วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัฐลงดาบยกเลิกไลเซนส์ “ประวิตร-สมคิด” ไล่บี้มาตรฐาน 41 สายการบิน

รัฐลงดาบยกเลิกไลเซนส์ “ประวิตร-สมคิด” ไล่บี้มาตรฐาน 41 สายการบิน

  • Share:

“ทูตพิศาล” แจงเอฟเอเอให้กำลังใจการแก้ไขปัญหาของไทย หากทำสำเร็จจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ ขณะที่ “ประวิตร” เรียก 41 สายการบิน หารือวันนี้ (4 ธ.ค.) ให้เตรียมตัวถูกยกเลิกไลเซนส์แน่ถ้าไม่มีมาตรฐาน

นายพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เปิดเผยว่า ได้เข้าพบนางมาร์กาเลต กิลลิแกน ผู้บริหารสำนักงานบริหารองค์กรการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟเอเอ) โดยทางเอฟเอเอขอบคุณและพอใจที่ได้รับทราบว่า ผู้นำรัฐบาลไทยมีเจตนารมณ์อย่างแรงกล้าและให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลความปลอดภัยในการบิน ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนเพื่อติดตามเร่งรัดการแก้ไขปัญหาทุกสัปดาห์ และตั้งคณะทำงานพิเศษที่มีเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ เป็นหัวหน้า เพื่อเชื่อมโยงและสร้างความเข้าใจแบบสายตรงระหว่างผู้นำไทยกับผู้บริหารองค์กรกำกับการบินของฝ่ายสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปโดยเฉพาะ ขณะที่นางกิลลิแกนเห็นว่าไทยเดินมาถูกทางแล้ว และพร้อมจะสนับสนุนการทำงานของฝ่ายไทยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านมาตรฐานความปลอดภัย

ทั้งนี้ นายพิศาลได้นำเสนอแผนแม่บทล่าสุดที่คณะทำงานพิเศษได้นำเสนอต่อฝ่ายสหภาพยุโรป โดยจะมีมืออาชีพจาก 2 องค์กรในยุโรปช่วยขับเคลื่อนทั้งการตรวจใบอนุญาตสายการบิน 41 สายทั้งหมดใหม่ การฝึกอบรมผู้ตรวจ และการวางรากฐานสร้างสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยให้เป็นองค์กรด้านการกำกับมาตรฐานความปลอดภัยในการบินระดับโลก

เอกอัครราชทูตฯ ย้ำว่า สาธารณชนไม่ควรเป็นกังวลกับข่าวเรื่องการจัดอันดับของเอฟเอเอ เพราะเป็นการทำตามหน้าที่ ตามกำหนดเวลา และเป็นการพิจารณาตามเนื้อผ้า เนื่องจากไทยยังต้องการเวลามากกว่า 5 เดือนในการสะสางปัญหาที่สะสมมานานและเป็นการปฏิรูปองค์กร หากทำสำเร็จก็จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ทั้งนี้ ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอยู่แล้ว หากสามารถยกระดับองค์กรกำกับมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินได้สำเร็จจะทำให้ไทยช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ภูมิภาคอาเซียนด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) สำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านการบินของสหภาพยุโรป (เอียซา) และเอฟเอเอ ต้องการเห็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ธ.ค.) เวลา 14.30 น. ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เชิญสายการบินทั้ง 41 สายที่ได้รับอนุญาตจากกรมการบินพลเรือน (เดิม) มาประชุมเพื่อเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการบิน โดยอาจกำหนดวันเวลาในการตรวจสอบเพื่อทบทวนการอนุญาตบิน ไลเซนส์) ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในแผนการแก้ปัญหาและการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินของประเทศไทย โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมประชุมด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า อยากให้พี่น้องคนไทยที่มีศักยภาพ ความรู้ทางด้านการบินกลับมาช่วยประเทศอาจจะต้องเสียสละเข้ามาสมัครยินดีรับเข้าอยู่ในสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเดิมมีคนที่มีหน้าที่ตรวจสอบ 10 กว่าคน แต่สายการบินมี 20-30 สาย ต้องทบทวนทั้งหมด 28 สายการบินที่มีเส้นทางบินต่างประเทศ ว่าอันไหนผ่านไม่ผ่าน

นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปยุโรปเพื่อเร่งรัดเจรจาหาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรภายใน กพท.โดยมีว่าจ้างหน่วยงานองค์กรที่เป็นที่ยอมรับจากประเทศอังกฤษ 2-3 ปี มาเป็นเจ้าหน้าที่ประจำทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ พร้อมกับฝึกอบรมบุคลากรของ กพท. หัวใจสำคัญ กพท.จะต้องสร้างบุคลากรของตัวเองขึ้นมา แต่ระยะเร่งด่วนต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่ประสบการณ์และมีใบอนุญาตมาช่วยก่อน เพราะบุคลาการด้านการตรวจสอบและการออกใบอนุญาตมีจำนวนจำกัดและไม่ครบตามแบบและรุ่นของเครื่องบิน มีเพียง 36 คน ประกอบด้วยฝ่ายช่าง 19 คน และฝ่ายบิน 17 คน ขณะนี้เพิ่มเป็น 69 คน แบ่งเป็น ฝ่ายช่าง 37 คน และฝ่ายบิน 49 คน แต่เป้าหมายต้องการ 86 คน ส่วนที่ยังขาดอีก 17 คนนั้นตนได้รับผิดชอบในการจัดหาแต่จะเน้นคุณสมบัติจะต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนผลการตรวจสอบของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป (เอียซา) ยังบอกไม่ได้แต่แผนมีความก้าวหน้าไปมาก และการตรวจสอบสายการบินที่บินเข้ายุโรป คือสายการบินไทย และบริษัทเอ็มเจ็ท จำกัด ผู้ให้บริการเครื่องบินส่วนตัวเข้ายุโรปผลไม่พบข้อบกพร่องใดๆ ซึ่งก็อาจถือได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดี แต่มีคำแนะนำเรื่องกรอบเวลาในการตรวจสอบเพื่อออกใบอนุญาตสายการบินใหม่ว่าไม่ควรเร่งรีบ

ด้านนายหลุยส์ จูเนีย มอเซอร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน(เอโอซี) กล่าวว่ามั่นใจว่าทั้งสายการบินไทย และสายการบินเอ็มเจ็ทจะไม่ถูกเอียซาห้ามบินเข้าไปในยุโรป เพราะเอียซาจะเน้นการตรวจสอบมาตรฐานของสายการบิน เป็นหลัก มั่นใจว่าทั้ง 2 สายการบินของไทยสอบผ่านเพราะมีมาตรฐานดีระดับสากล ซึ่งแตกต่างจากตรวจสอบของเอฟเอเอและไอซีเอโอ ที่เน้นตรวจองค์กรกำกับดูแล หรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเป็นหลัก หรือในกรณีเลวร้ายทางเอียซาอาจแค่มีการจำกัดห้ามเพิ่มเส้นทางบิน เที่ยวบิน และเปลี่ยนขนาดเครื่องบินเท่านั้น แต่ไทยก็ยังทำการบินได้อยู่.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้