วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ส่องรถใหม่ แคมเปญแจ่มใน MOTOR EXPO 2015

ส่องรถใหม่ แคมเปญแจ่มใน MOTOR EXPO 2015

  • Share:

สื่อสากล ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 32 จัดโครงการ “ขับเป็น..ขับปลอดภัยกับสื่อสากล” เปิดอบรมทักษะขับขี่ปลอดภัยรอบพิเศษ!!โครงการ “ขับเป็น..ขับปลอดภัย กับสื่อสากล” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยการจัดอบรม เสริมสร้างทักษะการขับขี่และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์ฉุกเฉินให้บุคคลทั่วไปรอบพิเศษ ในงาน “มหกรรมยานยนต์” ด่วน!!! รับจำนวนจำกัด

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ “ขับเป็น..ขับปลอดภัย กับสื่อสากล” (Skill Driving Experience) เปิดเผยว่า “โครงการฯ ประสบความสำเร็จในการปลูกฝังทักษะการขับรถที่ถูกต้องปลอดภัยให้แก่นิสิต นักศึกษามาตลอดระยะเวลา 3 ปีซึ่งปีนี้เราเล็งเห็นความสำคัญของการเสริมทักษะการขับขี่ที่จะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างจริงจังมากขึ้นจึงเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้สมัครเข้าอบรมทักษะขับขี่ปลอดภัยรอบพิเศษขึ้นภายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32”

“ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ อาทิ ท่านั่งและวิธีจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง การเบรกฉุกเฉินการขับรถหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน การเปลี่ยนเลนกะทันหันการแก้ไขอาการรถดื้อโค้ง (Under-steering) ด้วยเทคนิคการสอนที่เข้าใจง่ายจากวิทยากรมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์และเมื่ออบรมจบหลักสูตรผู้เข้าอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรของโครงการฯ” นอกจากนี้ ผู้อำนวยการโครงการยังเผยด้วยว่า โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สิงห์ คอร์ปอเรชั่น กลุ่ม บริษัท ดีสโตน บริษัท ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ จำกัด และ บริษัทไดเร็ค เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

โครงการ “ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” (SkillDriving Experience)
เปิดอบรมทักษะขับขี่ปลอดภัยรอบพิเศษ!!ณ ลาน P9 ใกล้ทะเลสาบ อิมเเพค เมืองทองธานีวันที่ 10 ธันวาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและค่าใช้จ่ายในการสมัครได้ที่โทรศัพท์ 09-0962-2246 หรือ http://www.skilldriving-imc.comhttps://www.facebook.com/skilldriving และบูธโครงการ“ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32” หน้าชาเลนเจอร์ 2 อิมเเพค เมืองทองธานี

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ บริษัท สื่อสากล จำกัด โทร. 0-2641-8444 ต่อ 405 โทรสาร 0-2641-8480 อีเมล์: thuchchanun@imc.co.th ทีมประชาสัมพันธ์งานมหกรรมยานยนต์ บริษัทโปรเฟสชันแนล มีเดีย บิสซิเนส จำกัด 0-2530-3218 # 15, 16


นิชคาร์กรุ๊ป
นิชคาร์ ผู้นำเข้ารถยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์ สปอร์ตคาร์ ไฮเปอร์คาร์ และตัวแทนจำหน่ายลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัวสองโมเดลใหม่ล่าสุดจากค่ายกระทิงดุ “ฮูราแคน แอลพี 610-4 Spyder” และ เครื่องยนต์ขับเคลื่อนสองล้อ “ฮูราแคน แอลพี 580-2 Coupé” ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2015 ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2558 ณ บูธ B03 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี และประกาศเปิดรับจองทั้งสองรุ่น พร้อมส่งมอบ ไตรมาสแรก พ.ศ. 2559

ฮูราแคน แอลพี 610-4 Spyder ราคาเริ่มต้นที่ 26,800,000 บาท และ “ฮูราแคน แอลพี 580 -2 Coupé” ราคาเริ่มต้นที่ 22,500,000 บาท คุณวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ นิชคาร์กรุ๊ป กล่าวว่า “นิชคาร์กรุ๊ปได้รับความไว้วางใจ ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายซุปเปอร์คาร์ในประเทศไทยยาวนาน กว่า 30 ปี ลูกค้าจึงมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยม ในการบริการอย่างผู้ชำนาญการ ตั้งแต่กระบวนการขาย ตลอดจนการส่งมอบและบริการหลังการขาย พร้อมแฟลกชิพสโตร์ลัมโบร์กินีขนาดใหญ่ ในพื้นที่โชว์รูมของนิชคาร์กรุ๊ป ถนนมอเตอร์เวย์ นอกจากนี้ เรายังร่วมกับลัมโบร์กินีคลับ ประเทศไทย จัดกิจกรรมเพื่อลูกค้า อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบความสนุกสนานในการขับ ให้แก่ลูกค้าสูงสุด”

ฮูราแคน แอลพี 610-4 Spyder ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ได้รับการพัฒนาให้การขับเป็นไปด้วยความราบรื่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้โหมด Strada ในการขับบนถนนหลัก ไฮไลต์อยู่ที่ประสิทธิภาพอันทรงพลังยิ่งขึ้น การเพิ่มอีกระดับของความหรูหรา สามารถขับได้ทุกวัน ฮูราแคน แอลพี 610-4 ยังมีสีให้เลือกมากขึ้น รถโมเดลมาตรฐานมาพร้อมกับเบาะหนังบุตั้งแต่ที่จับประตูถึงด้านบนของคอนโซล ช่องระบายอากาศใช้สีดำด้านสร้างความหรูหรา นอกจากนี้ โปรแกรม Ad Personam อันโด่งดังของแบรนด์ลัมโบร์กินียังนำเสนออุปกรณ์ตกแต่งเสริมที่มีให้เลือกเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้ขับได้ครอบครองรถที่สะท้อนความเป็นตัวตนสูงสุด อาทิ ระบบเสียง Sensonum ขนาดกำลัง 390 วัตต์ RMS พร้อมเครื่องขยายเสียงสิบช่องทางและ ลำโพงสิบตัว รูปหกเหลี่ยม ประทับตรา Sensonum แบบพิเศษสุดสำหรับฮูราแคน แอลพี 610-4 โดยเฉพาะ หรือเลือกเปลี่ยนมาใช้ระบบท่อไอเสียสปอร์ตที่จะมาพร้อมสีดำมันวาว ไฟ LED ใหม่ ในห้องเครื่อง สามารถเปลี่ยนมาใช้ร่วมกับห้องเครื่องคาร์บอนไฟเบอร์ และฝากระโปรงเครื่องยนต์แบบโปร่งใสหรือสามารถเพิ่มระบบล็อกความเร็วขับขี่ หรือเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ หรือ เลือกเพิ่มสายชาร์จแบตในรถยนต์ขนาด12 V หรือเลือกเพิ่มที่วางแก้วได้

ฮูราแคน แอลพี 580-2 Coupé ใช้ระบบขับเคลื่อนสองล้อ ที่ล้อหลัง เครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร พร้อมน้ำหนักตัวรถที่เบาลงเพียง 1,389 กก. เบากว่าเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อถึง 33 กก. ขนาดกำลัง 426 กิโลวัตต์/580 แรงม้า แรงบิด 540 นิวตันเมตร 75% ของแรงบิดที่ 1,000 รอบต่อนาที สามารถเร่งที่ความเร็ว 0-100 กม./ชม.ภายใน 3.4 วินาทีและเร่งได้สูงสุด 320 กม./ชม.อัตราส่วนกระจายน้ำหนักด้านหน้าและหลังอยู่ที่ 40/60 ลดแรงเฉื่อยบนเพลาหน้าและมีการติดตั้งการจัดการพลังงานใหม่ทั้งหมด รวมถึง ปรับปรุงระบบกันสะเทือน ตั้งค่าพวงมาลัยใหม่โดยสามารถเลือกการขับแบบ STRADA,SPORT และ CORSA เพื่อการขับราบรื่นยิ่งขึ้นตามรูปแบบการขับที่แตกต่างกันในด้านการออกแบบ

