วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจ้าท่าออกโรงเก็บค่าเช่าที่ป่าชายเลนทุ่งคาผิด ก.ม.

เจ้าท่าออกโรงเก็บค่าเช่าที่ป่าชายเลนทุ่งคาผิด ก.ม.

  • Share:

ตามที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านบ้านบางใหญ่ หมู่ 4 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดชุมพร เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนถูกนายทุน อ้างเอกสารสิทธิ (น.ส.3) ในป่าชายเลน อ่าวทุ่งคา-สวี เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ฟ้องขับไล่ที่และ รื้อทุบทำลายบ้านเรือนจนไม่มีที่อยู่อาศัย ท่ามกลาง ความเคลือบแคลงสงสัยของสาธารณชนทั่วไปว่าที่ดิน (น.ส.3) ไปโผล่อยู่กลางป่าชายเลนได้อย่างไร ทั้งที่ชาวบ้านอาศัยทำกินมานานกว่า 20 ปี ยังไม่มีใครได้เอกสารสิทธิครอบครองแม้แต่รายเดียว ขณะเดียวกัน นายทุนคู่กรณีจัดเต็มพิกัด นอกจากฟ้องขับไล่ทุบบ้านแล้ว ยังร้องต่อบังคับคดีให้ศาลออกหมายจับชาว ประมงพื้นบ้านคนยากจนในข้อหาขัดขวางการบังคับ คดีอีกด้วย ล่าสุด เจ้าท่าภูมิภาคสาขาชุมพรระบุชัด พื้นที่ป่าชายเลนไม่ว่าอยู่บนบก ในทะเล หรือลำคลอง ต้องเป็นของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ใครก็ตามที่อ้าง กรรมสิทธิ์ในที่ดิน เรียกเก็บค่าเช่าที่ถือว่าผิดกฎหมายนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 3 ธ.ค. พ.ต.ต.ชาติชาย มูลลักษณ์ สว.สส.สภ.บ้านวิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจภูมิภาค “ไทยรัฐ” ว่า วันนี้ได้แจ้งให้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านทั้ง 8 คน ที่ถูกออกหมายจับและจะเข้ามอบตัว ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ขอให้เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 8 ธ.ค. เนื่องจากวันที่ 7 ธ.ค. เป็นวันหยุดชดเชย ซึ่งตนเองได้รับ มอบหมายให้สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เพื่อรายงาน ให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ ในวันนี้จึงเข้าไปสอบสวนฝ่ายเจ้าของที่ดินที่เกิดกรณีพิพาท รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งคา และชาวบ้านใกล้เคียง ที่ไม่อยู่ในกลุ่ม 8 คน ที่ถูกออกหมายจับและได้บันทึก ภาพถ่ายในพื้นที่จริงประกอบด้วยว่าเป็นพื้นที่ของเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรหรือไม่

ทางด้านนาวาตรีชัยศิริ ขุนดำ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาชุมพร ให้ความเห็นใน เรื่องนี้ว่า จากกระแสข่าวมีกรณีพิพาทระหว่างเจ้าของที่ดินกับชาวบ้านหมู่ที่ 4 บ้านบางใหญ่ ต.ทุ่งคา และมีการเรียกเก็บเงินค่าเช่าที่ดินด้วยนั้น กรณีนี้ต้องดูว่า ที่ดินป่าชายเลนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรหรือไม่ หากอยู่ในเขตอุทยานฯ ก็แสดงว่าพื้นที่ ป่าชายเลนไม่ว่าจะอยู่บนบก ในทะเล หรือในลำคลอง ต้องเป็นของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรด้วย หลักเขตของกรมเจ้าท่าที่ปักไว้ริมตลิ่งคลองทุ่งคาเพียงแค่ บอกให้รู้ว่าแนวเขตแม่น้ำลำคลองอยู่ตรงไหน หากมีใครก็ตามมาเรียกรับผลประโยชน์ด้วยการอ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดินเรียกเก็บเงินค่าเช่าที่ในแม่น้ำลำคลองถือว่าผิดกฎหมาย กรมเจ้าท่าไม่มีนโยบายในเรื่องนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นชาวบ้านต้องไปฟ้องร้องตามกฎหมายเอาเองแล้วแต่กรณีว่าจะเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ด้วยหรือไม่ก็ไปว่ากัน

นายวิษณุ เซียงเจ็น รองประธานกลุ่มอนุรักษ์บางใหญ่ อ่าวทุ่งคา เปิดเผยว่า หลังจากข่าวนี้ได้แพร่ สะพัดออกไปมีหลายหน่วยงาน โดยทหารจาก มทบ. 44 จ.ชุมพร แจ้งกับตนว่าจะเข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ โดยตอนเช้าวันเดียวกันนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่จาก สนง.ที่ดินจังหวัดชุมพร ไม่ทราบชื่อ ได้ลงมาดูในพื้นที่พิพาท โดยเดินสำรวจรอบๆบริเวณ สักครู่ก็เดินทางกลับ พร้อม กับบอกว่าจะนำคณะเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดชุมพรเข้ามา ตรวจสอบพื้นที่ใหม่อีกครั้ง ในส่วนตนและกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ขอประกาศให้ชัดเจนไปเลยว่าพวกเราไม่ต้องการกรรมสิทธิ์ใดๆในที่ดินทั้งสิ้น ขอเพียงให้คืนพื้นที่ป่าชายเลนให้กับประเทศชาติเท่านั้น ที่สำคัญป่าชายเลนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นที่อยู่อาศัยทำกินของ ชาวประมง พวกเราต้องพยายามรักษาเอาไว้
“ไม่ใช่ขี้แพ้ชวนตี และรู้ดีว่าสภาพความเป็น จริงพื้นแห่งนี้เป็นป่าชายเลนซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร แต่ถูกนายทุนอ้างเอกสารสิทธิ น.ส.3 เข้าไปครอบครอง และข่มเหงรังแกชาวบ้าน อย่างนี้มันเป็นธรรมกับชาวบ้านที่เขาอยู่มานานหรือไม่ ส่วนที่มีชาวประมงพื้นบ้าน 3-4 ราย ที่อาศัย อยู่บริเวณริมคลองทุ่งคาไปเช่าที่ดินป่าชายเลนกับนายทุนนั้น สาเหตุเพราะชาวบ้านยากจน ไม่รู้ ข้อกฎหมายและกลัวถูกนายทุนฟ้องขับไล่ที่อยู่อาศัย เลยยินยอมจ่ายค่าเช่าที่ให้” รองประธานกลุ่มอนุรักษ์ บางใหญ่ อ่าวทุ่งคา กล่าวในที่สุด ผู้สื่อข่าวได้พยายาม ติดต่อเจ้าของที่ดินและผู้เกี่ยวข้องแล้ว แต่ไม่สามารถ ติดต่อได้ ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้