วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลูกตัดพ้อ 'พ่อทุ่มเทเป็นตำรวจ ตชด.ทั้งชีวิต' ป่วยโคม่า ไร้หน่วยงานดูแล

ลูกตัดพ้อ 'พ่อทุ่มเทเป็นตำรวจ ตชด.ทั้งชีวิต' ป่วยโคม่า ไร้หน่วยงานดูแล

  • Share:

วิศวกรหนุ่ม 33 ปี จากพ่อนานหลายปี ทราบข่าวอีกทีประสบอุบัติเหตุโคม่า ขับรถไปกลับกรุงเทพ-เชียงราย เฝ้าดูอาการพ่อ เผย พ่อทุ่มเทเป็น ตร.ตชด.ทั้งชีวิต ตัดขาดญาติ-ครอบครัว วิงวอนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หาโรงพยาบาลให้พ่อพักรักษาตัว

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องจาก นายยุทธภูมิ ปัจจุ้ย อายุ 33 ปี วิศวกรบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถึงกรณีที่พ่อแท้ๆ ของนายยุทธภูมิ คือ ว่าที่ร้อยตำรวจโทพันธ์ยุทธภูมิ ปัจจุ้ย อายุ 58 ปี ตำแหน่งรองสารวัตร กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ประจำกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ขณะนี้นอนเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อีกทั้ง ทางโรงพยาบาลต่างๆ ปฏิเสธที่จะรับ ว่าที่ร้อยตำรวจโทพันธ์ยุทธภูมิ รักษาภายในโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นคนไข้ติดเตียง ต้องใช้เวลารักษายาวนาน 

ย้อนไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว พ่ออุ้มลูกชายในวัยเด็ก ขณะนั้นครอบครัวยังอยู่พร้อมหน้า

นายยุทธภูมิ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า ตนเองกับพ่อได้แยกจากกันตั้งแต่อายุได้ประมาณ 3 ขวบ เนื่องจากพ่อกับแม่แยกจากกัน และไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ก็ทราบมาตลอดว่าพ่อเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เคยเดินทางไปเยี่ยมพ่อครั้งหนึ่งที่ค่าย ตอนอายุประมาณ 14 ปี แต่เจอกันแค่ไม่นานก็ต้องแยกจากกันอีก โดยที่พ่อเองไม่ได้มีครอบครัวใหม่ ใช้ชีวิตทุ่มเทกับอาชีพตำรวจตระเวนชายแดน จวบจนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุรถ จยย.คว่ำ บาดเจ็บสาหัส ไม่ได้สติ ทางหน่วยงานของพ่อจึงได้พยายามทุกทางเพื่อติดต่อให้ลูกแท้ๆ มาดูแล 

"จากนั้นก็มีคนติดต่อผมมาให้ไปดูพ่อ ผมจึงรีบเคลียร์งาน และเดินทางไปยังจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม พอถึงโรงพยาบาลคำถามแรกก็ผุดขึ้นในหัวผมทันที เขาหน้าตาเป็นอย่างไร เรามาในฐานะลูก ซึ่งมีเราเพียงคนเดียวที่มีสิทธิในตัวเขาทุกอย่าง แต่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย นิสัยใจคอ เขาอยู่ที่ไหนอย่างไร และคำถามอื่นๆ อีกมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัว หลังจากสลัดความคิดที่อยู่ในหัวแล้ว ผมก็รีบดิ่งเข้าไปในโรงพยาบาล เป็นไปตามคาดผมหาพ่อไม่เจอ แต่นี่มันชื่อพ่อเรานี่ คนที่นอนอยู่ข้างหน้าเรา ซึ่งเราไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด คนที่มีรอยสักเต็มตัว มือ และเท้าด้านมาก ผมไม่เคยเห็นใครมีเท้าด้านแบบนี้มาก่อน เขานอนดิ้นไปดิ้นมา ถูกมัดมือไว้กับเตียงทั้งสองข้าง ไม่มีอาการตอบสนองใดๆ เวลาที่เรามองหน้า" นายยุทธภูมิ กล่าว 

นายยุทธภูมิ กล่าวต่อว่า หลังจากที่เยี่ยมพ่อครั้งแรก ตนเองเดินทางไปกลับกรุงเทพ-เชียงรายบ่อยครั้ง ต้องกลับไปเพื่อหาโรงพยาบาลให้พ่อพักฟื้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนท้อแท้ที่สุดในชีวิต เพราะทางเจ้าหน้าที่ต้องการให้ตนเองเอาพ่อออกจากโรงพยาบาล เพราะพ่อเป็นคนไข้ติดเตียง อาการแกจะคงอยู่อย่างนี้ ทางโรงพยาบาลไม่สามารถดูแลพ่อได้ ตนจึงต้องพยายามทุกทางเพื่อที่จะมีสักแห่งเห็นใจรับพ่อไว้ดูแล 

