วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.จับพลเมืองดี ใช้ความชุลมุนเหตุปล้นร้านทองยิงเจ้าของดับ ฉกสร้อย 3 เส้น

ตร.จับพลเมืองดี ใช้ความชุลมุนเหตุปล้นร้านทองยิงเจ้าของดับ ฉกสร้อย 3 เส้น

  • Share:

คืบหน้าเหตุคนร้ายปล้นร้านทองแล้วยิงเจ้าของร้านตาย ตร.สำโรงเหนือ ดูกล้องวงจรปิดพบคนร้ายหลังก่อเหตุไม่ได้ทองไป แต่เป็นชายวัย 40 ปีที่วิ่งมาช่วยแอบหยิบทองที่ตกอยู่ 3 เส้น เส้นละ 2 สลึงแล้วเนียนเดินออกไป ตามจับมาดำเนินคดีแล้ว...

จากกรณี 3 คนร้ายสวมหมวกไหมพรมปิดอำพรางใบหน้าควงปืนเข้าไปก่อเหตุปล้นร้านทอง และยิงแสกหน้า นายสุพล ชวาลากุล อายุ 60 ปี เสี่ยเจ้าของร้าน จนเสียชีวิต ก่อนที่คนร้ายจะชิงเอาทองรูปพรรณ แล้ววิ่งออกจากร้าน ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน หลบหนีไป เหตุเกิดห้างทองสุวิมล เยาวราช เลขที่ 1526/53-54 ปากซอยเทพารักษ์ 10 ถนนเทพารักษ์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 2 ธ.ค.58

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ ได้เข้าหาหลักฐานเพิ่มเติม บริเวณหน้าร้านทองอีกครั้ง กระทั่งได้รับแจ้งจากทางญาติเจ้าของร้าน ว่าคืนที่ผ่านมาได้พบหัวกระสุนไม่ทราบขนาด ติดคาอยู่ในซองใส่ไอแพดซึ่งวางอยู่หลังเคาน์เตอร์จุดที่ นายสุพล เสียชีวิต ก่อนที่ญาติจะนำหัวกระสุนดังกล่าวส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป ขณะเดียวกัน ชาวบ้านพักอาศัยอยู่ในซอยเทพารักษ์ 10 อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่าไม่กี่วันมานี้ก่อนที่จะเกิดเหตุได้มีวัยรุ่น 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์ เข้าวนเวียนในซอย ก่อนที่จะเข้ามาสอบถามว่าในซอย ดังกล่าวเป็นซอยตันหรือไม่ ก่อนที่วัยรุ่นคนดังกล่าวจะขี่รถจักรยานยนต์ออกไป

พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ ได้เข้าหาหลักฐานเพิ่มเติม บริเวณหน้าร้านทองอีกครั้ง


ต่อมา เวลา 15.00 น. วันที่ 3 ธ.ค.58 พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผช.ผบ.ตร.เดินทางมาตรวจตำแหน่งที่ตั้งร้าน ห้างทองสุวิมล พร้อมกับกล่าวว่า ตนลงพื้นที่มาวันนี้ ตามคำสั่งของ ตร.เพื่อดูในด้านมาตรการป้องกัน จากการตรวจสอบที่ตั้งของร้านทองที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นจุดล่อแหลมและมีช่องว่างง่ายต่อการลงมือ และจากการดูข้อมูลแล้วพบว่ามาตรการระบบป้องกันของตำรวจพื้นที่นั้น ยังมีการควบคุมไม่ดีพอ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตนได้ฝากให้ทางผู้บังคับบัญชา ภ.จว.สมุทรปราการ ได้กำชับให้ทางผู้ใต้บังคับบัญชา เพิ่มมาตรการป้องกันเชิงรุกในด้านป้องกันเหตุให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน ธนาคารและร้านทอง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีกตามที่ ตร.ได้สั่งการไว้แล้ว ส่วนความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีนั้น เป็นส่วนของภาค 1 และพื้นที่ต้องเร่งดำเนินการ

ขณะที่บริเวณห้องประชุม สภ.สำโรงเหนือ พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาประชุมกับเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี นอกจากนั้นยังระดมฝ่ายจราจร และงานป้องกันทุกฝ่าย ร่วมกันวางแผนติดตามแกะรอยคนกลุ่มคนร้าย โดยในขณะนี้มุ่งเป้าค้นหารถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีขาวที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ซึ่งหนึ่งในคนร้ายสวมเสื้อกั๊กสีส้มคล้ายกับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และได้เรียกหัวหน้าวินรถจักรยานยนต์ที่อยู่ในเขตสำโรงเหนือ และรอยต่อมาสอบปากคำ เพื่อหาข้อมูลเชื่อมโยงรถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกัน หลังจากเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถรู้กลุ่มเป้าหมายคนร้าย และรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย จึงยังไม่สามารถออกภาพสเกตช์ใบหน้ารวมถึงขอหมายศาลจับกุมผู้ต้องหาได้ แม้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามความคืบหน้าในเรื่องคดีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือในการเปิดเผยข้อมูลดีเท่าที่ควร

ด้าน พ.ต.อ.นพดล สุคนธวิท ผกก.สภ.สำโรงเหนือ กล่าวว่า ภายหลังจากได้นำกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ และวิเคราะห์ภาพที่ปรากฎอย่างละเอียดแล้ว รวมถึงสอบถามทางภรรยาของผู้เสียชีวิต พบว่าคนร้ายไม่ได้ทองรูปพรรณไป แต่กลับเป็นพลเมืองดี ทราบชื่อต่อมา คือ นายนิรันด์ ภูคลองทอง อายุ 40 ปี อาชีพช่างกลึง ที่เข้ามาช่วยเหลือนายสุพล ผู้ตาย ก่อนนายนิรันด์ จะฉวยโอกาสหยิบสร้อยทองรูปพรรณหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ จำนวน 3 เส้น เส้นละ 2 สลึง ใส่กระเป๋ากางเกง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายนิรันด์ ภูคลองทอง มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแล้ว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้