วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ ห่วง 'อุดมเดช' ถูกกดดันปมราชภักดิ์ ขอรอผลสอบ เชื่อไร้ทุจริต

นายกฯ ห่วง 'อุดมเดช' ถูกกดดันปมราชภักดิ์ ขอรอผลสอบ เชื่อไร้ทุจริต

  • Share:

นายกฯ รับห่วง "บิ๊กโด่ง" เพราะเป็นน้องที่โตมาด้วยกัน แต่ความรับผิดชอบต้องทำตามระเบียบ ย้ำรอผลสอบให้ชัดเจน ยันไม่ปรับ ครม.ตามกระแส เตรียมโชว์ผลงาน 5 กลุ่มงานรัฐบาลหน้าตึกไทยฯ 23-25 ธ.ค.นี้ ชี้หลายหน่วยงานมีปัญหาพันกันอื้อ โอดเก็บภาษีได้น้อย-ประชาชนแบ่งพวก...

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า เรื่องของความขัดแย้งต้องปล่อยให้กฎหมายดำเนินการให้ทุกคนยอมรับหลายเรื่องที่ทุกคนเป็นห่วง ตนยืนยันว่ารัฐบาลทำทุกอย่างโดยใช้ข้อกฎหมาย และสิ่งที่เรายึดมั่นคือความโปร่งใส ตรวจสอบได้ รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างให้สังคมเข้าใจ และอยากขอโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในกระบวนการด้วย จะผิดหรือถูกอย่างไรนั้น ก็ขอให้มีการสอบสวนกันมา อย่าเอาหลายอย่างมาเป็นความขัดแย้งเดียวกัน เพราะมันเกิดขึ้นคนละเวลา ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้พูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่าการตรวจสอบจะดำเนินไปตามลำดับ ให้กระทรวงกลาโหมอำนวยความสะดวก แต่ต้องรอในส่วนของข้าราชการทำก่อน ส่วนองค์กรอื่นๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นต้น มีขั้นตอนของเขา ขณะที่เรื่องความรับผิดชอบต้องรอให้มีความชัดเจนว่าผิดถูกอย่างไร การตรวจสอบเร็วไปก็ไม่ได้ แต่ถ้าช้าเกินไปก็ไม่ดี ถ้าผลสอบออกมาเป็นอย่างไร ผู้ที่เกี่ยวข้องก็รู้ตัวเขาเอง

เมื่อถามว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องที่พูดถึงนั้น หมายถึง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่ พล.อ.อุดมเดช อยู่ในส่วนของโครงการ ซึ่งจะไปชี้แจงกับคณะกรรมการสอบของกระทรวงกลาโหม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสขึ้น เมื่อถามว่า เป็นห่วง พล.อ.อุดมเดช หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนตัวตนเป็นห่วง พล.อ.อุดมเดช ที่ถือเป็นน้องของตน แต่ในแง่ของความรับผิดชอบ ก็ต้องทำอย่างที่ตนบอก ตามระเบียบเอากติกาที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า มั่นใจว่า พล.อ.อุดมเดช จะบริสุทธิ์หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ผมโตด้วยกันมา จะผิดจะถูก ถ้าผิดก็ต้องยอมรับ ถ้าไม่ผิดก็โอเค ทำงานไป ไปหาคนผิดมาลงโทษก็เท่านั้น ที่บอกว่าต้องรับผิดชอบทางการเมือง ต้องรับผิดชอบตั้งแต่วันนี้หรือ แล้วมันชัดเจนหรือยังว่าผิดตรงไหน รายรับ รายจ่าย งบประมาณต่างๆ การก่อสร้างอะไรก็แล้วแต่ เขาสั่งให้เรียกค่าหัวคิวหรือเปล่า ก็ไม่รู้อีก เป็นที่ไอ้คนนั้นหรือเปล่าที่ไปเรียกค่าหัวคิว ก็ไปสอบมา ไปดูทางข้อกฎหมายหลายคนก็ให้ไปตรวจสอบกัน ผมก็ไม่รู้ ผมไม่ใช่ศาล" ถามต่อว่า กรณีนี้ทำให้เกิดกระแสข่าวเรียกร้องให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯ กล่าวว่า "มีก็มีไป ผมคิดของผมอยู่แล้ว จะทำไม" เมื่อถามย้ำว่า ยอมรับว่าจะมีการปรับครม.หรือไม่ นายกฯ กล่าวด้วยอารมณ์หงุดหงิดว่า “ยังไม่ยอมรับบอกแล้วว่าให้มีการตรวจสอบก่อน จะให้ผมพูดยอมรับให้ได้หรือ ผมไม่ทำตามกระแส ผมให้ความเป็นธรรม ถ้าผมทำตามกระแส คงไม่ต้องพิจารณาทั้งเรื่องรับจำนำข้าว และเรื่องอะไรต่างๆ แล้วทำไมไม่มาเร่งรัดมาเร่งผมสิ แล้วผมให้ความเป็นธรรมหรือไม่"

