วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ความจริงของธุรกิจการบินไทย

ความจริงของธุรกิจการบินไทย

โดย สายล่อฟ้า
4 ธ.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

หลังจากลุ้นกันมาหลายรอบ สุดท้ายสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ก็ประกาศปรับลดมาตรฐานการบินของไทยจาก Category 1 เป็น Gategory 2 หรือตํ่ากว่ามาตรฐาน โดยให้เหตุผลว่าการทำงานของกรมการบินพลเรือน (บพ.) ในการแก้ไขข้อห่วงใยของ FAA

เกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานด้านการบินพลเรือนของไทยยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ต้องการให้ไทยแก้ไขให้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะต้องใช้เวลา เช่น การตรวจสอบใบอนุญาตนักบินพาณิชย์และการตรวจสอบภาคอากาศใหม่

ประเด็นที่เป็นปัญหา ไทยไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการบินเพียงพอ

ที่แก้ไขในเบื้องต้นเพียงแค่การปรับเปลี่ยนองค์กรใหม่ที่มีความเป็นอิสระและอีกส่วนหนึ่งยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงคมนาคมเท่านั้น

แต่การจะหาผู้เชี่ยวชาญเพียงระยะเวลาสั้นๆคงเป็นเรื่องยากก็จะต้องจัดการปัญหานี้ให้ลุล่วงไปให้ได้ เนื่องจากปล่อยปละละเลยมานาน จนกลายเป็นปัญหาในวันนี้

ที่ผ่านมามุ่งมองแต่เรื่องการท่องเที่ยว ใครขอใบอนุญาตเพื่อดำเนินธุรกิจด้านการบินก็ให้กันง่ายๆ ไม่ได้พิจารณาให้รอบคอบ ไม่ได้ตรวจสอบกันด้วยมาตรฐานการบิน

อ้างเหตุผลเพื่อสนองการท่องเที่ยว จึงต้องเปิดสายการบินเพื่อรองรับ

อีกประเด็นที่มองข้ามไปไม่ได้คือการให้ใบอนุญาตง่ายๆก็ต้องมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนหรือ “เงินใต้โต๊ะ” นั่นแหละ ทั้งนักการเมืองและข้าราชการรับเข้ากระเป๋าสบายกันไปแล้ว

ผลแห่งการนี้รัฐบาลชุดนี้ก็ต้องหน้าตื่นเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่สามารถทำกันได้ง่ายๆ

อย่าไปมองว่าเนื่องจากเป็นรัฐบาลที่มาจากทหารก็เลยต้องโดนเล่นงานอย่างที่มีการเหน็บแนม แต่เพราะมันเป็นปัญหาที่ไม่เคยมีการแก้ไขและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานมากกว่า

ผลกระทบที่จะตามมาก็คือ สายการบินของไทยที่บินเข้าสหรัฐฯ จะถูกจำกัดไม่ให้เปลี่ยนแปลงเส้นทางบินหรือเพิ่มเที่ยวบิน และจะทำให้สายการบินของไทยที่ปัจจุบันทำ Code Shara กับสายการบินอื่นที่บินเข้าสหรัฐฯจะไม่สามารถใช้เครื่องของสายการบินไทยได้

ทันทีที่สหรัฐฯประกาศปรับลดมาตรฐาน บริษัทการบินไทยก็เอาเลยครับ...บอกว่าไม่มีผลกระทบกับการบินไทย เนื่องจากมีการยกเลิกเที่ยวบินไทย-แอลเอไปแล้วก่อนหน้านี้

ทั้งๆที่การยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางนี้ก็เพราะเห็นว่าขาดทุนไม่คุ้มค่าตามนโยบายแก้ไขปัญหาการขาดทุนทั้งระบบ

ไม่ใช่เป็นแผนการล่วงหน้าแต่อย่างใด

การถูกปรับลดมาตรฐานครั้งนี้แม้จะไม่กระทบต่อสายการบินของไทยก็จริง แต่ต้องมองให้กว้างไปมากกว่านี้คือภาพลักษณ์ของสายการบินไทยและประเทศไทยที่จะต้องถูกมองว่าเป็นการถูกลงโทษเนื่องจากความไม่มีมาตรฐาน

ประเทศอื่นสามารถนำมาตรฐานนี้ไปใช้เพื่อให้สายบินไทยบินเข้าประเทศก็ได้ เหมือนเกาหลีใช้ ญี่ปุ่นเคยคิดจะเล่นงานไทยมาก่อนหน้านี้

เพียงแต่เห็นว่าควรถนอมน้ำใจกันเอาไว้ดีกว่าเพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนานและยังมีการลงทุนและการค้าที่เป็นประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่าย

จากนี้ไปก็ต้องเร่งแก้ไขปัญหา เพราะมิฉะนั้นจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยในปีหน้า เนื่องจากเราถูกลดเกรดที่เกี่ยวข้องกับการบินทั้งองคาพยพรวมถึงการตรวจสอบใบและให้ใบอนุญาตด้วย

แต่ที่ห่วงใยกันมากก็คือภาวะการขาดทุนของบริษัทการบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติที่รู้สึกว่ายิ่งแก้ยิ่งขาดทุนหนักเข้าไปอีก

สิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้และเป็นเรื่องหลักก็คือปัญหา “องค์กรเป็นพิษ” ทั้งๆที่รู้ดีว่าประสบภาวะการขาดทุนจะล้มละลายอยู่แล้วแทนที่จะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

คนในองค์กรกลับไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรกันเลย...นี่พูดจริงๆนะครับ.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้