ฮูราแคน แอลพี 580-2 Coupé เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างนักออกแบบ Centro Stile และผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์ของลัมโบร์กินี โดยรูปลักษณ์มีความทันสมัยมากขึ้น แตกต่างจากเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ อย่างชัดเจน ช่องรับอากาศด้านหน้าได้รับการปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มแรงกดให้กับล้อหน้า เสริมด้วยสปอยเลอร์หลัง และดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศด้านหลังตัวรถได้อย่างเต็มที่

lamborghini huracan 580-2 Coupé

lamborghini huracan spyder

ฮูราแคน แอลพี 610-4 Spyder และฮูราแคน แอลพี 580-2 Coupé ใช้ระบบหยุดการทำงานของกระบอกสูบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เป็นครั้งแรกในเครื่องยนต์ V10 โดย 5 สูบ จากทั้งหมด 10 กระบอกสูบจะหยุดทำงาน เมื่อเครื่องยนต์ไม่ได้ใช้งานเต็มกำลัง และจะสวิตช์กลับมาที่ระบบ 10 สูบ เมื่อมีการเร่งเครื่องยนต์ ระบบนี้จะช่วยประหยัดอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิงและการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับ ฮูราแคน แอลพี 610-4 Spyder ได้กว่า 283 ก./กม. และ 278 ก./กม. สำหรับ ฮูราแคน แอลพี 580-2 Coupé ผู้ขับ ยังสามารถปรับแต่ง ฮูราแคน แอลพี 580-2 Coupé ทั้งภายใน และภายนอกตัวถังได้อย่างไร้ขีดจำกัดด้วยโปรแกรม Ad Personam โดยโมเดลมาตรฐาน ติดตั้ง Infotainment System II พร้อมแผงหน้าปัดความละเอียดสูง ขนาด 12.3 นิ้วหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลัมโบร์กินี ฮูราแคน แอลพี 610-4 Spyder และฮูราแคน แอลพี 580-2 Coupé สามารถติดต่อ นิชคาร์กรุ๊ป ที่ โทร. 02-321-1111 โดยเปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น

มาสด้า
เขย่าวงการรถยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง มาสด้าลุยเปิดตัวรถใหม่ 3 รุ่นรวดพร้อมเปิดตัวน้องนาย ณภัทร เสียงสมบุญ เป็นแบรนด์ฯ มาสด้า2 เปิดตัวรถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก All New Mazda MX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 4 (ND) เปิดตัว All New Mazda CX-3 Freestyle Crossover เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2,000 ซีซี ทั้งแรงทั้งประหยัด เปิดตัว Mazda2 รุ่นใหม่ปี 2016 พร้อมประกาศราคามาสด้า2 ใหม่ เริ่มต้น 529,000 บาท ฟรีประกันชั้นหนึ่ง

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กลายเป็นค่ายรถยนต์เพียงค่ายเดียวสำหรับปีนี้ที่สร้างความฮือฮาอย่างต่อเนื่องมาตลอดทั้งปีนับตั้งแต่การเปิดตัวรถยนต์นั่งซับคอมแพ็คคาร์ ออลนิว มาสด้า2 ด้วยการจับเอาเครื่องยนต์คลีนดีเซล สกายแอคทีฟ-ดีขนาด 1,500 ซีซี และเครื่องยนต์เบนซิน สกายแอคทีฟ-จี ขนาด 1,300 ซีซี ใส่ไว้ในรถยนต์รุ่นเดียวกัน ตามมาด้วยการเปิดตัวรถปิกอัพ All New Mazda BT-50 โปร ใหม่พร้อมพาสื่อมวลชนเดินทางบุกตะลุยไปทดสอบไกลถึงประเทศมองโกเลีย และเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัว ออลนิว มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 อย่างยิ่งใหญ่พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี มาตรฐานใหม่ของรถกลุ่มคอมแพ็คครอสโอเวอร์ สมรรถนะ ประหยัดน้ำมัน ความปลอดภัย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเต็มคัน คาดว่ายอดขายของมาสด้า น่าจะทะลุ 40,000 คัน

สำหรับงานมอเตอร์เอ็กซ์โปในปีนี้มาสด้ายังคงเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้มาสด้าเตรียมรถยนต์รุ่นใหม่มาเปิดตัวอีก 3 รุ่น ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ เพื่อสร้างแข็งแกร่งให้ตลาดรถยนต์ รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทย แม้ว่าในปีนี้มาสด้าเปิดตัวแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ไปแล้วถึง 3 รุ่นและประสบความสำเร็จได้รับความนิยมอย่างสูงจากลูกค้าชาวไทยจนทำให้มาสด้าสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของรถยนต์นั่งได้อย่างรวดเร็ว ฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ของประเทศไทยนั้นได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วและกำลังเติบโต จากการที่บริษัทรถยนต์ต่างๆ เร่งเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด สร้างความคึกคักและบรรยากาศในการซื้อขายโดยเฉพาะการเปิดตัวรถยนต์มาสด้า ในปีนี้มาสด้าจะทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมด 6 รุ่น และทุกรุ่นต่างประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จากเสียงสะท้อนที่กลับมาที่ทางมาสด้าได้รับนั้นทั้งจากลูกค้าชาวไทยและจากลูกค้าทั่วโลกที่มีต่อรถยนต์มาสด้า นั่นคือ เสียงตอบรับในเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ รูปลักษณ์การออกแบบที่สวยงามของโคโดะ ดีไซน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มาสด้าได้มุ่งมันในการพัฒนาเพื่อให้ได้มาซึ่งรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและได้รถยนต์มีสมรรถนะดี อันประกอบไปด้วย

เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ แบบเต็มคันทั้งเครื่องยนต์ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด โครงสร้างตัวถัง ระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว Ø ที่สุดแห่งการออกแบบอันสง่างาม ภายใต้ โคโดะ ดีไซน์ SOUL of MOTION หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่งดงาม

ระบบความปลอดภัย i-ACTIVSENSE เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นตามปรัชญาความปลอดภัยของมาสด้าทั้งในเชิงป้องกันและเชิงปกป้อง

การสื่อสารเพื่อเชื่อมต่อโซเชียลมีเดียด้วย MZD-CONNECT ไม่พลาดการติดต่อ

เทคโนโลยีดังกล่าวทั้งหมดนี้ได้ถูกนำมาใส่ไว้ในรถยนต์ของมาสด้าที่เปิดตัวแนะนำในวันนี้โดยเฉพาะถูกใส่ไว้ในรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์ใหม่ที่กำลังร้อนแรงจากการตอบรับอย่างท่วมท้น ด้วยยอดจอง 3 สัปดาห์ กว่า 3,000 คัน ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์ The All New Mazda CX-3 ด้วยราคาเริ่มต้น 835,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 นี่คือรถยนต์รุ่นแรกที่มาสด้าเปิดตัวแนะนำในวันนี้เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชอบทำกิจกรรม รวมถึงการใช้ชีวิตที่มีความหลากหลาย

