วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทอดน่องดูไฟเฉลิมฯ ตระการตาราชดำเนิน

ทอดน่องดูไฟเฉลิมฯ ตระการตาราชดำเนิน

โดย ซูม
6 ธ.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ซอกแซกสัปดาห์นี้ขอนำท่านผู้อ่านสู่ถนนราชดำเนินและท้องสนามหลวง เพื่อดูชมการประดับไฟเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา ขององค์พระประมุข ที่โจษขานกันว่าสวยงามไม่แพ้ทุกๆปีที่ผ่านมา แม้ทางราชการจะจัดอย่างเรียบง่ายและประหยัดตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วก็ตาม

ส่วนใหญ่ยังคงใช้ดวงไฟเดิมที่มีอยู่แล้วนั่นเอง แต่จัดตกแต่งและวางรูปแบบกันเสียใหม่พร้อมทั้งเติมของใหม่ไปบ้างตามความจำเป็นส่งผลให้เส้นทางตลอดถนนราชดำเนินทั้งสายสวยงามอร่ามเรืองดุจเมืองสวรรค์ชั้นฟ้าอีกครั้ง

หัวหน้าทีมซอกแซกให้รถโรงพิมพ์ไปส่งที่นางเลิ้งเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม แล้วก็เดินเท้าไปสะพานมัฆวาฬรังสรรค์ มองเห็นความงามจาก ทำเนียบรัฐบาล และ พระที่นั่งอนันตสมาคม ตลอดจนลาน พระบรมรูปทรงม้า เป็นจุดประเดิมเริ่มต้น

จากนั้นก็เดินเข้าสู่ ถนนราชดำเนินนอกมุ่งหน้าไปยังสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ประดับอยู่บนต้นไม้ตลอด 2 รายทาง และส่วนราชการสำคัญ ในบริเวณนั้นเช่น กองบัญชาการกองทัพบก กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น

เมื่อมาถึง สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตัดเข้าสู่ถนนราชดำเนินกลางจะมองเห็นความสง่างามของ โลหะปราสาท ที่ปรับปรุงทาสีใหม่ ใช้ไฟประดับสีเหลืองจนดูเหมือนวิมานทองหลังเล็กๆ ลอยเด่นอยู่เบื้องบน โดยมี พลับพลา เจษฎา บดินทร์ และบริเวณโดยรอบที่จัดประดับประดาเสริมไม้ดอกไม้ประดับเพิ่มขึ้นพร้อมประดับไฟตามต้นไม้ต่างๆ เป็นฉากที่สวยงามชวนให้มองแล้วมองอีกอยู่หลายนาที

จากจุดนั้น หากมองเฉียงไปด้านซ้ายมือจะเห็น ภูเขาทอง ที่ประดับประดาด้วยดวงไฟโดดเด่นเป็นสง่า จนต้องนึกภาพตามว่าถ้าเราเดินขึ้นไปข้างบนโน้น คงเหมือนขึ้นไปสู่ยอดภูเขาอะไรสักยอดในวรรณคดีไทยและเมื่อมองลงมาข้างล่างโดยรอบคงจะเห็นเกาะรัตนโกสินทร์ทั้งเกาะยามนี้สวยงามอย่างบอกไม่ถูก

เราเดินต่อไปดีกว่า เพราะข้างหน้าโน้นเองได้แก่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยของสยามประเทศ ณ ถนนราชดำเนินแห่งนี้ จึงได้มีโอกาสมาโชว์ความสวยงามในช่วงวันเฉลิมฯด้วยแม้จะ มิได้ประดับไฟอะไรมากมายนักใช้เพียงสปอตไลต์ฉายแสงไฟให้สว่างขึ้นโดยรอบ โดยเน้นย้ำไปที่พานรัฐธรรมนูญ ที่เหลืองอร่ามดุจทองคำแท่งใหญ่เสียมากกว่า...ดูแล้วก็จุดประกายความหวังของคนไทยที่กำลังรอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ ในขณะนี้

เพลิดเพลินกับถนนราชดำเนินกลางอีกพักใหญ่หัวหน้าทีมซอกแซกก็ทอด น่องมาถึง สะพานผ่านพิภพลีลา จุดเริ่มต้นเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน มองเห็นสนามหลวงทั้งสนามระยิบระยับไปด้วยต้นมะขามหลากสี จากดวงไฟและอาณาบริเวณรอบๆ ที่มีเต็นท์การออกร้านรวงต่างๆตั้งอยู่