เมื่อถามว่า เมื่อผลสอบของกระทรวงกลาโหมออกมาแล้ว จะสามารถตัดสินใจได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้องค์กรอื่นๆ สอบสวนอีกใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาต้องตรวจสอบก่อน และใครจะมาตรวจก็เข้าทำได้ซึ่งรวมถึงศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) โดยเขารอผลสอบตรงนี้ก่อน อย่างไรก็ตาม ตนจะไม่ตอบเรื่องนี้แล้ว เพราะต้องรอผลการตรวจสอบ เมื่อถามว่า ในใจของ พล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าไม่มีการทุจริตในโครงการนี้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แน่นอน ใครจะคิดว่าจะมีการทุจริต ต้องไปดูว่าทุจริตทั้งโครงการหรือไม่ ทุจริตที่บุคคลหรือตรงไหน รายรับและรายจ่าย มีงบกลางอยู่ส่วนหนึ่งที่เอาลงไปนั้น มีความชัดเจนถูกต้องหรือไม่และเงินบริจาคมาจากที่ใดบ้าง ถูกต้องหรือไม่ มันมีส่วนหนึ่งที่ผิด ผิดโดยคนไม่กี่คน คนมันขี้โกง ก็ต้องสองคนที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่ผิดก็คงไม่หนี ทุกคนเจตนาดีทั้งหมด ตนจึงคิดว่าไม่มีใครหวังว่าทำเพื่อจะโกง แต่บังเอิญเริ่มแรกมาจากคนที่ทำงานใกล้ชิดสถาบันซึ่งนี่คือปัญหา จึงอยากให้ดูแล้วแยกออกจากกัน

ส่วนการเตรียมแถลงผลงานรัฐบาล ระหว่างวันที่ 23-25 ธ.ค.นี้นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเน้น 5 กลุ่ม งานที่รัฐบาลได้ดำเนินการว่ามีความก้าวหน้าอะไรไปบ้าง โดยขณะนี้เราอยู่ระยะที่ 2 ของโรดแม็ป กำลังเริ่มการปฏิรูปเราดำเนินการทุกอย่าง โดยแต่ละกระทรวงมีปัญหาจำนวนมากและเกี่ยวพันกัน ทำให้มีหลายปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขกันมา อย่างไรก็ตาม ในการแถลงผลงานดังกล่าว รัฐบาลจะใช้พื้นที่ถนนเลียบคลองเปรมประชากรหน้าตึกไทยคู่ฟ้าในการจัดนิทรรศการแสดงผลงานรัฐบาล โดยขอให้สื่อมวลชนเชิญชวนประชาชนให้มาเยี่ยมชมด้วย ไม่ใช่จัดขึ้นแล้วมาดูกันเอง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงปัญหาของรัฐบาลในขณะนี้ว่า รัฐบาลนี้เจอปัญหาเรื่องงบประมาณซึ่งทุกคนทราบดีว่ารายได้ภาษีลดลง อีกทั้งประชาชนมีการแบ่งเป็นกลุ่มๆ ตามกลุ่มการเมือง และเกษตรกรก็มีแบ่งเป็นหลายกลุ่มเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือหากตนยกเลิกทั้งหมดแล้วให้ตั้งกลุ่มเดียว ก็จะเดือดร้อนกันอีก วันนี้ต้องสร้างความเข้มแข็งและเกษตรกรที่ปลูกพืชแต่ละชนิดก็ต้องมีผู้นำเพียงคนเดียว เพราะขณะนี้มีเป็นสิบกลุ่มเพื่อต่อรอง ซึ่งนักการเมืองก็มาใช้ประโยชน์จากตรงนี้ตนจึงอยากให้รวมกลุ่มกัน ทั้งนี้ตนไม่สนใจว่าใครเป็นสีไหน ทุกคนเป็นคนไทยอะไรผิดกฎหมายก็คือผิด ต้องแยกจากกันให้ได้

"ผมสั่งงานไว้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจเมื่อกลับมา เขาก็มารายงานความคืบหน้า อย่าง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ที่เข้าพบผมเมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) เพราะจะให้ดูเกี่ยวกับเกษตรกรให้ดูเรื่องประชารัฐเพราะมีคนทั้งประเทศ ผมสั่งทุกเหล่าทัพรวมถึงให้ช่วยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการดูแลเรื่องภัยแล้งด้วย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จ ก่อนที่ นายกรัฐมนตรี จะเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าได้กล่าวว่า "วันนี้ว่าจะไม่อารมณ์ร้อนแล้วนะ แต่อากาศมันร้อน" และยังได้กล่าวทิ้งท้ายขณะเดินขึ้นบันไดด้วยว่าเปิดตาให้กว้าง พร้อมแสดงท่าทางโดยนำมือทั้งสองข้างป้องไปที่ข้างขมับทั้งสอง ลักษณะเหมือนม้าแข่งสวมแว่นตา แล้วกล่าวอีกว่า "ต้องเปิดตาให้กว้างอย่าเหมือนกับม้าแข่ง ไม่ใช่วิ่งอยู่แต่ในลู่ ไม่มีวันชนะ ฉะนั้นต้องมองให้กว้าง.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้