วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศิลปะจากแสงไฟ สว่างไสวในความงาม

ศิลปะจากแสงไฟ สว่างไสวในความงาม

  • Share:

งานศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนักแต่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของพวกเราอย่างใกล้ชิด โดยที่บางครั้งเราอาจไม่รู้ตัว ก็คือ ศิลปะการจัดแสง ซึ่งมีนักออกแบบแสงหรือไลติ้ง ดีไซเนอร์ (Lighting Designer) เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งการประดับไฟตกแต่งตามสถานที่หรือถนนหนทางต่างๆในช่วงเทศกาลนั้น หลายประเทศให้ความสำคัญเป็นเทศกาลระดับชาติกันเลย และที่ย่านราชประสงค์ของไทยเราในปีนี้ก็พัฒนามาตรฐานสู่ระดับโลกด้วย

งานของไลติ้ง ดีไซเนอร์นั้นครอบคลุมกว้างขวางมากครับ ตั้งแต่แสงไฟในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ในห้างร้าน สถานบันเทิง ป้ายโฆษณา ในคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ หรือแม้แต่ไฟประดับประดาตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งนักออกแบบแสงในแต่ละแขนงก็ต้องใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป เช่น นักออกแบบแสงในอาคารบ้านเรือน ก็ต้องมีความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน นักออกแบบแสงสำหรับงานเวทีก็ต้องมีความเข้าใจเรื่องดนตรีและการแสดงภาคเวที

ดวงไฟรูปหัวใจที่ใช้ขวดช่วยกระจ่ายแสง.

คุณสมบัติที่สำคัญของไลติ้ง ดีไซเนอร์ คือต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการทำงาน เพราะผู้สร้างสรรค์ต้องคำนึงถึงความสวยงามและประโยชน์ในการใช้งานด้วย ความสวยงามควรเข้ากันได้อย่างเหมาะสมกับสถานที่ ต้องคำนึงถึงมุมมองของผู้ชมที่มีทั้งอยู่ใกล้และอยู่ไกล หรือบางครั้งต้องคำนึงถึงมุมมองจากผู้ชมในทิศทางต่างๆ จากหลายๆด้าน เช่น มองมาจากด้านบน หรือมองขึ้นมาจากด้านล่างอีกด้วย

แสงแต่ละเฉดสี, ระดับความสว่าง, ระดับความเข้มแสงและเงาก็ให้อารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกัน รูปทรงของแสงและเงา ปริมาณของแสง ตำแหน่งของแสงที่ส่องออกมา พื้นผิวที่แสงไปตกกระทบ รวมถึงเทคนิคลูกเล่นต่างๆมากมายถูกนำมาใช้ในการสร้างให้แสงสีเป็นไปได้ดังจินตนาการ ชนิดของหลอดไฟที่ใช้ก็ให้ผลต่างกันทั้งในแง่ของความงามและการใช้สอย ปัจจุบันก็มีหลอดไฟอยู่มากมายหลายแบบ หลอดไฟที่ไม่เกิดความร้อนสูง ประหยัดไฟ อายุการใช้งานยาวนาน มักถูกเลือกมาใช้ แต่ หลอดไฟชนิดอื่นก็ยังมีการนำมาใช้ให้เหมาะสมกับงานด้วยเช่นกัน การควบคุมการเปิด-ปิดแสงสีต่างๆ การใช้ไฟกะพริบ การกำหนดทิศทางแสงไฟในส่วนที่เคลื่อนไหวให้เข้ากับช่วงเวลา บรรยากาศ เสียงดนตรี หรือกิจกรรมในขณะนั้นก็ต้องมีการวางแผนให้เป็นไปตามเป้าหมายของแต่ละงาน ความปลอดภัยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักออกแบบแสงทุกคนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ไฟแขวนประดับตามต้นไม้.