ณ บริเวณนี้จะเห็น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ พระบรมมหาราชวัง ในยามราตรีอย่างถนัดชัดเจนโดยแสงไฟจากสปอตไลต์ที่ส่องเน้นให้เห็นถึงจุดสำคัญต่างๆของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 2 แห่งนี้ ซึ่งเพียงเท่านี้ก็ทำให้บริเวณพระบรมมหาราชวังงดงามอย่างสุดพรรณนาสมกับเป็นนครของเหล่าเทพเทวดา ดังชื่อ “กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ฯ” ที่สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชพระราชทานชื่อไว้

หัวหน้าทีมซอกแซกใช้เวลายืนเพ่งมองไปรอบๆพระบรมมหาราชวังอยู่นานพอสมควร ด้วยความสุขใจและภาคภูมิใจในสมบัติล้ำค่าของชาติไทย ที่บรรพบุรุษของเราได้รังสรรค์ไว้ และได้กลายเป็นมรดกไทยอันประเมินค่ามิได้มาตราบเท่าทุกวันนี้

รอบๆบริเวณดังกล่าว อาทิ บริเวณ ศาล หลักเมือง กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ ก็ตกแต่งได้อย่างสวยงามไม่แพ้กัน ทำให้บริเวณนี้เป็นบริเวณที่พลาดไม่ได้เลย สำหรับท่านที่ชอบถ่ายรูปด้วยกล้องมือถือทั้งหลาย เพราะไม่ว่าจะเหลียวขวา หรือเหลียวซ้ายดูงดงามไปเสียทั้งหมด ถ่ายรูปออกมาแชร์กันรับรองถูกใจคนรับอย่างแน่นอน

ดูทางด้านพระบรมมหาราชวังเสร็จสรรพ ก็เดินตัดสนามหลวงตั้งใจจะไปที่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่มีข่าวว่าประดับประดาได้อย่างสวยงามเย็นตาและกำลังจะถึงอยู่แล้วเชียว ก็เริ่มมีฝนปรอยลงมา 2-3 เม็ด เตือนให้หัวหน้าทีมซอกแซกที่มิได้เตรียมร่มไปด้วย หาที่หลบฝนด่วน

โชคดีมีรถเมล์สายรอบเมือง หมายเลข 53 แล่นผ่านมา ผู้คนไม่แน่นมากนัก พอมีที่ว่างให้นั่ง หัวหน้าทีมซอกแซกไม่รอช้ากระโดดขึ้นทันที และพอรถเคลื่อนตัวออกจากป้ายได้หน่อยเดียว ฝนก็เทลงมาจริงๆ

เจตนากระโดดขึ้นรถก็เพื่อจะอาศัยหลบฝน ซึ่งก็หลบได้อย่างดียิ่ง หากไม่ขึ้นมาก่อนคงเปียกปอนหมดแล้ว ต้องขอบคุณรถเมล์สาย 53 ที่นอกจากจะกลายเป็นที่หลบฝนดังกล่าวแล้ว
ยังเป็นไกด์นำหัวหน้าทีมผ่านถนนพระอาทิตย์ผ่านบางลำพู บางขุนพรหม แล้วมาจอดที่เทเวศร์ ซึ่งเป็นเวลาพอดีกับฝนเริ่มบางลง

นึกแล้วก็น้อยใจพระพิรุณอยู่เหมือนกันที่มาตกอะไรก็ไม่รู้ ต้นเดือนธันวาคมเข้าไปแล้วสงสารร้านรวงต่างๆ ที่มาออกร้านขายสารพัดสินค้าจากท้องถิ่น ที่คงจะเจอฝนกระจุยไปพอสมควร

ก็ได้แต่ภาวนาและวอนขอให้ท่านตกแต่เพียงหอมปากหอมคอเท่านี้เถอะ ขออย่าตกในวันที่ 4 ที่ 5 และวันนี้ 6 ธ.ค.เลย

สรุปว่า หัวหน้าทีมตั้งใจจะกลับมาดูแสงไฟวันเฉลิมฯ 2558 ให้เต็มตาอีกสักครั้ง เพราะการดูครั้งที่ผ่านไปหมาดๆนี้ น่าจะเพียง 80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ต้องหนีฝนเสียก่อน

แต่กระนั้นก็เป็น 80 เปอร์เซ็นต์ที่ประ-ทับใจมาก และขอถือโอกาสเชิญชวนท่านที่ยังไม่ได้ดู หาโอกาสไปดูกันเสีย นั่งรถสาธารณะไปใกล้ๆ แล้วใช้วิธีเดินเท้าเอา...ถือเป็นการออกกำลังไปด้วย...น่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าขับรถไปเองครับ.

ซูม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้