วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
3 จอมทัพไร้เทียมทาน

3 จอมทัพไร้เทียมทาน

  • Share:

นักรบระดับแม่ทัพของจีน...ในแคว้นใหญ่ ก่อนสมัยสามก๊ก กงซุนเจียง เถียนไคเจียง และกู่เย่จื่อ เล่าลือกันว่าทั้งฝีมือ ทั้งหัวใจสัตย์ซื่อ...ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน

ถึงขั้น จูกัดเหลียง (ขงเบ้ง) คนรุ่นต่อมา ประทับใจ เขียนเพลงกวีเหลียงผู่ แสดงความอาลัย

(ศิลปะแห่งวาทะ หนึ่งในหนังสือชุดขุมปัญญาจีน ฝงเมิ่งหลง เขียน อดุลย์ รัตนมั่นเกษม แปล สำนักพิมพ์แสงดาว พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2554)

ธรรมดาความเก่งกาจกล้าหาญของจอมยุทธ์ฝ่ายบู๊ทั่วไป มักเย่อหยิ่ง จองหอง ไม่มองใครอยู่ในสายตา...โดยเฉพาะขุนนางฝ่ายบุ๋น ผู้ถนัดใช้ปัญญาและวาจา

ท่ามกลางความหมั่นไส้...ของขุนนางทั่วไป รวมเอี่ยนจื่อ ขุนนางใหญ่ใกล้ชิดเข้าไปด้วย วันหนึ่งมีโอกาสก็ทูลเจ้าจิ่งกง...ว่า สามนักรบนั้น ปล่อยไว้ต่อไปจะเป็นอันตราย

เจ้าจิ่งกงเห็นด้วย...ปรารภกับเอี่ยนจื่อว่า ข้ารู้ฝีมือ และคนแวดล้อมพวกเขา มากกว่าใคร เกรงว่า แม้จะวางแผนลอบฆ่า ก็คงฆ่าไม่ได้

ฆ่าด้วยอาวุธของแหลมมีคมไม่ได้ เอี่ยนจื่อเสนออาวุธพิฆาต... ลูกท้อสองลูก

แล้วอาสาเอาลูกท้อ...ไปยื่นให้ สามจอมยุทธ์ซึ่งหน้า

“เหนือหัว เหลือลูกท้อรสดีอยู่ 2 ลูก” เอี่ยนจื่อว่า “เจ้าจิ่งกง อยากให้พวกเจ้า ไล่เรียงกันเองว่า ใครเก่งกว่า ใครมีความดีความชอบมากกว่า”

กงซุนเจียงยื่นมือหยิบลูกท้อลูกแรก...แล้วบอกว่า “ข้าเคยต่อสู้กับเสือ เคยฆ่าเสือ คนเก่งอย่างข้า...ใครอื่นเทียบไม่ได้

เพราะฉะนั้น ข้าเป็นคนที่สมควรกินลูกท้อ”

เถียนไคเจียง หยิบลูกท้อลูกที่สอง “ข้าเคยวางกำลังทหารซุ่มตีข้าศึกแพ้ยับไปถึงสามทัพ นักรบที่มีความชอบอย่างข้า...ไม่มีใครเทียบเทียมได้” ว่าแล้วเขาก็ทำท่าจะกินลูกท้อลูกที่เหลือ

คราวนี้เป็นทีของกู่เย่จื่อ...ยอดนักรบคนที่สาม เขายืนขึ้น มองไปที่ท้อสองลูกในมือสองคู่แข่ง...แล้วกล่าว

“ข้าติดตามรับใช้ใกล้ชิดเหนือหัว มาตั้งแต่อายุยังน้อย วันหนึ่งขณะเหนือหัวข้ามแม่น้ำ เต่ายักษ์ตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมา งับม้าตัวที่อยู่ข้างซ้ายของรถม้า แล้วลากม้าลงไปในวังน้ำวน

ข้าทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น จึงเดินลุยตามไปใต้น้ำ เดินสวนกระแสน้ำเชี่ยวร้อยก้าว เดินตามกระแสน้ำไปไกลถึงเก้าลี้ จับเต่ายักษ์ตัดหัวมันได้ จากนั้นข้าใช้มือหนึ่งจับหางม้า อีกมือถือหัวเต่า ทะลึ่งพรวดขึ้นจากใต้น้ำ เหมือนนกกะเรียนบินโผขึ้นฟ้า

ทหารทั้งกองทัพตะลึงงัน คิดว่าเป็นคงคาเทพปรากฏ...

วีรกรรม...ของข้า อย่าว่าแต่สองคนที่ถือลูกท้อ...ใครก็เหมือนข้าไม่ได้ แล้วทำไม เจ้าไม่ส่งลูกท้อในมือมาให้ข้าเล่า”

ทั้งกงซุนเจียง และเถียนไคเจียง ฟังแล้วยอมรับเก่งกล้าเทียบกู่เย่จื่อไม่ได้ การที่เอาลูกท้อไว้ แสดงว่าเราโลภมากอยากได้ ผิดวิสัยจอมยุทธ์ผู้ถือคุณธรรม

พูดแล้วทั้งสองก็ชักดาบเชือดคอตาย

กู่เย่จื่อ...เห็นดังนั้นก็เสียใจ “ข้าเป็นคนไร้เมตตา ใช้คำพูดลบหลู่ผู้อื่นให้ได้อาย...จนต้องฆ่าตัวตาย...หากข้าไม่ตายเสียเดี๋ยวนี้ โลกจะนินทาข้าไม่ใช่จอมยุทธ์ผู้กล้า”

พูดจบ กู่เย่จื่อก็ชักดาบเชือดคอตาย เป็นคนที่สาม

เมื่อแผนสองลูกท้อพิฆาต...จบลงตามเป้า...เจ้าจิ่งกงสั่งให้ทำพิธีฝังศพสามนักรบอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติผู้กล้า

ผมไม่ได้อ่านเพลงกวีเหลียงผู่ จึงไม่รู้ว่า จูกัดเหลียง...วางน้ำหนักคำ “เสียดาย” ไว้ที่ใด

จะเสียดาย...สามจอมยุทธ์ผู้มีฝีมือ และหัวใจยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน หรือเสียดาย หัวใจผู้นำ...จำพวก...เสร็จนาฆ่าถึก เสร็จศึกฆ่าทหาร

ตามธรรมดาของผู้นำผู้สามารถทั้งหลาย เขามักนินทากันว่า ไม่ค่อยยอมปล่อยให้ทหารเก่งกล้าเกินหน้าไว้ใกล้ตัว.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้