ความสวยงามจากแสงไฟที่เราได้เห็นนั้นไม่ใช่เพียงแค่เอาไฟไปติดๆ แขวนๆเสียบปลั๊กให้สว่างแล้วก็จบ แต่ต้องใช้จินตนาการและความสามารถอย่างสูงจึงจะได้ผลงานออกมาเป็นที่น่าประทับใจ ศิลปินไลติ้ง ดีไซเนอร์ในต่างประเทศนั้นถือว่ามีชื่อเสียงมากครับ สำหรับไลติ้ง ดีไซเนอร์ของไทยเราที่มีความสามารถระดับอินเตอร์ก็มีอยู่ไม่น้อย เพียงแต่คนไทยเราเองยังไม่ค่อยรู้จัก และอาจจะลืมนึกถึงคนที่อยู่เบื้องหลังกันไปบ้าง คราวต่อไปถ้าเห็นการจัดแสงไฟสวยๆ งามๆ ก็อย่าลืมไถ่ถามถึงชื่อเสียงเรียงนามของผู้สร้างผลงานกันบ้างนะครับ

นาฬิกานับถอยหลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่.

ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองในเดือนธันวาคมนี้ ถ้าแฟนานุแฟนคอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน อยากเห็นความอลังการของศิลปะการจัดแสงฝีมือระดับโลก ในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสอันดีครับ ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงเมืองนอก อยู่ที่เมืองไทยเราก็มีมาให้ชม ในงาน Thailand Kingdom of Light 2015 ที่จัดโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ (TCEB), อัมสเตอร์ดัม ไลต์ เฟสติวัล (Amsterdam Light Festival), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การบินไทย, สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์, สมาคมไฟฟ้าแสงสว่าง และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีภายใต้แนวคิด “THAI’s ENLIGHTENING MOMENTS จุดประกาย ส่องแสง สะท้อนหัวใจไทย” เป็นการเนรมิตอาณาจักรแสงไฟกว่าล้านดวงให้สว่างไสวงดงามทั่วย่านราชประสงค์แบบ 360 องศา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 220,000 ตารางเมตร ซึ่งตลอดการจัดงานนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในย่านราชประสงค์กว่า 600,000 คนต่อวัน โดยมีกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2558-5 มกราคม 2559

นักออกแบบใช้ตาข่ายมาสร้างรูปทรงที่แปลกตาเมื่อต้องแสงไฟ.

ในงานจะเป็นเทศกาลแสงที่มีการประดับ ประดาไฟในธีมงานที่กำหนดไว้ตามจุดต่างๆ บริเวณย่านราชประสงค์ ซึ่งตามจุดที่แสดงไฟจะมีบอร์ดนิทรรศการอธิบายถึงแนวคิดในการออกแบบ โดยแบ่งโซนในการจัดแสดงดังนี้ครับ

สกายวอล์ก : สวนแสงบนทางเดินสกายวอล์ก ในคอนเซปต์ “ฟ้างามที่ปลายรุ้ง” ที่ใช้แสงหลากสีสันมาเป็นสัญลักษณ์แสดงพลังของคนไทย ซึ่งไม่ว่าจะเจอวิกฤติใด ประเทศไทยยังคงสวยงามเสมือนรุ้งที่ทอแสงอยู่เสมอ เริ่มแสดงทุกต้นชั่วโมงตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมถึง 5 มกราคม 2559

ศาลท่านท้าวมหาพรหม : มีการจัดแสดงแสงแบบ ไลติ้ง พาวิลเลียน (Lighting Pavilion) ที่จะเนรมิตดวงไฟอันวิจิตรตระการตาทั้งด้านในและด้านนอก เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมถึง 5 มกราคม2559

อินเตอร์เนชั่นแนลโซน : ในปีนี้ ได้ยกระดับความพรีเมียมของแสงไฟเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยความร่วมมือของทีเส็บ และอัมสเตอร์ดัม ไลต์ เฟสติวัล ในการนำผลงานไลติ้งของศิลปินจากนานาชาติที่แสดงภายในงานอัมสเตอร์ดัม ไลต์ เฟสติวัล ซึ่งเป็นงานไลต์ เฟสติวัลที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังระดับโลก มาร่วมจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ ดื่มด่ำความสวยงามและเต็มอิ่มกับผลงานไลติ้งสุดครีเอต ที่โดดเด่นด้วยแสงสีและดีไซน์สุดล้ำ และสนุกเพลิดเพลินไปกับผลงานอินเตอร์แอ็กทีฟที่สร้างสรรค์มาให้ผู้ชมได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงาน

ตัวอย่างการประดับไฟบริเวณศาลท้าวมหาพรหม.

