถฮัมวี่ เราซื้อมาจากสหรัฐ-อเมริกา ตัวรถมันอ้วน ไม่เหมาะ กับถนนบ้านเรา ก็คิดว่า รถมันควรจะแคบกว่านี้ เพราะถ้าใช้ที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นสวนยาง พารา ฮัมวี่อ้วนเกินไปเข้าสวนยางพาราไม่ได้ เวลาติดตามผู้ก่อการร้าย เข้าไม่ได้ และอีกอย่างเขาวางระเบิด รถฮัมวี่ ไม่ใช่รถกันระเบิด เวลาระเบิดก็เละไปหมดเลย แม้จะติดเกราะกันกระสุน มันก็กันได้แต่ประตู หรือมากสุดคือ ตรงผู้โดยสาร หรือรถเกราะของคนอื่นที่นำเข้า ก็กันเฉพาะช่วงที่เป็นประตูคนโดยสาร ช่วงประตูเท่านั้น ไม่ได้กันหลังคา ไม่ได้กันส่วนอื่น ไม่ได้กันส่วนที่เป็นถังน้ำมัน ไม่ได้กันส่วนที่เป็นหม้อน้ำ เพราะ ฉะนั้นจากปัญหาต่างๆที่เราได้เจอตอนซ่อม ทำให้เราคิดว่า เราจะทำรถถังให้เหมาะกับบ้านเรา โดยเราคิดเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ต้น ให้ถังน้ำมันก็กันกระสุน, หม้อน้ำ, หลังคา เราก็กันกระสุน ข้างล่างเราก็กันระเบิด อย่างรถเกราะ ที่มีล้ออะไหล่ แปะอยู่ที่หลังคา หรือแปะอยู่ที่ข้างๆ ฉันไม่รู้ว่าแปะทำไหม รุ่นเก่านี้เขาจะแปะเผื่อไปเพื่อเสียจะได้เปลี่ยน แต่เท่าที่ซ่อมรถมา รถที่เคยปะทะ ไม่เคยปรากฏว่า พอปะทะแล้ว ยางแตกแล้วจะลงไปเปลี่ยนยางกัน ไม่มีใครกล้าลงไปเปลี่ยน ใช่ไหม แปะไว้อย่างนั้น ทำให้เปลี่ยนน้ำหนัก, ยางมันก็เสื่อม เพราะตากแดดตากลม ก็คิดว่าไม่ควรจะมี มันไม่มีประโยชน์ เราก็คิดแบบของเรา รถของเราจะต้องวิ่งเร็ว ไปทำภารกิจรวดเร็วไปได้ด้วยตัวเอง ข้อที่ 2 ต้องหนีได้อย่างรวดเร็ว การหนีอย่างรวดเร็ว ถ้าล้อจริงแฟ้บจะทำอย่างไร เราก็ออกแบบตัวล้อ ข้างในถ้าแฟ้บ เราก็คำนวณว่า ให้วิ่งไปได้เลย 150 กม. เราก็เลยออกแบบ และทดสอบ ให้ยิ่งล้อแฟ้บแล้ว มันก็ไปได้อีก 150 กม. เราคิดว่า ที่ปะทะต่างๆ ห่างจากฐานทัพยังไงก็ไม่เกิน 150 กม. อย่างนั้นปลอดภัย เราก็ได้เลยได้คอนเซปต์ทำรถนี้ขึ้นมา”

ผลิตเอง คิดเองทั้งหมดเลยรึค่ะ

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ เราจะเป็นคนคิด ลูกฉัน จบวิศวะด้วย ก็ให้ลูกเป็นคนคิด พ่อกับลูกก็มาคิดว่าจะทำอย่างไร เราผลิตตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่เป็นดรออิ้ง ผลิตทุกชิ้น สิ่งที่นำเข้าก็คือ ตัวที่เป็นเพาเวอร์ แพ็ก ซึ่งก็คือเครื่องยนต์ทรานมิสชั่น พวกนี้นำเข้า แต่เครื่องยนต์ทรานมิสชั่นพวกนี้ ต้องใช้แบบของทหาร ไม่ใช่แบบการค้าทั่วไป ต้องเป็นแบบที่ต้องทนทานมาก เพราะฉะนั้นเราเลือกเอาบริษัทเครื่องยนต์ ที่กองทัพทั่วโลกเขาเลือกใช้และรู้จัก เป็นอะไหล่ที่ดีที่สุด และหาได้ง่าย เราจะนำเข้าเครื่องยนต์ที่เป็นช่วงล่างที่เป็นทรานมิชั่นเท่านั้นเอง”

รถทหารที่ผลิตส่งขายที่ไหนบ้างค่ะ

“หลายหน่วยงาน ทั้งกองทัพ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด แต่ถ้าเปรียบเทียบกับปริมาณที่กองทัพไทยซื้อ จะน้อยกว่าต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทชัยเสรีของเรา ยังริเริ่มทำข้อต่อสายพานรถถัง ล้อหมุนสายพาน ตัวนี้ขายดี ตอนนี้ขายกองทัพ 38 ประเทศทั่วโลก ส่งออกเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 ซึ่งฉันลุยเดี่ยวไปขายที่ต่างประเทศเอง”

