วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เฒ่าหูหนวกป่วยหนักไร้คนเหลียวแล ไม่มีแม้บัตร ปชช. อาศัยกุฏิร้างคุ้มหัว

เฒ่าหูหนวกป่วยหนักไร้คนเหลียวแล ไม่มีแม้บัตร ปชช. อาศัยกุฏิร้างคุ้มหัว

  • Share:

พ่อเฒ่าหูหนวกวัย 96 ปี ถูกทอดทิ้ง ล้มป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ลูกไม่เคยมาเยี่ยม อาศัยกุฏิร้างกินนอนในวัดนครราชสีมา ไม่มีแม้กระทั่งบัตรประชาชน รพ. รับเป็นผู้ป่วยอนาถา ด้าน นอภ.คง ช่วยเต็มที่ เพิ่มชื่อให้เป็นคนไทยที่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชมรมรื่นจิตอาสานครราชสีมา โดย นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ประธานชมรม และ นายพัลลภ สิงห์ทอง นายอำเภอคง ว่า มีชายชราวัย 96 ปี หูหนวก ถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างอนาถาในกุฏิร้างของวัดแห่งหนึ่งใน อ.คง จ.นครราชสีมา ซ้ำป่วยหนักไร้คนเหลียวแล ไม่เคยมีบัตรประจำตัวประชาชน ไร้สิ่งยืนยันเพื่อรับเบี้ยยังชีพและการช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ จึงเดินทางตรวจสอบข้อเท็จจริง

ที่หอผู้ป่วยชาย รพ.คง จ.นครราชสีมา เตียงผู้ป่วยที่ 12 พบ นายจันทร์ ชัยชนะ อายุ 96 ปี นอนป่วยอยู่บนเตียง สภาพผอมโซ ลืมตาได้เล็กน้อย และรับรู้เมื่อมีคนมาเยี่ยม แพทย์ระบุว่าป่วยด้วยโรคหัวใจโต ปอดอักเสบ และโลหิตจาง อีกทั้งหูหนวก จึงสื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ขณะนี้มีสภาพอ่อนแรงเนื่องจากชรามาก ทาง รพ. พยายามค้นหาเอกสารหลักฐานต่างๆ แต่ไม่พบ เนื่องจาก นายจันทร์ ไม่มีญาติมาเยี่ยม และถูกส่งรักษาโดยกลุ่มอาสาสมัครชมรมรื่นจิตอาสา และที่สำคัญไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ ติดตัวมาเลย ทาง รพ. รับไว้เป็นผู้ป่วยอนาถา และดูแลไปจนกว่าจะมีญาติหรือผู้อุปการะมารับตัวไป

จากนั้นเดินทางไปดูที่พักอาศัยของ นายจันทร์ ภายในวัดบ้านหนองบัวโคก ต.เทพาลัย อ.คง เป็นกุฏิร้าง สภาพเก่าทรุดโทรม มีเพียงแคร่ทำเป็นเตียงนอน ไม่มีทรัพย์สินใดๆ สกปรกและมีกลิ่นเหม็นมาก เนื่องจากช่วงที่ป่วย นายจันทร์ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ได้ จึงกินนอนและขับถ่ายในห้อง

สถานที่ นายจันทร์ อายุ96 ปี นอนซม เพราะป่วยหนักช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยไร้ ภรรยา-ลูก เหลียวแล

สอบถาม นายบุญส่ง หอมจันทร์ อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองบัวโคก ม.7 ต.เทพาลัย อ.คง เปิดเผยว่า รู้จักกับ นายจันทร์ มานานกว่า 10 ปี ก่อนหน้านี้ นายจันทร์ เคยบวชเป็นพระที่วัดแห่งนี้ จากนั้นธุดงค์ไปจำวัดที่อื่นอยู่หลายปี และกลับมาจำวัดที่วัดบ้านหนองบัวโคก แต่เนื่องจากช่วงหลังหูหนวก สวดมนต์ไม่ทันพระรูปอื่น จึงลาสิกขาบท แต่ไม่มีที่ไป ทางวัดจึงให้อยู่ในกุฏิเก่า ซึ่ง นายจันทร์ พยายามหารายได้เลี้ยงตัวเองด้วยการทำเครื่องจักสานไปขายให้ชาวบ้าน หรือบางครั้งมีชาวบ้านมาสั่งให้ทำ และนานมาแล้วมีภรรยาของ นายจันทร์ เดินทางมาเยี่ยมประมาณ 1-2 ครั้ง จากนั้นก็หายไปไม่มีใครรู้จัก และไม่สามารถติดต่อได้ เคยสอบถาม นายจันทร์ ว่า เคยมีภรรยาและลูกไหม บอกว่าเคยมี และมีลูกหลายคน แต่ก็ไม่เคยเห็นลูกมาเยี่ยมนายจันทร์ กระทั่งมาช่วงกลางปีนี้เกิดล้มป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ชาวบ้านที่ไปวัดก็จะนำอาหารก้นบาตรพระมาให้กินประทังชีวิต แต่นายจันทร์ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นอนซมอยู่ในห้อง เพราะไม่มีคนเหลียวแล กระทั่งมีอาสากู้ภัยของชมรมรื่นจิตมาพบ จึงนำตัวไปรักษาที่ รพ.คง และกลับมาค้นหาเอกสารที่จะนำไปให้ทาง รพ. แต่ก็ไม่พบ

ด้าน นายอำเภอคง เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมอาการของ นายจันทร์ ว่า รู้สึกสงสาร เพราะเป็นบุคคลที่อยู่นอกระบบ ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือด้านสวัสดิการจากภาครัฐ ทางอำเภอจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในทะเบียนประวัติว่ามีชื่ออยู่ในพื้นที่หรือไม่ หากไม่พบก็จะดำเนินการทำเอกสารให้ เพื่อให้เป็นคนไทยที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้