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอผลงานที่เกิดจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างประเทศโดยได้ไลติ้ง ดีไซเนอร์ชาวไทย ไลติ้ง ดีไซเนอร์ชาวต่างชาติ และนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกันสร้างสรรค์ประติมากรรมแสงไฟ เพื่อแสดงถึงการยกระดับงานไลติ้งเฟสติวัลของไทยให้มีความทัดเทียมระดับนานาชาติ จนเกิดเป็นอีกหนึ่งมาสเตอร์พีซสำคัญ ของงาน

FACADE : นับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กับนาฬิกาขนาดใหญ่ ที่ออกแบบเป็นตัวเลขไทย และจะเปลี่ยนเป็นตัวเลขอารบิกในวันเคาต์ดาวน์ โดยสามารถชมแสงไฟจากนาฬิกาได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมถึง 5 มกราคม 2559

ประติมากรรมโลหะรูปศรีษะที่มีสมองอยู่ด้านใน.

และยังมีกิจกรรมสุดพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงานในปีนี้ คือ การร่วมสนุกผ่านเฟซบุ๊ก Application Check in ที่จะฉายผังงานทั่วทั้งบริเวณจัดแสดงให้ผู้ชมตามไปถ่ายภาพได้ครบทุกจุด ทำให้ผู้เข้าชมงานสามารถร่วมกิจกรรมและวางแผนการเดินเที่ยวได้ครบทุกมุมสวยในงาน

ขอเล่าถึงศิลปินไลติ้ง ดีไซเนอร์จากต่างประเทศที่ได้มาร่วมจัดงานกับกลุ่มองค์กรของไทยเราในครั้งนี้สักหน่อยครับ คุณโรจิเอร์ แวน เดอ ไฮด์ (Rogier van der Heide) นักออกแบบแสงระดับโลกจากเนเธอร์แลนด์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของอัมสเตอร์ดัม ไลต์ เฟสติวัล เขามีผลงานสร้างสรรค์งานไลต์ เฟสติวัลมาแล้วในหลากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งการมาในครั้งนี้เขาได้บรรยายประสบการณ์และความรู้เรื่องการออกแบบจัดแสงในงานระดับโลกให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยของไทยเรา รวมทั้งมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการออกแบบไฟฟ้าแสงสว่างระหว่างAmsterdam Light Festival Foundation กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีอีกด้วย

แบบจำลองของไฟประดับรูปดอกบัว.

จากประสบการณ์และโอกาสที่นักศึกษาและศิลปินชาวไทยได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลก คงสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดพลังสร้างสรรค์ใหม่ๆ ขึ้นมาอีกไม่น้อย เชื่อว่าในอนาคตเราจะมีไลติ้ง ดีไซเนอร์ชาวไทยที่มีฝีมือระดับอินเตอร์เกิดขึ้นอีกมากมาย เมืองไทยจะเป็นสถานที่จัดงานไลต์ เฟสติวัล ระดับนานาชาติ ซึ่งคณะผู้จัดงานก็มุ่งหวังว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า การจัดงานดังกล่าวจะมีการแสดงผลงานของศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงเปิดโอกาสให้ศิลปินชาวไทยได้จัดแสดงงานกันมากขึ้น

การประดับไฟที่ Amsterdam Light Festival.

งานใหญ่ที่เต็มไปด้วยสีสันน่าตื่นตาตื่นใจแบบนี้จะช่วยสร้างความสุขให้คนไทย เรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะมาท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์ ส่งเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มความเชื่อมั่นประเทศไทยในสายตาของกลุ่มผู้จัดงานอีเวนต์ระดับโลก แล้วยังพัฒนายกระดับการจัดงานมหกรรมนานาชาติในไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล หากมีหน่วยงานจากต่างชาติเข้ามาจัดงานในไทยกันบ่อยๆ จะนำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมหาศาล รวมทั้งการลงทุนต่างๆ ก็จะตามเข้ามาอีกมาก ด้วยความพร้อม ความร่วมมือตลอดจนเสน่ห์ของเมืองไทยและคนไทย.

โดย :รายทาง
ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้