วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กราดยิง 14 ศพ! ศูนย์ออทิสติก

กราดยิง 14 ศพ! ศูนย์ออทิสติก

  • Share:

ในอเมริกา ตร.วิสามัญ 2 มือปืนดับ

สหรัฐอเมริกาเจอ เหตุสยองซ้ำซาก เกิดเหตุกราดยิงในศูนย์ดูแลผู้มีความผิดปกติด้านพัฒนาการ ในแคลิฟอร์เนีย ส่งผลตาย 14 ศพ เจ็บ 17 ราย ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นสามีภรรยาและผู้ต้องสงสัยมีอาวุธครบมือทั้งปืนและระเบิด ที่พยายามหลบหนี แต่สุดท้ายถูกตำรวจตามวิสามัญฯ คาดหลบหนีไปได้อีก 1 แต่ยังไม่ฟันธงเป็นการก่อการร้าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หรือตรงกับเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 3 ธ.ค.ของไทย ได้เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงคนภายในอาคารศูนย์ “อินแลนด์ รีเจียนอล เซ็นเตอร์” ศูนย์ดูแลผู้มีความผิดปกติด้านพัฒนาการหรือมีอาการออทิสติกและอาการผิดปกติทางจิตอื่นๆ ในเมืองซาน เบอร์นาร์ดิโน รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บ 17 คน

ทั้งนี้ ตามรายงานข่าว ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในอาคารศูนย์อินแลนด์ฯ หลายร้อยคน ทำให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นๆ ต้องเร่งอพยพคนออกมาด้านนอกเพื่อความปลอดภัย เพราะเบื้องต้นยังไม่รู้แน่ชัดว่าคนร้ายมีกี่คนหรือยังกบดานอยู่ในที่เกิดเหตุหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บบางส่วนได้รับการรักษาบนถนนใกล้ที่เกิดเหตุ ที่ถูกทำเป็นโรงพยาบาลสนามรองรับเหตุฉุกเฉิน

ต่อมาตำรวจได้รับเบาะแสว่า คนร้าย 1-3 คน พร้อมอาวุธหนักครบมือและสวมชุดทหาร ใช้รถอเนกประสงค์ (เอสยูวี) สีดำ เป็นพาหนะขับหลบหนีจากที่เกิดเหตุ จึงระดมกำลังออกตามล่าตัวทั้งทางถนนและใช้เฮลิคอปเตอร์บินค้นหาทางอากาศ ก่อนที่ทีมตำรวจร่วม 20 นายจะตามไปทันรถเอสยูวีคันต้องสงสัยบนถนนสายหนึ่งในเมืองซาน เบอร์นาร์ดิโน ในอีกหลายชั่วโมงต่อมา จากนั้นเกิดการยิงปะทะระหว่างตำรวจกับคนร้ายภายในรถ กระทั่งสิ้นเสียงปืนและเหตุการณ์สงบ ผู้ต้องสงสัย 2 คน เป็นชายและหญิงถูกยิงเสียชีวิตคารถ ส่วนตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย แต่อาการไม่สาหัส

ด้านจาร์ร็อด เบอร์กวน ผู้บัญชาการตำรวจเมืองซาน เบอร์นาร์ดิโน แถลงในเวลาต่อมาว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน คือนายไซอิด ริซวัน ฟารูค ชาวอเมริกันที่เกิดในสหรัฐฯ อายุ 28 ปี ส่วนผู้หญิง ชื่อนางทัชฟีน มาลิค ไม่ทราบสัญชาติ อายุ 27 ปี โดยทั้งคู่มีปืนไรเฟิลและปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ เป็นอาวุธ และสวมชุดคล้ายชุดทหาร โดย ผบ.ตำรวจเมืองซาน เบอร์นาร์ดิโน เชื่อว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้จะมีแค่ 2 คนนี้เท่านั้น แม้มีรายงานว่ามีผู้ต้องสงสัยคนที่ 3 ได้หนีจากที่เกิดเหตุแต่ถูกควบคุมตัวได้แล้วแต่ยังไม่ชัดว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และได้รับคำยืนยันจากญาติของผู้ต้องสงสัยทั้งสองว่า นายฟารูคและนางมาลิค เป็นสามีภรรยากัน ขณะที่กลุ่มเพื่อนของทั้งสองเปิดเผยกับ นสพ.ลอสแอนเจลิส ไทม์ส ว่า นายฟารูคเพิ่งเดินทางไปที่ซาอุดีอาระเบียและกลับมาพร้อมกับภรรยาคนใหม่ ซึ่งมีลูกน้อย วัย 6 เดือนด้วยกัน แต่ไม่ชัดเจนว่าภรรยาคนใหม่ของนายฟารูคที่ว่าคือนางมาลิคหรือไม่