ถัดมาคือกลุ่มลูกค้ารถสปอร์ตสำหรับผู้ที่ชอบการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจด้วยการเปิดตัวแนะนำรถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่ง และการกลับอย่างยิ่งใหญ่ของสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ไม่มีวันตายเจ้าตำนานแห่งความสนุกสนานในการขับขี่ ที่ให้คนกับรถเป็นหนึ่งเดียวกัน Jinba-Ittai นี่คือรถยนต์ที่เป็น Brand icon ของมาสด้า สปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขายดีที่สุดของโลกกว่า 1 ล้านคัน All New Mazda MX-5 “The Iconic Best Selling Roadster” มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และเครื่องยนต์อันทรงพลังสกายแอคทีฟ-จี ขนาด 2,000 ซีซี วางราคา 2.7 ล้านบาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร

มาสด้ายังคงเดินหน้ากระตุ้นตลาดรถยนต์ของประเทศไทยให้กลับมาคึกคักอย่างต่อเนื่องด้วยการปรับโฉม New Mazda 2 รุ่น Model Year 2016 รูปลักษณ์ใหม่มาพร้อมไฟหน้า LED และไฟ Day Time Running LED ปรับอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น กล้องมองหลังและอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับรถยนต์รุ่นนี้อย่างล้นหลามกว่า 17,000 คัน มาสด้าประกาศราคาขายใหม่ของปีหน้าที่จะเริ่มในวันที่ 1 มกราคมเริ่มนำมาบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด้วยราคาเริ่มต้น 529,000 บาท สำหรับรถมาสด้า2 ใหม่รุ่นปี 2016 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน และราคาเริ่มต้น 654,000 บาท สำหรับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับราคาที่ปรับลดลงนั้นนั้น เนื่องมาจากมาสด้า2 เป็นรถที่ประหยัดพลังงานและปล่อยก๊าซ CO2 ดีที่สุดในคลาส นอกจากราคาที่ปรับลดลงแล้วมาสด้ายังใส่อุปกรณ์เพิ่มมากขึ้นทำให้รถยนต์นี้มีความคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าว มาสด้ายังคงมุ่งมั่นสร้างความร้อนแรงระอุให้กับตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กสำหรับการเปิดตัวรถยนต์นั่งสปอร์ตซับคอมแพ็คคาร์ใหม่ล่าสุดในครั้งนี้ มาสด้า2 ใหม่ รุ่นปี 2016(MY2016) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ซับคอมแพ็คในประเทศไทย ในการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็วชัดเจนและสร้างภาพลักษณ์ให้มีความชัดเจน เราได้เลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นครั้งแรกของรถมาสด้า2 สกายแอคทีฟ นั่นคือ น้องนาย ณภัทร เสียงสมบุญ นายแบบ นักแสดง คนรุ่นใหม่ที่มากความสามารถรอบตัวซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาระดับอุดมศึกษาที่วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล สาขา Communication Design ชื่นชอบในเรื่องการออกแบบ และเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่กำลังโด่งดังในวงการบันเทิงและจะมีผลงานออกมามากมายในเร็วๆ นี้


น้องนาย ณภัทร เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลายไลฟ์สไตล์มีบุคลิกและรูปแบบการใช้ชีวิตที่โดดเด่นสะท้อนตัวตนของผู้ใช้รถมาสด้า2 ใหม่ พร้อมกับคอนเซปต์การสื่อสารการตลาดใหม่ “ตัวตนที่ใช่ เร้าใจไม่เคยหยุด” จะถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ความยาว 30 วินาที โดยเนื้อหาของเรื่องจะถ่ายทอดให้เห็นถึงสมรรถนะเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นที่ครบครันของรถ ผ่านกิจกรรมหลากหลายในหนึ่งวันของน้องนาย ณภัทรสะท้อนถึงการมีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น รถที่ออกแบบที่สามารถตอบสนองกิจกรรมที่หลากหลายที่ชอบอย่างไม่มีข้อจำกัดนอกจากนี้ยังลงโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ และสื่อออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างรวดเร็วและครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าจากผลการวิจัย-สำรวจตลาดและความต้องการของลูกค้าหลังจากที่เปิดตัวรถมาสด้าภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และโคโดะ ดีไซน์ ไปได้กว่า 2 ปี ทำให้ทราบว่า ณ วันนี้ ผู้บริโภคมีการรับรู้ในรถมาสด้าเป็นอย่างดี และมีความเชื่อมั่นต่อแบรนด์มาสด้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก เรามองถึงโอกาสเพื่อเพิ่มความต้องการซื้อหรือดีมานด์ในตลาดให้มากขึ้นคือการขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้นกว่าเดิม จากกลุ่มผู้ที่ถูกใจในสมรรถนะความแรงและการประหยัดน้ำมัน รูปลักษณ์ความเป็นสปอร์ต ทันสมัย ความสวยงาม ขยายออกไปสู่กลุ่มผู้ที่ถูกใจในศักยภาพของตัวรถ ผ่านการสร้างการรับรู้ถึงรายละเอียด คุณสมบัติ และฟังก์ชั่นต่างๆ ของตัวรถ ซึ่งจะทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์เพื่อสื่อสารเรื่องราวและคุณค่าของแบรนด์ ภายใต้สโลแกนใหม่ “Feel the drive” ให้ความรู้สึกถึงความสุขทุกครั้งที่ได้รับจากการขับขี่รถมาสด้า นี่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราชาวมาสด้ากล้าทำในสิ่งที่แตกต่างด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยยอมแพ้และท้าทายทุกข้อจำกัดเพื่อคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้คุณขับสนุกยิ่งกว่าเดิม รวมถึงความปลอดภัยสูงสุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดแล้ว โปรโมชั่นสำหรับงานนี้มาสด้าก็มีให้ลูกค้าได้เลือกช็อปปิ้งกันอย่างจุใจประกอบด้วย รถอเนกประสงค์เอสยูวี มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ออกรถวันนี้คุ้มกว่าปีหน้าอัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี และโปรแกรมบำรุงรักษา Mazda Care program นาน 3ปี หรือเลือกเคลือบแก้ว หรือรับส่วนลดมูลค่า 20,000 บาท รถยนต์มาสด้า3 ดอกเบี้ย 1.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีและและโปรแกรมบำรุงรักษา Mazda Care program นาน 3 ปี มาสด้าบีที-50 โปร ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10% หรือผ่อนต่อเดือนเพียงเดือนละ 7,299 บาทพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี

โตโยต้า
วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แถลงต่อผู้สื่อข่าวในบูธโตโยต้า ภายใต้แนวคิดThe Move of Happiness นำเสนอยานยนต์รุ่นใหม่ของโตโยต้า ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 32 Thailand International Motor Expo 2015 โดยสื่อถึงความพร้อมที่จะขับเคลื่อนความสุขให้โอบล้อมรอบตัว ด้วยการนำยานยนต์มาจัดแสดงหลายรุ่น ประกอบด้วยรถต้นแบบและรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ อัดแคมเปญพิเศษกระตุ้นยอดขายส่งท้ายปี เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้า สำหรับรถยนต์ที่โตโยต้านำมาจัดแสดงภายในงาน ได้แก่

