วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กบง.ควักเนื้อตรึงราคาแอลพีจี!

กบง.ควักเนื้อตรึงราคาแอลพีจี!

  • Share:

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า กบง.ได้พิจารณาราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ประจำเดือน ธ.ค.นี้ โดยมีมติให้ตรึงราคาขายปลีกไว้ที่ 22.29 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ต่อไป เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน แม้ว่าราคาตลาดโลกที่ดีดตัวขึ้น และราคาขายปลีกในประเทศก็ต้องปรับขึ้นตามไปด้วย 70 สตางค์ (สต.) ต่อกิโลกรัม (กก.) โดยให้นำเงินกองทุนน้ำมันในส่วนของกองทุนแอลพีจีมาอุดหนุนแทนโดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.นี้

“ราคาแอลพีจีตลาดโลกเดือน ธ.ค.ปรับขึ้นจากเดือนก่อน 55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตันมาอยู่ที่ 466 เหรียญฯ ต่อตันทำให้ราคา ณ โรงกลั่น ซึ่งเป็นราคาซื้อตั้งต้นของแอลพีจี (LPG Pool) โดยใช้ต้นทุนจากแหล่งผลิตและแหล่งจัดหาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก มีการปรับเพิ่มขึ้น 70 สต.ต่อ กก. แต่สถานะกองทุนแอลพีจียังพอที่จะดูแลได้ จึงนำมาอุดหนุนราคาส่วนนี้ ส่งผลให้รายจ่ายแอลพีจีจาก 300 ล้านบาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 557 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันฐานะกองทุนแอลพีจีมีวงเงิน 7,937 ล้านบาท”

นอกจากนี้ กบง.ได้สั่งการให้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไปหารือกับผู้ผลิตก๊าซฯที่จะมีการหยุดซ่อมบำรุง 5 แห่ง แบ่งเป็นแหล่งในประเทศ 2 แหล่งคือ แหล่งเจดีเอ แหล่งภูฮ่อม และแหล่งในประเทศพม่าอีก 3 แหล่งคือ เยตากุน ยาดานา และซอติกา โดยขอให้ปรับเลื่อนการหยุดซ่อมบำรุงประจำปีในปีหน้า โดยต้องการให้มีการหยุดซ่อมบำรุงในเดือน เม.ย.59 เพราะตรงกับวันหยุดเทศกาลสงกรานต์

นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปตท.ได้นำเสนอราคาตลาดโลก ซึ่งพบว่าแอลพีจีในปีหน้า มีแนวโน้มที่ราคาจะลดลงเนื่องจากมีปรากฏการณ์เอลนินโญ อากาศจะร้อนทำให้การใช้แอลพีจีในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเพื่อทำความอบอุ่นน้อยลง ส่วนก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ หรือเอ็นจีวี ขณะนี้ราคาขายปลีก 13.50 บาทต่อ กก. แต่ตลาดโลกอยู่ที่ 14.50 บาทต่อ กก. ซึ่งจะต้องพิจารณาโครงสร้างราคาให้สะท้อนต้นทุนตลาดโลกในปี 59.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้