วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วัยใส มฟล. สร้างเครือข่ายรักษ์โลก-ใส่ใจสุขภาพ สานฝัน "พลเมืองนักปั่น"

วัยใส มฟล. สร้างเครือข่ายรักษ์โลก-ใส่ใจสุขภาพ สานฝัน "พลเมืองนักปั่น"

โดย ยายรหัส
6 ธ.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

“ปั่นๆ จักรยานไป ปั่นๆ จักรยานกัน ทางจะใกล้หรือไกลไม่สำคัญ มันอยู่ที่หัวใจ

ปั่นๆ จักรยานไป ปั่นๆ จักรยานกัน ปั่นด้วยใจที่แสนชื่นบานให้โลกสวย สวยงามวิ่งผ่านความรักเรา”

บทเพลง “ปั่นจักรยาน” ที่หลายคนคงคุ้นหู เชื่อมสีสันบรรยากาศการรวมพลังร่วมกิจกรรมสำคัญ “ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad” 11 ธ.ค.นี้

การปั่นจักรยานถือเป็นหนึ่งในกีฬายอดฮิตสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งยังปลุกพลังให้ผู้คนหันมารักสุขภาพใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เช่นเดียวกับที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) มหาวิทยาลัยในสวน ที่บรรยากาศร่มรื่นรัญจวนใจเหล่าวัยใส รวมถึงอาจารย์ บุคลากรหันมาใช้จักรยานสองล้อเป็นยานพาหนะสัญจร ถึงขั้นจัดตั้งเป็น “ประชาคมจักรยาน”

ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร “ยายรหัส” ชักชวนเหล่าสองขานักปั่นพักเบรกมาเจ๊าะแจ๊ะกันซะหน่อย

เริ่มที่ ประธานชมรมจักรยาน มฟล. วิศาล เรืองสุริยา “บิว” ปี 3 สำนักวิชาจีนวิทยา ผู้หลงใหลการปั่นจักรยาน เล่าว่า “แต่เดิมผมชอบเล่นบาสเกตบอล แต่มาประสบปัญหาปวดเข่าเรื้อรัง จึงมีผู้แนะนำให้ลองหันมาปั่นจักรยาน นับแต่นั้นมาพาหนะสองล้อนี้
ก็กลายเป็นเพื่อนคู่ใจผม สำหรับชมรมจักรยานที่จัดตั้งขึ้นนั้น เดิมทีเป็นการปั่นในหมู่นักศึกษา อาจารย์และพนักงาน ยังไม่มีการรวมตัวชัดเจน ดร.ปเนต มโนวิมัย-บูลย์ อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมจักรยานและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม จึงชวนให้มาร่วมทำชมรม และเริ่มชักชวนพลเมืองนักปั่นมารวมตัวกันสร้าง “ประชาคมจักรยาน มฟล.” นอกจากเป็น การปั่นเพื่อสุขภาพ รักสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีการรวมตัวปั่นทำกิจกรรมต่างๆ กิจกรรมที่เพิ่งผ่านมาคือ MFU Green Rally ที่เป็นการแข่งแรลลี่จักรยาน และเรียนรู้การดูแลสิ่งแวดล้อม ภายใต้การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว ต่อไปนอกจากปั่นร่วมกันทุกวันศุกร์แล้ว เรายังวางแผนทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เช่น ปั่นไปออกค่าย ไปสอนหนังสือเด็ก หรือนำของไปบริจาค นอกจากได้เดินทางท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสาธารณะและสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย ในอนาคตเราอยากสร้างเครือข่ายจักรยานกับพลเมืองนักปั่นกลุ่มต่างๆ ทั้ง จ.เชียงรายและจากทั่วประเทศ เพื่อทำกิจ-กรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน”

ขยับมาที่ วิษณุ จันทร์ตรีย์ “เมฆ” ปี 3 สำนักวิชาการจัดการ เสริมว่า “ผมอยากแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงของชาวไทย จึงชักชวนกันในชมรมจักรยาน มฟล.เข้าร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อของ จ.เชียงราย ช่วงนี้ก็มีการฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมของร่างกาย อย่างไร ก็ตาม ผมเคยมีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศเยอรมนีและได้ไปปั่นจักร– ยานที่นั่น ทำให้รู้สึกประทับใจทั้งเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกและการปฏิบัติตามกฎกติกาของผู้คน สำหรับบ้านเรา จากที่ได้ยินข่าวว่ามีอุบัติเหตุเกี่ยวกับจักรยานทำให้รู้สึกกังวลบ้าง ถ้ามีเลนจักรยานอย่างจริงจังก็คงปั่นได้สบายใจขึ้น ตอนนี้ผมก็ปั่นในมหาวิทยาลัยหรือเส้นทางใกล้ๆครับ”