อย่างไรก็ดี ตำรวจยังไม่ระบุแรงจูงใจในการก่อเหตุกราดยิงครั้งนี้ แต่มีรายงานว่านายฟารูคที่ทำงานเป็นลูกจ้าง สังกัดหน่วยสาธารณสุขเมืองซาน เบอร์นาร์ดิโน มา 5 ปีแล้ว ได้หุนหันออกจาก หอประชุมในศูนย์ฯ ที่กำลังมีการจัดงานเลี้ยงหรือการประชุม ด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว ก่อนวกกลับเข้ามาพร้อมนางมาลิค และก่อเหตุกราดยิงคนในงาน ทำให้ตำรวจยังไม่ตัดทิ้งประเด็นก่อการร้ายและความขัดแย้งในที่ทำงาน เพราะยังพบวัตถุระเบิด ที่ทั้งสองคนได้วางไว้หลายจุดภายในอาคารช่วงระหว่างก่อเหตุ ซึ่งต่อมาตำรวจสามารถเก็บกู้ได้ทั้งหมด

ด้านนายฮุสซัม ไอลูช ผู้อำนวยการสภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม (เคเอไออาร์) ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนชาวมุสลิมในพื้นที่นครลอสแอนเจลิส ของสหรัฐฯ เผยว่า นายฟารูคกับนางมาลิคหายตัวไปตั้งแต่เช้าวันพุธที่ 2 ธ.ค. โดยนำลูกน้อยไปฝากไว้บ้านแม่ที่เมืองเรดแลนด์ส ที่อยู่ติดกับเมืองซาน เบอร์นาร์ดิโน ซึ่งนายฟารูคบอกกับแม่ว่ากำลังจะพามาลิคไปพบแพทย์ตามหมายนัด นายฮุสซัม ยังเรียกร้องต่อสาธารณะอย่าเพิ่งด่วนสรุปถึงแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ เช่นเดียวกับพี่เขยของนายฟารูคที่ระบุว่า ตนยังรู้สึกช็อกและยังงุนงงอยู่ว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้นายฟารูคและนางมาลิคก่อเหตุ

สำหรับเหตุกราดยิงครั้งนี้ ถือเป็นเหตุสังหารหมู่ครั้งร้ายแรงที่สุดในสหรัฐฯ นับแต่เหตุกราดยิงในโรงเรียนประถมแซนดี ฮุค ในเมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนกติกัต ที่มีผู้เสียชีวิต 26 ศพ เมื่อปี 2555 ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ แถลงหลังรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ว่าเหตุกราดยิงคน ดูเหมือนจะไม่มีที่ไหนในโลกแล้วที่จะเกิดบ่อยครั้งเท่าในสหรัฐฯ และเรียกร้องซ้ำอีกครั้งให้สภาคองเกรสสนับสนุนมาตรการควบคุมอาวุธปืน และว่ามีบางขั้นตอนที่ควรทำ ไม่ใช่เพื่อขจัดเหตุกราดยิงให้หมดโดยสิ้นเชิง แต่เพื่อแน่ใจว่าเหตุสลดจะลดลง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้