ข่าว
100 year

ส.ส.นั่งควบรมต.ได้ กรธ.ย้อนศรรธน.ปี40-50 ห้ามยุ่งโยกย้ายข้าราชการ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ธ.ค. 2558 05:56 น.
SHARE

กรธ.ย้อนยุคโละหลักการ รธน. 40-50 ให้ ส.ส.นั่งถ่างขาเป็น รมต.ได้ แต่ห้ามยุ่งเกี่ยวแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ วิป 3 ฝ่าย รัฐบาล-สนช.-สปท. เร่งเครื่องนัดถกปฏิรูปทุกสัปดาห์ “บิ๊กตู่” ยอมรับมาตรฐานบินของไทยไม่ผ่าน เร่งหาแนวทางแก้ไขด่วน บ่นพวกขยายความทำชาติติดหล่ม “บิ๊กป้อม” ฟุ้งไม่ตกใจรู้ล่วงหน้าแล้ว ยังหวัง EASA จะจัดอันดับดีขึ้น ประสานเสียง “อนุพงษ์” ไม่ตอบโต้คลิป “ทักษิณ” จี้คืนประชาธิปไตย “ปึ้ง” เตือนรัฐบาลอย่าบ้าจี้เล่นเกมกดดันทูตสหรัฐฯ ผลักมิตรไปเป็นศัตรู รัฐบาลกำหนดวันตีปี๊บผลงานครบ 1 ปี ตอกย้ำสาเหตุที่ต้องเข้ามายึดอำนาจ

ประเด็นการยกร่างรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ในหมวดว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ส.และ ส.ว. ล่าสุดคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดหลักการสำคัญให้ ส.ส.สามารถไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ โดยไม่ต้องขาดจากการเป็น ส.ส. ซึ่งต่างไปจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 และ ปี 50

ย้อนยุคให้ ส.ส.ถ่างขานั่ง รมต.ได้

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาต่อในประเด็นอำนาจหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว. ต่อมา นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. แถลงว่า กรธ.กำหนดหลักการสำคัญไม่ให้ ส.ส.และ ส.ว.ใช้สถานะหรือตำแหน่งไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง เป็นหลักการเดิมที่รัฐธรรมนูญ 2550 วางเอาไว้ แต่ให้ ส.ส.สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ โดยไม่ต้องลาออกจากการเป็น ส.ส. ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 และนิยามของการแทรกแซงนั้น จะครอบคลุมไปถึงการไม่ให้ ส.ส.หรือ ส.ว. เข้าไปก้าวก่ายเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยในร่างรัฐธรรมนูญจะบัญญัติข้อห้ามและบทกำหนดโทษให้ชัดเจนต่อไป ส่วนประเด็นกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว. ยังไม่มีข้อสรุป แต่มีความเห็นว่าให้มาจากกลุ่มสังคม จำนวน 20 กลุ่ม ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นประเภทไหนบ้าง

วิป 3 ฝ่ายลุยถกปฏิรูปทุกสัปดาห์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ได้แก่ รัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปเรื่องวิธีการทำงานของวิป 3 ฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยรัฐบาลมีคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน 6 ด้าน กรรมาธิการของ สปท. 12 ด้าน และกรรมาธิการของ สนช. 16 ด้าน ทุกฝ่ายจะทำงานเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนและช่วยกันขับเคลื่อนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะส่วนภูมิภาคจะเน้นสร้างการรับรู้ให้ประชาชน จะมีการประชุมร่วมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกวันพุธ ซึ่งวันพุธหน้าจะหารือกันเรื่องวาระการปฏิรูป และการจัดวาระการปฏิรูป ในส่วนของรัฐบาลได้ชี้แจงให้ สนช. สปท. ทราบแล้วว่าปฏิรูปเรื่องไหนไปแล้วบ้าง เช่น เรื่องการศึกษา ความมั่นคง กระบวนการยุติธรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นต้น