คุณนพรัตน์ลุยเดี่ยวไปขายในต่างประเทศหรือค่ะ

“ที่วิ่งขายต่างประเทศ มีตัวฉันคนเดียวเองเลย เพราะสามีเขายังไม่กล้า และมีปัญหาสุขภาพตลอด ช่วงก่อร่างสร้างตัว เราไม่ได้ร่ำรวย ไปไหนก็ต้องประหยัด ไปต่างประเทศ ไปหลายคนไม่ได้หรอก มันเปลือง ต้องไปคนเดียว ไปประมูลโรงงาน ไปขาย บินคนเดียวตลอด เมืองนอกเขาถึงทึ่งมาก เป็นผู้หญิงเข้ากองทัพทุกที่ อย่างไปซื้อเครื่องจักร จะไปประมูลซื้อในกองทัพต่างๆ ที่จะโละ ไม่ได้ซื้อของใหม่หรอก อย่างกองทัพสหรัฐฯ ที่อยู่ยุโรป เตรียมรบกับอิรัก ทำโรงงานซะใหญ่ ทันทีที่สงครามอิรักจบปุ๊บ เขาก็ขายโรงงานทิ้งหมด เราประเภทไวไง ก็ไปรับซื้อหมด พอประมูลฉันก็ต้องพาคนงานไปขนครั้งละ 10 กว่าคน ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตคนงาน จะไปนอนโรงแรมก็ไม่ไหว เราก็อยู่กันที่โรงงาน แล้วต้องให้เขานอนดี กินดี เลยต้องเป็นคนทำกับข้าวให้คนงานกินเองตลอด ไปเป็นคุณแจ๋วอยู่เมืองนอก พาไปที ไม่ใช่วันสองวัน ไปครั้งละ 30-40 วัน เพราะต้องไปเรียนรู้เครื่องจักรก่อนว่าทำงานอย่างไร ก่อนที่จะแกะ แล้วกลับมาเมืองไทยมาประกอบต่อให้ได้ พอไปอยู่ก็ต้องไม่ให้เขาเซ็ง พาเขาไปเที่ยวด้วย ทำขนม ทำอาหาร ให้เขากินด้วย เขาไม่กินขนมปัง บอกไม่อยู่ท้อง กินแล้วง่วง ต้องกินข้าวเหนียว ก็ต้องไปเหมาข้าวเหนียวมาหุงกัน แล้วฉันก็ต้องจัดคอนเทนเนอร์ด้วย ทำบัญชี ใบเสร็จด้วย ติดต่อรัฐบาลด้วย ทำทุกอย่างเลย”

แล้วฉายามาดามรถถัง หรือ Madam TANK ได้มาอย่างไรค่ะ

“เพราะฉันรู้เรื่องรถถังหมด ขายมาทุกกองทัพ ทั้งปากีสถาน บังกลาเทศ เยอรมัน โปแลนด์ ทำมาหลายสิบปี เขารู้จักหมด แต่เขาเรียก “นพรัตน์” ไม่เป็น เขาเลยเรียก “มาดาม” และไปทำวีรกรรมไว้ทุกประเทศเลย ชื่อเสียงโด่งดัง อย่างตอนไปบังกลาเทศ ประเทศเขายังจน ในค่ายทหารรวย นอกค่ายเป็นสลัมหมด เห็นเขาปลูกกล้วยเยอะ ทิ้งเอาไว้เละๆ ฉันก็ไปสอนพวกแม่บ้านนอกค่าย ให้ไปเก็บกล้วยกลาง ถนน ให้ซื้อน้ำมัน น้ำตาล มาทำขนมกล้วย กล้วยทอดโรยเกลือ กินได้หมดเลย ที่เละ ก็ขยำใส่มะพร้าว กินได้ คือ เราไปแบบไม่มีแผนและฉันก็คิดว่า ไปประเทศเขาไม่ใช่ว่าขอเขาอย่างเดียว มนุษย์ทุกคนเหมือนๆกัน อะไรเราแบ่งปันกันได้เราจะทำ สามีบอกว่า ฉันเป็นมาดามไร้สาระ ให้ไปขายรถถัง ไม่ใช่ไปทำอาหาร เราไม่ได้คิดอย่างนั้น ก็เลยบอกทหาร ยูจะซื้อ ก็ซื้อไปนะ ฉันได้ทำอันนี้ ฉันแฮปปี้แล้ว เลยเป็นที่รู้จักของคนทั้งในค่ายและนอกค่าย และด้วยความที่เราเป็นผู้หญิง ไปคนเดียว เขาก็ไว้ใจพาไปนอนที่บ้านเขาบ้าง หรือไปเยี่ยมบ้านเขาบ้าง อย่างไปประเทศอาหรับ ผู้ชายเข้าบ้านเขาไม่ได้ แต่ว่าฉันเป็นผู้หญิง เขาก็พาไปที่บ้าน แนะนำเมียทุกคนให้รู้จักหมด ไปบ้านไหนเขาก็ชอบ คนอาหรับ สำคัญมากคือ มิตรภาพและความจริงใจ