นายยุทธภูมิ ปัจจุ้ย ผู้เป็นลูกชาย ได้เก็บภาพถ่ายผู้เป็นพ่อไว้ดูต่างหน้า หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน

"ผมเป็นลูกชาย ปฏิเสธไม่ได้ที่จะไม่ดูแลพ่อ แต่ถึงวันนี้ผมก็ตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัว และต้องทำงานหาเงินมาดูแลรักษาพ่อ ผมไม่สามารถดูแลพ่อได้ตลอด 24 ชม. พ่อผมเจาะคอ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นอนหมดสติ และต้องให้อาหารทางสายยางเท่านั้น ผมจึงได้ประสานไปยังหัวหน้าของพ่อผม ซึ่งทุกคนในกองร้อยก็ให้ความช่วยเหลือเต็มที่ เขาได้ประสานงานไปยังโรงพยาบาลค่ายดารารัศมี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของตำรวจ แต่ผมต้องดำเนินการจัดหารถตู้เอง พร้อมทั้งนำพ่อไปเอง เนื่องจากทางกองร้อยได้ประสานไปยังกองกำกับการเพื่อขอนำรถไปส่งพ่อแล้ว แต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ ซึ่งผมก็เข้าใจว่า พวกลุงๆ ตำรวจเขาก็ทำกันเต็มที่แล้ว กระทั้งต่อมาได้รับข่าวร้ายอีกครั้งว่า โรงพยาบาลค่ายดารารัศมี  จะไม่รับดูแลพ่อผมแล้ว " นายยุทธภูมิ กล่าว 

นายยุทธภูมิ กล่าวต่อว่า พ่อตนเองเป็นคนสุพรรณบุรี มาเป็นตำรวจ ตชด.ตั้งแต่ตนเองยังไม่เกิด มีนิสัยเป็นคนรักสันโดษเป็นอย่างมาก ไม่ติดต่อใครเลย มารู้ภายหลังว่าญาติทางพ่อก็เสียไปเกือบหมดแล้ว พ่อประจำอยู่ที่ดอยวาวี ที่ฐานปฏิบัติการ ตชด. ไม่มีบ้าน แต่มีห้องพักไว้เก็บของที่ อ.แม่จัน โดยจ่ายค่าเช่าให้ทุกเดือน แต่ก็ไม่ได้อยู่ ทราบภายหลังว่าแกอยู่มาตั้งแต่เลิกกับแม่ พ่อเป็นคนไม่กินเหล้า แต่สูบบุหรี่ และดื่มกาแฟจัด เลิกงานก็มักจะเข้าวัด ทุกๆ ที่ ที่พ่ออยู่จะพบเจอแต่หนังสือพระกับพระเครื่อง พ่อขับรถมอเตอร์ไซค์ เดือนหนึ่งเป็นพันถึงสองพันโล หัวหน้าแกบอกว่า ตรงไหนมีทางแกไปหมด แกทำงานเป็นตำรวจสายมวลชน ผู้คนที่อาศัยอยู่ดอยวาวี ใครๆ ก็รู้จักพ่อ ลุงแกบอกหากตนเองมาแล้วเกิดรถเสียกลางทาง กลางค่ำกลางคืนก็ไม่ต้องกลัว ให้บอกชื่อพ่อไป ทุกๆ คนยินดีที่จะเข้ามาช่วยเหลือ

ว่าที่ร้อยตำรวจโทพันธ์ยุทธภูมิ ปัจจุ้ย ได้พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ตลอดชีวิตข้าราชการตำรวจ

"พ่อผมทุ่มเททำงานให้กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาทั้งชีวิต เมื่อถึงวันที่พ่อไม่เหลือใครแล้วจริงๆ อยากให้ทางตำรวจยื่นมือเข้ามาช่วยพ่อสักครั้งได้ไหมครับ ถึงผมจะไม่ได้อยู่กับพ่อทั้งชีวิต ผมก็รักพ่อมาก ผมอยากจะขอวิงวอนทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยพ่อผมหน่อยได้ไหมครับ เพียงแค่ช่วยหาโรงพยาบาลให้พ่อผมพักรักษาตัว ตัวผมเองไม่คิดจะทิ้งพ่ออยู่แล้ว ถึงพ่อจะไม่ได้เลี้ยงผมมาตั้งแต่เล็กจนโต แต่ด้วยความเป็นลูก ผมก็ต้องรับผิดชอบ ผมเสียใจ และท้อใจมากที่หลายคนละเลยอาการเจ็บป่วยของพ่อ ทุกวันนี้ผมอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า พ่อผมจะมาเป็นตำรวจตระเวนชายแดนเพื่ออะไรกัน หรือพ่อจะอยู่ไกลเกินไป... ไกลเกินที่จะมีผู้ใหญ่ใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มองเห็น" นายยุทธภูมิ กล่าวทิ้งท้าย 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้