FT-86 Open Concept
รถสปอร์ตต้นแบบเปิดหลังคาในตระกูล GT86 ฉีกรูปแบบคูเป้หลังคาแข็งในรุ่นปกติมาเป็นสปอร์ตสองที่นั่งเปิดประทุนพร้อมหลังคาผ้าแบบอัตโนมัติ สีขาวTrue Bright White ตัดกับสีน้ำเงินของหลังคาผ้าใบ Navy Blue เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ FT-86 Poen Concept มิติตัวถัง ยาว 4,240 มิลลิเมตร กว้าง 1,775 มิลลิเมตร สูง 1,270 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร เครื่องยนต์สูบนอน Boxer FA-20 จาก Subaru ระบบจ่ายเชื้อเพลิง D4S กำลัง 197 แรงม้า

อแวนซา ไมเนอร์เชนจ์
ภายใต้คอนเซปต์ Dream BIG Drive BIG รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ของครอบครัวขนาดเล็กแบบ 5 ประตู 7 ที่นั่ง รุ่นปรับโฉมใหม่ อแวนซา 2016 มีการปรุงแต่งโฉมให้สดใสดูดีมีสไตล์มากยิ่งขึ้น สอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่ชอบรถอเนกประสงค์ เครื่องยนต์ใหม่พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ รหัส 1NR 1,500 ซีซี ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป 16 วาล์ว Dual VVT-i แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า 76 กิโลวัตต์ ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที มาตรฐานไอเสีย EURO-4 ภายนอก กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ สปอยเลอร์ท้ายพร้อมไฟเบรก LED ภายใน แผงคอนโซลใหม่ เครื่องเล่นDVD / CD / MP3 WMA / หน้าจอสั่งงานด้วยระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับแอพพลิเคชั่น T-CONNECT เชื่อมต่อ USB และ Bluetooth เบาะสีดำ ดีไซน์สปอร์ต แอร์แถวหลังพร้อมแผงควบคุม ที่นั่งแถวที่ 2 และ 3 พับแยกอิสระทั้ง 2 เบาะ

อแวนซา ไมเนอร์เชนจ์ พร้อมสีมาตรฐาน
สีขาว White
สีดำ Black Metallic
สีเงิน Silver Mica Metallic

อแวนซา ไมเนอร์เชนจ์ รุ่นและราคา
-1.5 S เกียร์อัตโนมัติ 1.5 S AT 729,000 บาท
-1.5G เกียร์อัตโนมัติ 1.5 G AT 679,000 บาท
-1.5E เกียร์อัตโนมัติ 1.5 E AT 640,000 บาท
1.5E เกียร์ธรรมดา 1.5 E MT 605,000 บาท

โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว
สำหรับลูกค้าที่เลือกซื้อรถกระบะ Hilux REVO ฟรีชุดอุปกรณ์ตกแต่งสไตล์สปอร์ต Hilux REVO TRD ราคา 48,900 บาท ซึ่งประกอบด้วย กระจังหน้าใหม่ TRD สปอยเลอร์ แผ่นกันกระแทกด้านล่าง ชุดแต่งซุ้มล้อ สปอร์ตบาร์ บันไดข้าง หรือเลือกดาวน์ 26,000 บาท หรือโปรแกรมผ่อน 3,999 บาท หรือนำ Hilux รุ่นเก่ามาแลกเพิ่มมูลค่า 40,000 บาท วันนี้ถึง 31 ธันวาคม

ข้อเสนอพิเศษส่งท้ายปีจากโตโยต้า ด้วยโตโยต้านาทีทอง ฉลองสิ้นปี ลูกค้าที่ออกรถโตโยต้าทุกรุ่น ทุกแบบ วันนี้ถึง 31 ธันวาคม มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ ทองคำมูลค่า 50,000 บาท วันละ 10 รางวัล หรือรถยนต์โตโยต้าไฮลักซ์ รีโว สมาร์ทแค็ป รุ่น 2.4 J Plus พรีรันเนอร์ สัปดาห์ละ 2 คัน

ปอร์เช่
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการเข้าร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32” (The 32nd Thailand International MOTOR EXPO 2015) เพื่อเป็นการประกาศและตอกย้ำความเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการรถสปอร์ตอีกครั้งด้วยการเปิดตัว ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส (911 GT3 RS) รวมทั้งจัดทัพนำขบวนยนตรกรรมหรูอีกมากมาย เช่น

บ็อกซเตอร์ เอส (Boxster S),
พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel)
พานาเมร่าเอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid)
มาคันน์ (Macan) และ
คาเยนน์ เอส อี-ไอบริด (Cayenne S E- Hybrid)

บูธปอร์เช่ ในอาคารชาเลนเจอร์ 1 – 2 อิมแพค เมืองทองธานี เอเอเอสฯ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการรถสปอร์ตอีกครั้ง ด้วยรถที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นรถแข่งสำหรับสนามแข่งและการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันนั่นคือ 911 จีที3 อาร์เอส (Porsche911GT3 RS) มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 4 ลิตร 6 สูบ พละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดที่ 500 แรงม้า (368กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 460 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ถึง 3.3 วินาที สำหรับอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเฉลี่ยอยู่ที่ 12.7 ลิตร/100 กิโลเมตร (7.90 กิโลเมตร/ลิตร) ทำเวลารอบสนามแข่ง North Loop Nürburgring ได้ในเวลา 7.20 วินาที

911 จีที3 อาร์เอส (Porsche 911GT3 RS) ยังมาในรูปโฉมใหม่ที่โดดเด่นด้วยชิ้นส่วนต่างๆ ของความเป็น RS และให้ความสมดุลตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่มากขึ้นและปีกด้านหลังมีขนาดใหญ่ ช่องดักอากาศที่อยู่บนฐานล้อหน้าเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมอเตอร์สปอร์ต นอกจากรถสปอร์ตที่นำมาให้ผู้ที่รักความเร็วสัมผัสกันอย่างใกล้ชิดแล้ว เอเอเอสฯ ยังขนทัพสุดยอดรถยนต์หรู เช่น บ็อกซเตอร์ เอส (Boxster S) รถสปอร์ตโรดสเตอร์เครื่องยนต์วางกลาง ซาลูนสุดหรูอย่างพานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) พานาเมร่าเอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid) และขบวนรถสปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) ยอดนิยมเช่นมาคันน์ (Macan) และ คาเยนน์ เอส อี-ไอบริด (Cayenne S E- Hybrid) รวมถึงสินค้าจาก Porsche Driver’s Selection คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดในราคาพิเศษให้ผู้หลงใหลในแบรนด์ปอร์เช่ได้เลือกเก็บสะสม

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ปอร์เช่ภายในงาน
-บัตรเติมน้ำมัน PTT Cash Card มูลค่า 100,000 บาท
-การรับประกันจากโรงงานปอร์เช่เยอรมนีนาน 9 ปี
-Service Package 4 ปี (สำหรับรถสปอร์ต)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ได้ที่แผนกขาย โทร. 02-522-6655 ต่อ 101-103 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.porsche.co.th

วอลโว่ เผยโฉม V40 T5 R-Limited พร้อมจัดโปรโมชั่นแรงส่งท้ายปี
วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จัดความแรงส่งท้ายปี ด้วยการเปิดตัว V40 T5R Limited รถแฮทช์แบคระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด ที่เสริมสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ใหม่Drive-EPowertrain และ Polestar Performance มาในมาดคมเข้มด้วยชุดแต่งครบครันพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยรุ่นล่าสุดปกป้องทั้งผู้อยู่ในรถและผู้ร่วมใช้ถนน มีจำหน่ายเพียง 28 คันในราคาพิเศษนอกจากนี้ยังเตรียมมอบโปรโมชั่นแรงตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคมประกอบด้วยโปรแกรมดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 5 ปีและโปรโมชั่นเลือกวอลโว่คันที่ชอบ จากคู่ที่ใช่ในราคาเดียวพร้อมข้อเสนอเพิ่มการประกันคุณภาพจาก 3 ปี เป็น 5 ปี หรือ 100,000 กม. ผู้ที่สนใจสามารถพบกับข้อเสนอดีๆ ของวอลโว่ได้ที่ บูธ B10 งาน Motor Expo 2015 และที่โชว์รูมทั่วประเทศ