ปชป.หนุนโมเดลตั้งศาลปราบโกง

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของ พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สปท. ให้จัดตั้งศาลทุจริตช่วยงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเร่งรัดคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบ และเป็นแนวคิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่เสนอให้จัดตั้งศาลฉ้อราษฎร์บังหลวง เนื่องจากปัญหาเลวร้ายที่กัดกร่อนสังคมไทย คือ ปัญหาการทุจริต ดังนั้นการให้อำนาจตุลาการมาถ่วงดุลตัดสินคดีทุจริต ทำให้สังคมมีความหวังกับการจัดการปัญหานี้ นอกจากจะช่วยงาน ป.ป.ช.แล้ว ยังช่วยเร่งรัดตัดสินคดีให้รวดเร็ว มีผลลงโทษเป็นเยี่ยงอย่าง เชื่อว่าจะลดความเสียหายของประเทศชาติลงได้มาก เพราะอำนาจตุลาการเป็นอำนาจที่สังคมเชื่อถือว่าไม่มีทางที่จะทำร้ายคนดี

“บิ๊กตู่” รับมาตรฐาน บพ.ไทยต่ำ

วันเดียวกัน เวลา 05.45 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศฝรั่งเศส ถึงกรณีองค์กรการบินพลเรือนสหรัฐอเมริกา หรือ FAA (Federal Aviation Administration) ประกาศลดระดับมาตรฐานการบินพลเรือนไทย ว่า เรื่องนี้หากขยายความไปเรื่อยจะไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา เราต้องดูในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งได้สั่งการมา 2 วันแล้วหลังจากทราบข่าว โดยให้คณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหาแนวทางแก้ไขอยู่ ต้องยอมรับว่า มาตรฐานของเราไม่ผ่านกติกา เราก็ต้องช่วยกัน ตนพยายามสร้างบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย

บ่นพวกขยายความให้ทะเลาะกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า “ขยายกันอยู่ได้เรื่องโน้นเรื่องนี้ มีแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ เมื่อไหร่จะหลุดพ้นตัวเองกันเสียทีประเทศไทย ทะเลาะกันแล้วเป็นอย่างไร แก้ไขอะไรได้บ้าง เสียเวลาเปล่าทุกเรื่อง แล้วก็บอกว่าทำไม่สำเร็จ ก็เพราะมันไม่ช่วยกัน การขยายความทะเลาะกันต่อไป เขาก็ไม่เชื่อวิธีการแก้ปัญหาของเรา ต่อให้แก้ดีอย่างไร เขาก็ไม่เชื่อ ก็ทะเลาะกันทั้งประเทศ ทะเลาะกันเพียงคนไม่กี่คน สงสารคนอื่นบ้าง สงสารคนไทยคนดีๆ คนที่เขายากจน ยากไร้ ไม่ใช่เอาทุกอย่างเป็นการเมืองไปเสียหมด ทำไมมันจะตายหรืออย่างไร ถ้าไม่ได้เป็นนักการเมือง”

“บิ๊กป้อม” ฟุ้งไม่ตกใจรู้ล่วงหน้าแล้ว

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เมื่อ FAA ประกาศลดระดับประเทศไทยจาก category 1 เป็น category 2 เราต้องดำเนินการแก้ไขต่อไป ไม่ต้องไปตกใจอะไร เราจะแก้ไขปัญหานี้กันอยู่แล้ว โดยทราบมาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีการปรับลดระดับการบินของไทย อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคม คณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ศบ.ปพ.) ของกองทัพอากาศ ร่วมกันหาจุดบกพร่องเพื่อดำเนินการแก้ไข คาดว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการประเมินมาตรฐานการบินในรอบต่อไป ไม่ทราบว่าจะประเมินเมื่อใด คาดว่าในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนคสช.ครั้งต่อไป เราจะรู้ว่าต้องดำเนินการแก้ไขต่อไปอย่างไร

