วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รบ.ยันไม่พบ 'ไอซิส' เคลื่อนไหวในไทย เตือนสื่อ อย่าทำปชช.ตื่นตระหนก

รบ.ยันไม่พบ 'ไอซิส' เคลื่อนไหวในไทย เตือนสื่อ อย่าทำปชช.ตื่นตระหนก

  • Share:

"โฆษก รบ." แจงข้อมูลข่าวตรวจสอบ "ไอซิส" ผ่านเข้าไทย เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าวตามปกติ ย้ำไม่พบการเคลื่อนไหวต้องสงสัย เตือนสื่อใช้วิจารณญาณก่อนเผยแพร่ เพราะก่อให้เกิดความตื่นตระหนก

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเอกสารของตำรวจสันติบาลให้ติดตามพฤติการณ์ของชาวต่างชาติในประเทศไทย ตามข้อมูลจากหน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซียมาเผยแพร่ในสื่อมวลชนว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าว ที่ประเทศไทยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดร่วมกับทุกประเทศ เพื่อเฝ้าติดตามกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายต้องสงสัย ที่ควรดำเนินการด้วยความระมัดระวังในทุกเรื่อง ทั้งกรณียาเสพติด การก่อความไม่สงบ และอาชญากรรมต่างๆ และถือเป็นข้อมูลลับทางราชการ ที่ไม่ควรนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะอาจกระทบการทำงานของเจ้าหน้าที่

"การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย และความมั่นคงของต่างประเทศนั้น เป็นสิ่งที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกระยะ มีข้อมูลที่เราส่งให้มิตรประเทศช่วยตรวจสอบ หรือมิตรประเทศร้องขอให้เราตรวจสอบตลอดเวลา ไม่ถือเป็นเรื่องใหม่หรือเป็นสิ่งที่ต้องวิตกกังวลเกินกว่าเหตุ ในทางตรงกันข้าม หากเราไม่ได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลต่างหาก จึงจะน่ากังวล  และรัฐบาลได้มีการตรวจสอบแล้วในเบื้องต้น จนถึงขณะนี้ไม่พบกลุ่มผู้ต้องสงสัยตามข่าวเข้ามาทำการเคลื่อนไหวในประเทศไทย ทั้งนี้ อยากขอให้สื่อมวลชนได้ใช้วิจารณญาณพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนเผยแพร่ข้อมูลใดๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่จะสร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน และข้อมูลดังกล่าวยังอาจเกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีความเป็นห่วงในกรณีดังกล่าว ทั้งในส่วนการปล่อยปละให้เอกสารสำคัญทางราชการเผยแพร่ออกมา รวมทั้งการทำงานของสื่อมวลชนบางสังกัด ที่นำเสนอข่าวโดยละเลยต่อผลกระทบในวงกว้างที่จะเกิดขึ้นกับสังคม โดยในประเด็นหลังนี้อาจจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่ดูแลเชิญสื่อมวลชนดังกล่าว มาทำความเข้าใจและขอความร่วมมือเรื่องแนวทางการทำงานต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลความมั่นคง การดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศ และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก และกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศเตรียมพร้อมเสมอ และให้เพิ่มความเคร่งครัดเป็นพิเศษในช่วงเทศกาล เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยทุกคน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้