แอเน็ต แอนเดอร์สัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงเวลาแห่งความสุขในเดือนธันวาคมนี้ บริษัทได้ออกแคมเปญสุดพิเศษเป็นของขวัญส่งท้ายปีแก่ลูกค้าเพื่อให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์หรูที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีความปลอดภัยเป็นเรื่องง่ายขึ้น” หลังจากวอลโว่ V40 ใหม่ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น วอลโว่คาร์ (ประเทศไทย) จัดรถแฮทช์แบ็คหรูรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นมาเอาใจผู้ที่ชื่นชอบรถหรูคอมแพ็คแรงสูงโดยเฉพาะ ด้วยวอลโว่ V40 T5R-Limited ซึ่งเปี่ยมด้วยคุณลักษณะ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ Drive-E Powertrain ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาแต่ให้พลังแรง ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อม Paddle Shift นอกจากนี้ยังเสริมความเร้าใจด้วยชุดเพิ่มสมรรถนะ Polestar Performance บูสท์กำลังจาก 220 แรงม้า เป็น 245 แรงม้า อุปกรณ์ชุดแต่งภายนอกภายในครบ วอลโว่ V40T5 R-Limited ผสานความกะทัดรัดและปราดเปรียวของรถยนต์คอมแพ็คกับคุณสมบัติของรถรุ่นใหญ่ การออกแบบรถให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตามแนวคิด “Designedaround You” ให้ทุกคนได้รับความพึงพอใจที่สุดตลอดการเดินทาง

ผู้ขับสามารถเลือกปรับมาตรวัดบนหน้าปัดแบบกราฟิกได้ตามต้องการรวมทั้งยังมีเทคโนโลยีทันสมัยมากมายทั้งในด้านความปลอดภัยและระบบสนับสนุนเช่นเดียวกับที่มีในรถรุ่นใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง IntelliSafeCity Safety ที่ดูแลทุกชีวิตในรถและนอกรถวอลโว่ให้ปลอดภัยช่วยแจ้งเตือนและหยุดรถเมื่อพบว่ามีโอกาสปะทะกับรถด้วยกัน แม้ในกรณีที่รถวิ่งมาเร็วเกินกว่าจะหยุดได้ทันก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงได้ ทั้งยังมีเครื่องยนต์ที่ผ่านมาตรฐานยูโร 5 และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยสามารถรองรับน้ำมัน E20 วอลโว่ V40T5 R-Limited มีจำหน่ายในจำนวนจำกัดเพียง 28 คัน ราคา 1,999,000 บาท


คุณลักษณ์พิเศษในรถยนต์วอลโว่ V40 T5 R-Limited
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังใหม่ Volvo Drive-E Powertrains รุ่น T5
รุ่น T5 ขนาด 2 ลิตร 4 สูบไดเร็คอินเจ็คชั่นพร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้แรงม้าสูงสุด 220 ตัว ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดที่ 350 นิวตันเมตรในช่วง 1,500-4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.4 วินาที ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 137 กรัมต่อกิโลเมตร วิ่งเฉลี่ยใน-นอกเมือง 16.9 กม. ต่อลิตร

-เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift
-Sensus Connect ระบบที่ใช้สื่อสารกับรถและเชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เน็ต
-ล้ออะลูมิเนียม Midir 7.5x18” Diamond Cut สีดำมันวาวขนาด 225/40 R18
-แผงกันกระแทกใต้กันชนหลังสีดำเข้มดีไซน์พิเศษพร้อมท่อไอเสียแบบคู่
-แป้นคันเร่งแบบสปอร์ต
-ชุดฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ
-สติกเกอร์ข้างรถลายสปอร์ต
-เพิ่มสัญลักษณ์โลโก้ R-Limited

-สีภายนอก ice white (สีขาว)

ชุดเพิ่มสมรรถนะ Polestar Performance Optimisation มูลค่า 57,400 บาท เพิ่มพลังแรงจาก 220 แรงม้า เป็น 245 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ติดตั้งให้กับลูกค้าฟรีเมื่อออกรถ Volvo V40 T5 R-Limited ในงาน Motor Expo 2015 ทั้งนี้ ผู้ที่ซื้อ วอลโว่ V40T5 R-Limited จะได้รับ certificate ออกโดยวอลโว่ในการยืนยันเอกสิทธิ์ในการครอบครองรถรุ่นผลิตจำนวนจำกัดข้างต้นทุกคันนอกจากนี้

ข้อเสนอท้ายปี
เป็นเจ้าของรถยนต์วอลโว่รุ่น XC60 (T5 และ D4) ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน พร้อม Volvo maintenance ฟรี 5 ปี หรือ 100,000 กม. Volvo Warranty ฟรี 3 ปีหรือ 100,000 กม.และอุ่นใจด้วยบริการให้ความช่วยเหลือ Volvo Assistance เป็นเวลา3 ปี โปรโมชั่นเลือกวอลโว่คันที่ชอบ จากคู่ที่ใช่ ได้ในราคาเดียว ให้ผู้ที่สนใจได้เลือกเป็นเจ้าของ ได้แก่ วอลโว่ S60T4F (S) สปอร์ตซีดาน หรือ วอลโว่ V40Cross Country รถพรีเมื่ยมแฮตช์แบ็ค 5 ประตู ในราคาเดียวกัน 1,920,000 บาท พร้อม VolvoMaintenance ฟรี 5 ปี หรือ 100,000 กม. Volvo Warranty ฟรี 3 ปีหรือ 100,000 กม. บริการให้ความช่วยเหลือ Volvo Assistance 3 ปี

รุ่น S60 T4F(S) รับประกันคุณภาพ (Volvo Warranty Plus) เพิ่ม 2 ปี รวม 5 ปี หรือ100,000 กม.
S80 D4 รถซีดาน หรือ S60 T5 สปอร์ตซีดานในราคาเดียวกัน 2,449,000 บาท พร้อม Volvo Maintenance ฟรี 5 ปี หรือ 100,000 กม. Volvo Warranty ฟรี 3 ปี หรือ 100,000 กม บริการให้ความช่วยเหลือ Volvo Assistance 3 ปี

วอลโว่ V60 T4F สปอร์ต เอสเตท มาในราคาพิเศษ เพียง 1,999,000 บาท รับประกันคุณภาพ (Volvo Warranty Plus) เพิ่ม 2 ปี รวมเป็น 5 ปี หรือ 100,000 กม. Volvo Maintenance ฟรี 5 ปี หรือ 100,000 กม. บริการช่วยเหลือ Volvo Assistance 3 ปี

นอกจากนี้ ในบูธวอลโว่ที่ Motor Expo วอลโว่มีการจัดมุมกิจกรรมวอลโว่ ไลฟ์ เพนท์ ให้ผู้ที่สนใจได้ทดลองฉีดสเปรย์ล่องหนเวลากลางวันที่สะท้อนแสงไฟในที่มืดทำให้ผู้ร่วมใช้ถนนมองเห็นผู้ขับขี่จักรยานได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่จักรยานช่วงกลางคืนวอลโว่ ไลฟ์ เพนท์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Intellisafe ระบบแจ้งเตือนและหยุดรถ เมื่อมีโอกาสชนกับรถคันอื่นคนขี่จักรยาน หรือคนเดินถนนซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางสู่เป้าหมายที่วอลโว่ตั้งไว้ว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป จะต้องไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสในรถวอลโว่รุ่นใหม่

