วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘บิ๊กตู่’ ขึ้นบัญชีดำ ต่างชาติขออยู่เกิน

‘บิ๊กตู่’ ขึ้นบัญชีดำ ต่างชาติขออยู่เกิน

  • Share:

“สกัดกั้นคนไม่ดีออกจากสังคมได้เป็นระบบ เพราะชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทย ที่เริ่มต้นไม่เคารพกฎหมาย ไม่สนใจระเบียบคนไทย คิดเข้ามาอยู่เพื่อหลบหนีหรือกระทำความผิด สถิติการจับกุมชาวต่างชาติที่มาก่อคดีในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด อยู่แบบผิดกฎหมาย เป็นกลุ่มอาชญากรที่หลบหนีคดี มีหมายจับในต่างประเทศ กลุ่มที่เข้ามาเพื่อเดินทางเข้าประเทศที่สาม ขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ แก๊งปลอมแปลงหนังสือเดินทาง คนกลุ่มนี้เข้ามาอยู่มีแต่สร้าง ปัญหาเป็นภาระอย่างมาก มีผลกระทบความมั่นคงและภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย”

เป็นข้อสรุปปัญหาชาวต่างชาติทำให้ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ได้คิดปรับเปลี่ยนระบบในเรื่องงานบริการและความมั่นคง

วางระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ที่เปิดใช้ในวันที่ 1 ธ.ค. เป็นระบบรับส่งและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสายการบินและฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ทันทีที่ผู้โดยสารเช็กอินที่เคาน์เตอร์สายการบินยังสนามบินต้นทางเดินทางมาไทยระบบจะตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารส่งมาที่ฐานข้อมูล “บุคคลต้องห้าม” ของ สตม.และตอบกลับ

ช่วยให้คัดกรองชาวต่างชาติคนที่ไม่ดีเข้าอยู่ในเมืองไทย

สกัดกั้นคนไม่ดีไม่ให้เดินทางมาถึงไทย ลดภาระที่จะเกิดตามมา หากบุคคลนั้นมาถึงไทยและมีการจับกุมมาดำเนินคดี ยกเว้นคนไทยที่ปฏิเสธการเข้าเมืองไม่ได้ต้องให้เดินทางมาแล้วจับกุมเมื่อถึงประเทศไทย

นำระบบการตรวจคนเข้าเมืองด้วยข้อมูลทางชีวภาพ (ลายพิมพ์นิ้วมือ และโครงหน้า) มาใช้เป็นเครื่องมือที่ทันสมัย แก้ไขปัญหาการใช้พาสปอร์ตปลอม

เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทยไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และอยู่เกินกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต

แยกเป็น 2 กลุ่ม กรณีแรกคนต่างด้าวเข้ามอบตัว 1.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตเกินกว่า 90 วัน ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา

1 ปี 2.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตเกินกว่า 1 ปี ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 3 ปี

3.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตเกินกว่า 3 ปี ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 5 ปี 4.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตเกินกว่า 5 ปี ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 10 ปี

กรณีคนต่างด้าวถูกจับกุมดำเนินคดี 1.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตไม่เกิน 1 ปี ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 5 ปี 2.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตเกินกว่า 1 ปี ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 10 ปี

เป็นการแก้ไขต้นเหตุของปัญหาของอาชญากรต่างชาติ ส่วนใหญ่ต้นเหตุมาจากกลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่เกินในไทย เป็นองค์ประกอบสำคัญของอาชญากรข้ามชาติหลบซ่อนในไทย การอพยพไปสู่ประเทศที่สาม การค้ายาเสพติด แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ข้ามชาติ

คดีใหญ่ๆที่มีการก่อคดีเป็นฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่เกินผิดกฎหมาย

ที่มีแนวโน้มกระทำความผิดหลายประเภท ทำความเสียหายเมืองไทย

เป็นที่มาแก๊งปลอมแปลงหนังสือเดินทางในไทย ทำให้สหรัฐอเมริกามองว่า ไทยเป็นศูนย์กลางปลอมแปลงหนังสือ เดินทางในรายงานการก่อการร้ายของประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงเดือน ส.ค.

พล.ต.ท.ณัฐธร ลูกหม้อของ ตม. มีประสบการณ์งานของสนามบินสุวรรณภูมิ ด่าน ตม.ทั่วประเทศ และงานสืบสวน ทำให้เห็นภาพรวม ช่องโหว่ของงานความมั่นคง ที่ต้องแก้ที่กลุ่มชาวต่างชาติอยู่เกินกำหนด

หามาตรการควบคุม สกัดกั้น และผลักดันชาวต่างชาติที่มีคดีติดตัว เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เป็นคนที่อยู่เกินกำหนด เสนอให้มหาดไทยขึ้น “บัญชีดำ” ให้เป็นมาตรฐานเป็นระบบสากล

รับสถานการณ์ตึงเครียดก่อการร้ายสากล และอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. บอกกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม”

ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้เห็นถึงปัญหาชาวต่างชาติที่มาอยู่เกินในไทยจำนวนมาก และคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องกระทำความผิดหลายเรื่อง ได้เสนอมหาดไทยให้ขึ้น “บัญชีดำ” ห้ามเข้าประเทศของชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด และมีนโยบายผลักดันออกนอกประเทศทันทีที่มีประกาศพระราชกฤษฎีกา โดยแยกเป็นกลุ่มที่เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่อยู่เกิน 1 ปี ห้ามเข้าประเทศ 3 ปี อยู่เกิน 3 ปี ห้ามเข้าประเทศ 5 ปี อยู่เกิน 5 ปี ห้ามเข้าประเทศ 10 ปี จะต้องจ่ายธรรมเนียมปรับ ส่วนกลุ่มที่ถูกจับกุม อยู่ไม่เกิน 1 ปี ห้ามเข้าประเทศ 5 ปี อยู่เกิน 1 ปี ห้ามเข้าประเทศ 10 ปี ซึ่งจะต้องจ่ายค่าปรับและผลักดันออกนอกประเทศ ซึ่งเมื่อครบกำหนดระบบตรวจสอบจะทำการปลดล็อกทันที ชาวต่างชาติคนนั้นถึงสามารถเดินทางเข้ามาได้อีก

“ก่อนคำสั่งมีผลบังคับใช้ เชื่อว่าจะมีชาวต่างชาติที่อยู่เกินผิดกฎหมายมาเสียค่าปรับและเดินทางออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก เพื่อขอเอกสารหนังสือเดินทางเข้ามาใหม่ จะทำให้จัดระเบียบนักท่องเที่ยว ส่วนนักท่องเที่ยวที่มีคดีติดตัวไม่กล้ามา ซึ่งต้องระดมกวาดล้างใหญ่ในพื้นที่เป้าหมายเพื่อผลักดันกลับประเทศให้ได้มากที่สุด การขึ้นบัญชีดำชาวต่างชาติที่อยู่เกินผิดกฎหมาย จะทำให้คนที่มีความผิดหรือหลบหนีคดีกลัวไม่กล้ามาหลบซ่อนอยู่ในไทย ชาวต่างชาติต้องปฏิบัติตามกรอบระเบียบที่ สตม.กำหนด การขอวีซ่านักท่องเที่ยวอยู่ได้ 60 วัน และขออยู่ต่อได้อีก 30 วัน จะต้องมาแจ้งข้อมูลที่ สตม.ทั้งที่พักในไทย แผนการท่องเที่ยว กดดันให้นักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายในไทย ทำให้ควบคุมการเคลื่อนไหวชาวต่างชาติได้ง่าย คัดกรองนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ไม่ใช่คิดใช้ไทยเป็นทางผ่านไปประเทศที่สาม หรือหลบหนีคดี ทำให้มีรายได้ค่าธรรมเนียมเข้ารัฐ จะช่วยให้ลดจำนวนชาวต่างชาติผิดกฎหมาย คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มกระทำผิด เชื่อว่าจะทำให้จำนวนคดีที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายประเภทลดลง”

ผบช.สตม. ย้ำว่า “จะทำให้สังคม ประเทศชาติมีความมั่นคง ปลอดภัย จากภัยคุกคามของชาวต่างชาติ คนดีอยู่ได้ คนร้ายอยู่ยาก คดีลดลง เป็นคนทำผิด แก๊งปลอมแปลงหนังสือเดินทาง ขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ หลอกลวงผู้หญิงคนไทย คนที่อยู่เกินแบบผิดกฎหมายจะต้องออกไป ไม่มีโอกาสเข้ามาอยู่ในไทย มาตรการกระทบคนไม่ดี แต่คนดีที่เข้ามาเหตุผลเพื่อการท่องเที่ยวหรือดำเนินการธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบ นักธุรกิจที่มีศักยภาพขอเพียงเดินทางเข้าประเทศถูกต้อง มีบริการในเรื่องทำธุรกิจ ซึ่งประเด็นหลักเพื่อควบคุมนักท่องเที่ยว ส่วนผลพลอยได้เป็นรายได้เข้ารัฐ”

เป็นการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นระบบในช่วงเข้ามารับตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือน พล.ต.ท.ณัฐธร ได้เปลี่ยนแปลง “สตม.” ให้เป็นหน่วยงานบริการนักท่องเที่ยว ผสมผสานงานด้านความมั่นคง สกัดกั้นชาวต่างชาติที่เป็นภัยต่อความมั่นคงภายในของคนไทย

เดินหน้านโยบายยกระดับให้ ตม.ไทยเป็นศูนย์กลางของทุกประเทศ

สกัดกั้นเหตุร้ายแรงที่เกิดจากชาวต่างชาติที่เป็นภัยคุกคามประเทศไทย.


ทีมข่าวอาชญากรรม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้