หรืออย่างที่ฉันมาผลิตสายพานตีนตะขาบ ก็ได้สูตรการทำจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโรงงานที่ไม่มีใครเข้าไปได้ แต่ไม่มีใครคิดว่า ฉันจะไปสืบมาได้ เพราะเป็นผู้หญิงและเดินทางคนเดียว แล้วท่าทางเราดูโง่เซ่อไปหน่อย เขาก็ไม่หวั่นใจ อธิบายใหญ่ เขารู้ว่าเรามาในฐานะนักธุรกิจ แล้วเราไม่เคยโกหก ไปดูโรงงานก็ทึ่ง ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้เลย ก็ใช้วิธีจำเอาเวลาที่เขาอธิบาย แล้วขอเข้าส้วม ไปจดที่เขาอธิบาย เสร็จแล้วกลับเมืองไทยมาบอกสามี พอเขามาเที่ยวเมืองไทย เขาเข้าไปดูโรงงานเรา เขาตกใจ ทำไมโรงงานมาดาม ทำอย่างไรเหมือนเราเปี้ยบเลย ฉันบอกว่า ฉันชื่นชมไอเดียคุณ ฉันควรที่จะทำตาม ไม่คิดว่ามองผ่านแป๊บเดียว จะทำเหมือน”

ธุรกิจนี้ไม่ยากเกินไปสำหรับผู้หญิงเหรอค่ะ

“ธุรกิจฉันไม่เหมือนใคร และไม่ง่ายเลย ลำบากสุดๆกว่าจะมีวันนี้ กว่าจะทำอะไรขึ้นมาได้ กว่าคนจะยอมรับหลายสิบปี เรียกว่า ทำมามากกว่าครึ่งชีวิตแล้ว ต่อไปทำอะไรไม่ง่าย ต้องลำบากทั้งนั้น แม้เราจะเป็นผู้หญิง เราก็สามารถบุกเบิกธุรกิจได้ เพียงแต่เรามีความตั้งใจจริง และเห็นว่ามันมีประโยชน์ทำได้ ทำไปเลย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ หน้าที่และความรับผิดชอบ เรามีหน้าที่อะไร เราทำสินค้าอะไร เราต้องรับผิดชอบ อันนี้สำคัญมาก ทำแล้วต้องรับผิดชอบและซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญ”

มาถึงจุดนี้ภูมิใจไหมค่ะ

“จุดหลักของชีวิตฉัน ไม่ใช่อยู่ที่ทำธุรกิจ จุดหลักของชีวิต ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดคือ ครอบครัว เพราะหน้าที่เราคือ แม่บ้าน ใช่ไหม เราก็เลี้ยงครอบครัวให้ดีที่สุด มีลูก 2 คนก็เลี้ยงลูกเอง ปรนนิบัติสามี และคุณแม่สามีด้วย ทำงานด้วย และเป็นผู้ประสานงานในครอบครัว ทุกวันนี้นอกจากจะเป็นล่ามนอกบ้าน ยังเป็นล่ามในบ้านด้วย ล่ามแต่ก่อนคุณแม่สามีอยู่นะ ก็ชาแนลเดียวกัน พูดกันก็รู้เรื่อง คนนั้นพูดอะไรก็ต้องเป็นล่ามแปลให้อาม่าฟัง ทุกวันนี้ พ่อกับลูก พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ต้องเป็นล่าม พ่อพูดแบบนี้ แปลให้ลูกฟัง ลูกพูดแบบนี้ แปลให้พ่อฟัง ก็เป็นล่ามตลอดชีวิต ลูกชายกับพ่อเขาพูดกันแล้ว บางทีเขาไม่ค่อยเข้าใจกัน บางทีพูดภาษาไทย แปลกันคนละเรื่อง ไปไหนก็ต้องคอยไปเป็นล่ามสื่อสาร ตอนนี้มีลูกๆมาช่วยงาน ก็เลยพอมีเวลาไปช่วยงานสังคมบ้าง ลูกชายทั้งคู่ ทั้งสามี ทำงานหนักกันทุกคน”

มองอนาคตอย่างไรค่ะ

“ก็ให้ลูกต้องหมั่นเพียร เราก็อย่าประมาท ที่พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะไปเห็นจากการเดินทางไปทั่วโลก ไปเห็นต่างประเทศเขา อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เขาทำเองทั้งนั้นเลย ประเทศที่จะมั่นคงได้เราต้องทำเอง เราก็พยายามที่จะทำเรื่องพวกนี้ พวกนี้ไม่ใช่ว่าจะกำไรเยอะ แต่เราไม่ได้คิดถึงเรื่องกำไรเป็นเรื่องหลัก เราคิดถึงความมั่นคงของประเทศ เป็นเรื่องหลัก ประเทศเราจะเข้มแข็งได้ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเราต้องทำเอง”.

ทีมข่าวหน้าสตรี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้