ฮุนได
ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 32 Thailand International Motor Expo2015 รถไฮไลต์ฮุนไดเอลันตราสปอร์ตเอสอี (All-New Hyundai Elantra Sport SE: Special Edition) รถต้นแบบฮุนไดอินทราโด (Intrado: HED-9) ข้อเสนอพิเศษสำหรับรถฮุนไดทุกรุ่น·บูธฮุนไดดีไซน์ใหม่·การขยายเครือข่ายศูนย์บริการและการยกระดับการให้บริการหลังการขายรถโชว์ในงาน เอลันตราสปอร์ต (All-New Elantra Sport), เอช-วัน ซีรีส์ (H-1 Series), แกรนด์สตาเร็กซ์ (Grand Starex), ทูซอน (Tucson) และ เวลอสเตอร์ (Veloster)

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเปิดตัวรถรุ่นใหม่ “ฮุนได เอลันตราสปอร์ต เอสอี (All-New Elantra Sport SE : Special Edition)” นิยามใหม่ของความสปอร์ต หรือ “Sport. Redefined. ที่ถ่ายทอดความสปอร์ตผ่านชุดแต่งที่ถูกออกแบบมาด้วยความประณีต ผสมผสานอย่างกลมกลืนรอบคัน ด้านหน้าตกแต่งด้วยกระจังหน้า Blackout พร้อมชุดสเกิร์ตรอบคัน ทำให้รถดูมีเอกลักษณ์สปอร์ต สวยสะดุดตา ภายในโดดเด่นด้วยเบาะหนังลายใหม่พร้อมโลโก้ Elantra SE ตัดด้วยสีน้ำเงิน สะท้อนความเป็นรถสปอร์ตได้อย่างลงตัวตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความสปอร์ตแบบพรีเมี่ยมที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคา “เอลันตราสปอร์ตเอสอีใหม่” เป็นทางเลือกใหม่ของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์คอมแพ็ค ซีดานที่ขับสนุกเต็มสมรรถนะปราดเปรียวและคล่องตัว เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบครันท้าทายทุกสายตาด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Creamy White,Phantom Black, Sleek Silver และ Santorini Blue เปิดตัวด้วยราคาเพียง 996,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ฟรีรับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 7 ปี หรือ 180,000 กม.
• ฟรีค่าบำรุงรักษา ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่นาน 5 ปี หรือ 100,000 กม.
• ซื้อวันนี้ผ่อนปีหน้า หรือ เลือกดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
• ฟรีค่าน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท

เอลันตราสปอร์ต เอสอี 
ชุดสเกิร์ตสไตล์สปอร์ตรอบคัน (หน้า, ข้างและหลัง)
กระจังหน้า Blackout เพิ่มความสปอร์ตดุดันมากยิ่งขึ้น
สปอยเลอร์หลัง- ปลายท่อไอเสียสเตนเลส-โลโก้ “SE” ที่ฝากระโปรงด้านหลัง
ล้ออัลลอยลายใหม่ สี Hyper Black ขนาด 17 นิ้ว- เบาะหนังลายใหม่ พร้อมโลโก้ Elantra SE ตัดด้วยสีน้ำเงิน
พรมปูพื้นพร้อมโลโก้ Elantra SE
แป้นเหยียบสเตนเลส พร้อมแถบยางกันลื่น

อุปกรณ์มาตรฐานที่มีอยู่ใน “เอลันตราสปอร์ตเอสอีใหม่”
- ไฟหน้าอัตโนมัติแบบ HID projector พร้อม LED Light Guide
- ระบบ Smart Entry และ ระบบ PushStart
- เครื่องเสียงวิทยุ CD/DVD แบบ 2DIN รองรับไฟล์ MP3/WMA/AAC/MP4/DivX/JPG พร้อมหน้าจอระบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด7 นิ้ว
- ระบบแผนที่นำทาง
- กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ
- ระบบควบคุมความเร็ว Cruise Control
- ระบบพวงมาลัย Flex Steer- กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ
- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา
- เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมที่ดันหลัง
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

รถต้นแบบอินทราโด (Hyundai Intrado :HED-9)
“อินทราโด” หรือ เอชอีดี 9 คือรถต้นแบบแนว crossover ที่มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในอาเซียนที่งาน Motor Expo 2015 เผยถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของแบรนด์ “ฮุนได” ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางในอนาคตกับการเพิ่มความสุนทรีย์ในการขับขี่มากยิ่งขึ้นและตอกย้ำความเชื่อของฮุนไดที่ว่า การนำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าผสมผสานกับการออกแบบที่ชาญฉลาดนั้นจะทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถใช้ประโยชน์จากรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ซึ่งการออกแบบของ อินทราโด ตั้งแต่ภายในจรดภายนอกนั้นล้วนแล้วแต่คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้ทั้งสิ้น โดยจะเน้นการใช้งานเป็นหลักและยังสามารถนำมาใช้งานจริงกับรถยนต์ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

ชื่อ “อินทราโด” เป็นชื่อของส่วนที่อยู่ใต้ปีกของเครื่องบินซึ่งเป็นบริเวณที่ทำหน้าที่ในการสร้างแรงส่งให้เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า การออกแบบ อินทราโด นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบมาจากเครื่องบิน เน้นการใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง มีน้ำหนักที่เบาแต่มีความแข็งแรงสูงโดยตัวถังของ อินทราโด ผลิตจากวัสดุ carbon fiber ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 70% เมื่อเทียบกับตัวถังทั่วไปโดยยังสามารถรักษาระดับความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชิ้นส่วนตัวถังภายนอกผลิตจากวัสดุโลหะเทคโนโลยีล้ำสมัยทำให้รถมีน้ำหนักเบา ทนทานนอกจากนี้ยังมีการตัดชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งที่ไม่จำเป็นออกเพื่อเป็นการลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพสูงที่สุดให้กับตัวรถอีกทั้งยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้นและง่ายต่อการบำรุงรักษา

อินทราโด ใช้เครื่องยนต์เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ร่วมกับแบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 36 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถวิ่งได้มากกว่า 600 กม.ต่อเชื้อเพลิงหนึ่งถังโดยใช้เวลาในการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในเวลาเพียงไม่กี่นาทีการขับเคลื่อนทั้งหมดนั้น จะไม่มีไอเสียถูกปลดปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมมีเพียงแต่น้ำบริสุทธิ์เท่านั้น นอกจากระยะทางวิ่งที่เพิ่มขึ้นแล้ว อินทราโด ยังมีสมรรถนะที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องของ อัตราเร่ง การตอบสนอง และการควบคุมเนื่องจากน้ำหนักที่ลดน้อยลงและระบบขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อินทราโดได้รับรางวัล JURY PRIZE จากการประกวด JECInnovation awards 2015 สำหรับการออกแบบตัวถังโดยใช้วัสดุ carbonfiber ที่ใช้กรรมวิธีและกระบวนการผลิตแบบใหม่ทำให้มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าการผลิต carbon fiber แบบทั่วไปซึ่งเป็นการพิสูจน์และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและความสามารถของฮุนไดในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่สำหรับยานยนต์ในอนาคต


