วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พณ.ชง 7 ยุทธศาสตร์ส่งออก ตั้งเป้าปี 59 ผงาดโต 5%

พณ.ชง 7 ยุทธศาสตร์ส่งออก ตั้งเป้าปี 59 ผงาดโต 5%

  • Share:

“สมคิด” ถกพกค. ผลักดันส่งออกปีหน้า ตั้งเป้าโต 5% ด้านพาณิชย์ ชู 7 ยุทธศาสตร์ เปิดประตูการค้า เร่งขยายตลาดเชิงรุก ส่งเสริมค้าชายแดน หนุนลงทุนตปท. ปรับโครงสร้างการค้าบริการ สร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสร้างมูลค่าเพิ่มภาคอุตฯ...

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ (พกค.) เพื่อติดตามความก้าวหน้าด้านการค้าระหว่างประเทศ และแผนการผลักดันการส่งออกปี 59 ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอยุทธศาสตร์การค้าต่างประเทศต่อที่ประชุม โดยเน้นการปรับโครงสร้างทางการค้าและการเดินตลาดเชิงรุก พร้อมทั้งตั้งเป้าผลักดันการส่งออกในปี 59 ให้โต 5% ซึ่งยอมรับว่าเป็นเป้าที่ท้าทาย จากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจโลกน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นและฐานการส่งออกที่ต่ำ

ขณะที่ภาพรวมปีหน้า เชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นและการตั้งเป้าสูงไว้ก่อน น่าจะเป็นผลดี ส่วนการส่งออกในปีนี้ ไม่ได้ประเมินตัวเลขที่ชัดเจน และเมื่อดูจากเศรษฐกิจปีหน้า มีการประเมินว่าจะอยู่ที่ 3.6% เชื่อมั่นว่ากระทรวงพาณิชย์จะมีแผนงานที่ดี และการทำงานของรัฐบาล ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง ซึ่งจากการหารือร่วมกับภาคเอกชนเมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.) ได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันในหลายๆ ด้าน หนึ่งในนั้นคือคณะกรรมการดูเรื่องการส่งออก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้นำในการเดินหน้าเรื่องนี้

นอกจากนี้ ที่ประชุม พกค.ยังได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดในการศึกษาเรื่องของ TPP ภายใน 1 ปี โดยมอบหมายให้นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์เป็นประธาน ซึ่งระหว่างนี้จะมีการพบปะพูดคุยกับทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบที่สุด พร้อมทั้งมีแนวทางสนับสนุนให้ไทยเป็น Hub ของอัญมณีในปีหน้า ซึ่งมีมูลค่านับแสนล้านบาท โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปดูเรื่องมาตรการทางภาษี คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์จะรับไปดำเนินการต่อ

ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในการประชุม พกค. ในครั้งนี้ได้มีการพิจารณายุทธศาสตร์ในการผลักดันการส่งออกปี 59 ซึ่งมี 7 ยุทธศาสตร์สำคัญ ยุทธศาสตร์แรกคือ การเปิดประตูการค้าและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความตกลง TPP, RCEP, EU และ ASEAN, ยุทธศาสตร์ที่สอง ได้แก่ การเร่งรัดขยายตลาดส่งออกเชิงรุก โดยใช้ความต้องการตลาดเป็นตัวนำการผลิต, ยุทธศาสตร์ที่สาม ได้แก่ การส่งเสริมการค้าชายแดน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน

ยุทธศาสตร์ ที่สี่คือ การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไปดำเนินธุรกิจและลงทุนในต่างประเทศ, ยุทธศาสตร์ที่ห้าคือ การปรับโครงสร้างการค้าสู่การค้าบริการ เพื่อเป็นจักรกลใหม่ในการขับเคลื่อนการค้า โดยมีธุรกิจบริการที่ให้ความสำคัญ 6 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ ธุรกิจบันเทิงและคอนเทนต์ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจบริการเกี่ยวกับการต้อนรับ และธุรกิจบริการวิชาชีพยุทธศาสตร์ ที่หกคือ การส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้เป็นนักรบเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และยุทธศาสตร์สุดท้าย คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคอุตสาหกรรมการส่งออก

นอกจากนี้ได้มีการ หยิบยกประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาของคลัสเตอร์อัญมณีและเครื่องประดับ คลัสเตอร์ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ และคลัสเตอร์ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากเป็นคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพและเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นการขยายตัว ทางเศรษฐกิจของประเทศ หากปัญหาอุปสรรคได้รับการแก้ไข จะสามารถผลักดันให้เกิดรายได้เข้าประเทศได้มหาศาล.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้