ด้าน ปิยะวุฒิ สุกใส “วูดดี้” เฟรชชี่ปี 1 สำนักวิชาการจัดการ เล่าว่า “ผมมีโอกาสไปปั่นจักรยานหลายที่ เพราะมีญาติอยู่หลายจังหวัด เวลาไปไหนผมก็จะเอาจักรยานไปด้วย เช่น เพชรบูรณ์ ภูเก็ต สิ่งที่ได้จากการปั่นจักรยานคือความเพลิดเพลิน และทำให้สุขภาพดีด้วย เวลาปั่นไปช้าๆ เราได้สังเกตอะไรหลายอย่างสองข้างทาง สำหรับคนที่เริ่มต้นปั่นจักรยานนอกจาก ต้องรู้เกี่ยวกับวิธีใช้ วิธีปั่นจักรยานที่ถูกต้องแล้ว ต้องศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนจะออกถนน ต้องเลือกเส้นทางที่รถไม่เยอะ ปั่นกลางคืนต้องมีไฟท้าย เวลาเลี้ยวก็ต้องให้สัญญาณคนอื่นรู้ด้วย ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญมากครับ”

ส่วน “เอิร์ท” ชาคริต นงนุช ปี 3 สำนักวิชานิติศาสตร์ หนุ่มชลบุรีคนนี้ แจกแจงว่า “ครอบครัวสนับสนุนให้ปั่นจักรยานอย่างเต็มที่ และเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้เข้าร่วมกิจกรรม “ปั่นเพื่อแม่ Bike for Mom” โดยใช้ระยะทางปั่นจากบ้านไปร่วมงานที่ฉะเชิงเทรา ไป-กลับรวม 98 กิโลเมตร เป็นครั้งแรกที่ปั่นระยะทางไกลขนาดนี้ ผมว่า การปั่นจักรยานนอกจากช่วยลดโลกร้อน ช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว สิ่งที่ผมได้อย่างชัดเจนอีกอย่างคือลดความอ้วน จากเมื่อก่อนผมหนักร้อยกว่ากิโล ลดมาเหลือเก้าสิบกิโลในเวลาไม่กี่เดือน ทั้งยังช่วยเรื่องสุขภาพ อย่างเมื่อก่อนเวลานอนผมมักจะเป็นกรดไหลย้อน ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว รู้สึกร่างกายเรา
แข็งแรงขึ้น ผมจึงอยากหาความรู้และปั่นจักรยานอย่างจริงจังมากขึ้น”

ปิดท้ายกับสาวมาดเท่ “เอย” อนุศรา กิจจาพรมมา ปี 1 สำนักวิชาการจัดการ บอกว่า “แรกๆเห็นเป็นแฟชั่น ใครปั่นจักรยานแล้วรู้สึกเท่ ก็อยากปั่นบ้าง ขณะเดียวกัน เอยมีปัญหาเอ็นข้อเข่าเสื่อม หมอแนะนำให้ลองปั่นจักรยานดู ก็ช่วยเพิ่มความแข็งแรงได้เยอะ ที่ผ่านมาเคยเข้าแข่งขันรายการปั่นจักรยานเสือภูเขาชิงถ้วยพระราชทานฯ ที่หัวหิน รุ่นบี ระยะทาง 28 กิโลเมตร ก็ได้รางวัลที่ 3 กลับมา ทำให้เรามีกำลังใจในการปั่นจักรยานมากขึ้น และในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ ก็ไม่พลาดที่จะร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ เพื่อ แสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

“ยายรหัส” ขอกดไลค์สนับสนุนเต็มเหนี่ยวกับการใช้เวลาว่างฟิตเฟิร์มออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใด รวมถึงการปั่นจักรยานเทรนด์นิยม

นอกจากจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง รักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังได้สร้างมิตรภาพใหม่ๆให้เกิดขึ้นระหว่างทำกิจกรรมอีกด้วย.

ยายรหัส/รายงาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้