แคมเปญพิเศษระหว่างงาน “Motor Expo 2015” (1-13 ธันวาคม 2558)
รถยนต์ฮุนไดเอลันตราสปอร์ต ทุกรุ่น (1.8 GL, 1.8 GLE, 1.8 GLS NAVI และ 1.8 SE)- ฟรี รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 7 ปี หรือ 180,000 กม- ฟรี ค่าบำรุงรักษา ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่นาน 5 ปี หรือ 100,000 กม.- ซื้อวันนี้ ผ่อนปีหน้า หรือ เลือกดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้น1 นาน 1 ปี-ฟรี ค่าน้ำมันมูลค่า 20,000 บาทสำหรับรุ่น 1.8 SE และ 10,000 บาทสำหรับรุ่น 1.8 GLS Navi

รถยนต์ฮุนไดเอช-วัน ทุกรุ่น (อีลีท, เดอลุกซ์ และ ลิมิเต็ด)เลือกรับอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง-ฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่นาน 3 ปี หรือ 60,000 กม. - หรือ ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

รถยนต์ฮุนไดแกรนด์สตาเร็กซ์ ทุกรุ่น (วีไอพี และพรีเมียม)
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปีรถยนต์ฮุนไดทูซอน
- ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนาน 48 เดือน
- ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี


รถยนต์ฮุนไดเวลอสเตอร์
- ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนาน 48 เดือน
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

บูธฮุนไดดีไซน์ใหม่
ในปีนี้ฮุนไดได้ปรับเปลี่ยนการตกแต่งบูธในงาน Motor Expo ใหม่โดยเน้นดีไซน์ที่โดดเด่น เรียบหรูและพรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น โครงสร้างหลักปรับเปลี่ยนเป็นโทนสีบรอนซ์ให้อารมณ์ทันสมัย หรูหรา เน้นเส้นสายที่เป็นเหลี่ยมสันและมุมอย่างมีเอกลักษณ์ ทั้งนี้เพื่อมุ่งสร้างความกลมกลืนระหว่างเทคโนโลยีและธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้นสอดคล้องกับสโลแกน “New Thinking. New Possibilities.” ที่บริษัทฮุนได มอเตอร์ คอมปานี จำกัด ได้พยายามที่จะยกระดับแบรนด์ฮุนไดให้มีความพรีเมี่ยมมากขึ้นทั้งนี้การปรับดีไซน์ของบูธนั้นสอดคล้องกับ มาตรฐานการตกแต่งโชว์รูมใหม่ ที่ฮุนไดได้นำมาใช้ในการตกแต่งโชว์รูมทั่วโลก “Global Dealership Space Identity” (GDSI) ซึ่งในประเทศไทยได้ทยอยปรับเปลี่ยนโชว์รูมตามมาตรฐานใหม่แล้วหลายแห่งด้วยกัน


การขยายเครือข่ายศูนย์บริการ และการยกระดับการให้บริการหลังการขาย
นอกจากเรื่องของการยกระดับแบรนด์ด้วยการปรับดีไซน์ของ corporate identity แล้วฮุนไดยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพสินค้าและการบริการไปพร้อมๆ กับการขยายจำนวนศูนย์บริการทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างทั่วถึง รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่น ความมั่นใจและความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยการยกระดับการให้บริการให้มีความรวดเร็ว มีคุณภาพโดยช่างที่มีความชำนาญและได้มาตรฐาน และมีคลังอะไหล่ขนาดใหญ่ที่พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นโดยในปีนี้ฮุนไดได้เปิดโชว์รูมศูนย์บริการเป็นแห่งที่ 25 และฮุนไดยังคงมุ่งมั่นขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายต่อไปในอนาคตเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าฮุนได อย่างทั่วถึง

รถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่จัดแสดง
รถยนต์ฮุนไดเอลันตราสปอร์ต (All-New Hyundai ElantraSport) 

ผลงานชิ้นสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฮุนไดที่ยกระดับรูปลักษณ์และความมีรสนิยมทั้งภายนอกและภายในอย่างชัดเจนด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเพิ่มสมรรถนะมากมาย ฮุนไดเอลันตราสปอร์ต มีทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น 1.8 GL รุ่น 1.8 GLE รุ่น 1.8 GLS Navi และรุ่น 1.8 SE ที่เปิดตัวใหม่ในงาน ทั้ง 3 รุ่นใช้เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาทีแรงบิดสูงสุด 178 นิวตันเมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 202 กม./ชม.โดดเด่นเหนือใครในระดับ 1,800 ซีซี ที่จำหน่ายในประเทศไทยทำให้เป็นรถยนต์ที่ขับสนุกเต็มสมรรถนะ และสะดวกสบายเกินความเป็นคอมแพ็ค ซีดาน จนสัมผัสได้ถึง “ความคุ้มค่าคุ้มราคา”

รุ่น 1.8 GLS Navi
เป็นรุ่นสูงสุด มาพร้อมอุปกรณ์ครบ สมรรถนะและความสะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมระบบความปลอดภัยที่มาอย่างครบครัน อาทิระบบควบคุมเสถียรภาพ (ESP) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี(TCS) ระบบจัดการเสถียรภาพ (VSM) และอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกอีกมากมายรวมถึงระบบนำทาง GPS Navigation ราคา 976,000 บาท

รุ่น 1.8 SE
เป็นรุ่นพิเศษที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเช่นเดียวกับรุ่น 1.8 GLS Navi แต่ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งเพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้มากขึ้นกับ ชุดสเกิร์ตรอบคัน กระจังหน้าสี Blackout ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่สี Hyper Black ปลายท่อไอเสียสเตนเลสเบาะหนังสปอร์ตตัดด้วยสีน้ำเงินพร้อมปักโลโก้ Elantra SE แป้นเหยียบสเตนเลสพรมปูพื้นพร้อมโลโก้ “Elantra SE” ราคา 996,000 บาท

รุ่น 1.8 GLE
เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์มาตรฐานมากมายในระดับราคาที่คุ้มค่ามากมีอุปกรณ์ที่โดดเด่นดังต่อไปนี้ ระบบพวงมาลัยอัจฉริยะ Flex Steer เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และระบบฟอกอากาศ Clean Air เบาะนั่งหนังแท้กึ่งสังเคราะห์ ระบบ Smart Entry และระบบ Push Start ระบบที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ระบบไฟหน้าอัตโนมัติแบบ Projector Lens พร้อม LED Light Guide ระบบเครื่องเสียงแบบจอสัมผัส Touchscreen ขนาด 7 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังแท้ เบาะนั่งตอนหลังพับได้แบบ 60:40 พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง และถุงลมนิรภัยคู่หน้าราคา 869,000 บาท

รุ่นมาตรฐาน 1.8 GL
ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ไฟหน้าแบบ multi-reflector ถุงลมนิรภัยคู่หน้า พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มด้วยวัสดุที่ทำจากผ้าและกุญแจแบบพับเก็บได้พร้อมรีโมตในตัวราคา 799,000 บาท

รถยนต์ฮุนไดเอช-วันซีรีส์ (TheNew Hyundai H-1 Series)
ฮุนไดเอช-วัน มาพร้อมกับกระจังหน้าใหม่ที่โดดเด่นและมีบุคลิกมากขึ้นกันชนหน้าหลัง กาบข้างดีไซน์ใหม่ เพิ่มความหรูหราภูมิฐานอย่างมีระดับ เอช-วัน ซีรีส์ มี 3 รุ่นให้เลือก ได้แก่ รุ่น เดอลุกซ์ รุ่นอีลีทและ รุ่นลิมิเต็ดอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับฮุนไดเอช-วันทุกรุ่นได้แก่ -เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 2.5 ลิตร ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบแปรผัน (VGT) พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 441 นิวตัน-เมตรถ่ายทอดลงถนนด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง-เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม Sequential Mode-ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย-เบาะนั่งในห้องโดยสาร 12 ที่นั่งหมุนได้ 180 องศา -ประตูห้องโดยสารเปิดสไลด์ 2 ข้างพร้อมกระจก Flush Glass-ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ 5-Link พร้อมคอยล์สปริง

รุ่นเดอลุกซ์ (Deluxe)
คอนโซลกลางที่ออกแบบใหม่เพื่อรองรับเครื่องเสียง DVD หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบนำทางใหม่ มีการตกแต่งด้วยลายไม้ใหม่ หน้าจอ LCD ติดเพดานสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และ กล้องมองหลังพร้อม Bird’s EyeView เพื่อช่วยในการจอดรถราคา 1,599,000 บาท

รุ่นอีลีท (Elite) เป็นรุ่นเริ่มต้นของ เอช-วัน ซีรีส์ ซึ่งยังคงระดับความสบายเช่นเดียวกับรุ่น เดอลุกซ์ ด้วยเบาะแบบ 12 ที่นั่ง ซึ่งเป็นเบาะหุ้มหนัง มาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว และ สัญญาณกะระยะถอยหลังเพื่อช่วยในการจอดรถ เป็นอีกทางเลือกของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์ Luxury MPV ที่เน้นความคุ้มค่าคุ้มราคา ความหรูหราในราคาที่โดนใจ ราคา 1,449,000 บาท

รุ่นลิมิเต็ด (Limited)
เป็นรุ่นพิเศษสำหรับ เอช-วัน ซึ่งเปิดตัวมาเพื่อเอาใจแฟนเอช-วัน ที่ต้องการความสปอร์ตมากขึ้น รุ่นลิมิเตด มีพื้นฐานมาจากรุ่นเดอลุกซ์ แต่ได้เติมแต่งอุปกรณ์เพื่อเพิ่มความสปอร์ต เริ่มจากสีภายนอกสีขาว CreamyWhite พิเศษเฉพาะรุ่น ภายในสีเทาแบบ Two-tone พร้อมเบาะหนังสีเทาพิเศษและลายไม้สีเทาเข้มพวงมาลัยหุ้มหนังแท้ พรมปูพื้นคุณภาพสูงพร้อมโลโก้ “H-1 Limited” ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สี Hyper Black และ โลโก้ “LIMITED” ที่ฝากระโปรงท้ายราคา 1,639,000 บาท


รถยนต์ฮุนไดแกรนด์สตาเร็กซ์วีไอพี (The New Hyundai Grand Starex VIP)
รถยนต์เรือธง Luxury MPV แบบ 7 ที่นั่ง จากฮุนไดใช้เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 2.5 ลิตร ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบแปรผัน (VGT)พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า และแรงบิด 441นิวตัน-เมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด พร้อมระบบ Sequential Shift อุปกรณ์มาตรฐานได้แก่
·เบาะแบบ VIP พร้อมหมอนรองศีรษะแบบ Butterfly พนักพิงกับที่รองต้นขาปรับด้วยระบบไฟฟ้า เ
·ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
· กล้องมองหลังพร้อมBird’s Eye View เพื่อช่วยในการจอดรถ
· คอนโซลกลางใหม่ พร้อมเครื่องเสียง DVD หน้าจอสัมผัสขนาด7 นิ้ว
·ระบบแผนที่นำทาง เคานเตอร์บันเทิงบรรจุเครื่องเล่น DVD และเครื่องเสียงจาก Kenwood® พร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 22 นิ้ว แบบ Full HD
·ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
·กุญแจรีโมตและสัญญาณกันขโมย ราคา 1,978,000 บาท

รถยนต์ฮุนไดทูซอน (The New Hyundai Tucson)
ฮุนไดทูซอน คือผลงานการพัฒนารถยนต์ที่เป็นการเติมเต็มในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกอุปกรณ์ความสบายต่างๆ และสมรรถนะการขับขี่ ใช้เครื่องยนต์ ขนาด 2,000 ซีซีเทอร์โบดีเซล คอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 184 แรงม้า แรงบิด 392 นิวตัน-เมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift Mode ภายนอกไฟหน้าใหม่แบบ Projector Lens ไฟท้าย LED ที่ออกแบบการส่องสว่างได้อย่างแตกต่างและทันสมัย ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่ พร้อมยาง ขนาด 225/60/R17เครื่องเล่น DVD พร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 7นิ้ว ที่เชื่อมต่อความบันเทิงผ่านช่องต่อ USB/AUX ระบบนำทาง GPS ที่แม่นยำและให้ความสะดวกในทุกเส้นทาง อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ได้แก่
-ระบบ Smart Entry และ Push Start
-ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
-ระบบรักษาเสถียรภาพรถยนต์ ESP (Electronic Stability Program)
-ระบบช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน DBC (Down-Hill Brake Control)
-ระบบป้องกันรถไหลขณะขึ้นทางลาดชัน HAC (Hill-Start Assist Control) ราคา 1,690,000 บาท


รถยนต์ฮุนไดเวลอสเตอร์ (The New Hyundai Veloster)
ฮุนไดเวลอสเตอร์ เป็นการปฏิวัติยานยนต์ ด้วยรูปลักษณ์แฮทช์แบ็คแบบ 2+1 ประตู ที่ทำให้ เวลอสเตอร์ มีรูปทรงเป็นคูเป้แต่มีความสะดวกสบายเทียบเท่ากับรถซีดานทั่วไป ประตูที่ตำแหน่งด้านหลังซ้ายทำให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถขึ้นลงจากรถอย่างสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องรอผู้โดยสารด้านหน้าดังเช่นรถคูเป้ทั่วไป Veloster มี 2 รุ่นให้เลือกตามชนิดของเครื่องยนต์ 2 แบบคือ เครื่องยนต์ขนาด 1.6L MPI และ เครื่องยนต์ 1.6Lระบบเทอร์โบแบบ Twin Scroll ไดเร็คอินเจ็คชั่น

รุ่นเวลอสเตอร์สปอร์ตเทอร์โบ (Veloster Sport Turbo)
อุปกรณ์มาตรฐานมีดังนี้
-เครื่องยนต์ 1.6L T-GDI ให้กำลังสูงสุด 186 แรงม้า พร้อมแรงบิดแบบ flat torque 265 Nm ที่ 1,500-4,500 รอบต่อนาที
-เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดพร้อมระบบ Sequential Shift
-แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย(Paddle Shifters)
-ไฟหน้าแบบ Projector Lens พร้อมไฟวิ่งกลางวันแบบLED
-ไฟท้ายแบบ LED
-เบาะหนัง พร้อมที่ปรับที่นั่งคนขับแบบไฟฟ้า
-เครื่องเสียงหน้าจอขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบบลูทูธ
-ล้ออัลลอยขนาด18 นิ้ว
-หลังคากระจกไฟฟ้าแบบพาโนรามิค (Panaoramic Sunroof)· ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ(CruiseControl) ราคา 1,739,000 บาท


รุ่นเวลอสเตอร์(Veloster)
อุปกรณ์มาตรฐานมีดังนี้
-เครื่องยนต์ 1.6L MPI 130 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดพร้อม Sequential Shift
-ระบบ Smart Entry และ ระบบ Push Start
-เครื่องเสียงหน้าจอขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบบลูทูธ
-ล้ออัลลอยขนาด17 นิ้ว
-สัญญาณกะระยะถอยหลัง
-ABS, EBD และ BA ราคา 1,299,000 บาท.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้