ยังหวัง EASA จะจัดอันดับดีขึ้น

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตอนนี้เราดำเนินการแก้ไขตามกรอบของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป (EASA) หรือเอียซ่า และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) คิดว่าเอียซ่าจะมีการประเมินมาตรฐานการบินครั้งต่อไปประมาณเดือน ก.พ.2559 คาดว่า อาจออกมาดีขึ้น แต่รัฐบาลจะประมาทไม่ได้ ต้องแก้ไขปัญหาอย่างละเอียดรอบคอบ แก้ไขในจุดที่พวกเขาต้องการ เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอให้คืนประชาธิปไตยเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะคาดว่าปีหน้าภาวะเศรษฐกิจจะหนักขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่ได้ดูคลิปดังกล่าว ส่วนประชาธิปไตยเราก็คืนให้อยู่แล้ว และเรื่องเศรษฐกิจ รัฐบาลและคสช.ช่วยกันดูอยู่แล้ว ตนและรัฐบาลช่วยกันทำงานเพื่อวางรากฐานต่อไปในอนาคต ซึ่งนายกฯพยายามชี้แจงทำความเข้าใจกับนานาชาติ เวลาเดินทางไปประชุมต่างประเทศโดยตลอด

“อนุพงษ์” ไม่ตอบโต้คลิป “ทักษิณ”

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้ดูคลิปของนายทักษิณ หากไม่ทำให้เกิดความเสียหายก็ถือเป็นสิ่งที่ดี สามารถกระทำได้ ซึ่งรัฐบาลตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาประเทศชาติ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน ส่วนจะเป็นการจุดประเด็นทางการเมืองหรือไม่นั้น ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ แต่หากไม่ทำให้เกิดความวุ่นวาย ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

รมต.ทยอยรายงานสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางกลับจากประเทศฝรั่งเศส ได้เข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยไม่มีกำหนดงานทั้งในและนอกทำเนียบรัฐบาล ขณะที่มีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทยอยเข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้าตั้งแต่ช่วงเช้า อาทิ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. จนช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้เข้าพบเพื่อรายงานสถานการณ์ด้านความมั่นคง และการรักษาความสงบเรียบร้อย ระหว่างที่นายกฯเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ฝรั่งเศส และเวลา 13.45 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จึงเข้าพบเพื่อรายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งกรณี FAA ประกาศลดระดับมาตรฐานการบินพลเรือนไทย โดยใช้เวลาหารือกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที

เตือนอย่าบ้าจี้ผลักมิตรเป็นศัตรู

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ว่า จะด้วยอารมณ์พาไปหรือด้วยวัตถุประสงค์ใดก็แล้วแต่ อยากให้คำนึงถึงภาพรวมประเทศเอาไว้บ้าง เพราะไทยเรายังต้องพึ่งพาอาศัยอยู่ในโลกใบนี้ร่วมกับคนอื่นเขา เราเคยอาศัยอยู่ในโลกเสรีมานานเกินกว่าจะหันกลับไปใช้วิธีอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯเป็นผู้บริโภครายใหญ่สินค้าไทย เราต้องพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ ล่าสุดมีโอกาสที่ไทยจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) สินค้าที่จะส่งไปขายสหรัฐฯ ซึ่งจะกระทบผู้ส่งออกไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่น่าเสียดายที่สุดคือสำนักงานบริหารการบินของสหรัฐฯ (FAA) ประกาศลดอันดับความปลอดภัยของสายการบินไทย อยากให้เราคิดหรือทำอะไรให้รอบคอบ ไม่ควรใช้อารมณ์ออกมาพูดหรือแสดงความคิดเห็นอวดเก่งหรืออวดดี บางคนถึงขนาดพูดว่าไม่ง้อตลาดอเมริกาแล้ว ไปหาตลาดค้าขายใหม่ก็ได้ อยากจะบอกท่านเหล่านั้นว่า การหาลูกค้าใหม่มันไม่ได้ง่ายอย่างคิด รักษาลูกค้าเก่าและเพื่อนเก่าเอาไว้จะดีกว่า อยากให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบ และกระทรวงการต่างประเทศต้องพิจารณาให้ดี อย่าทำตามกระแสจนทำให้กระทบภาคธุรกิจส่งออก และกระทบเศรษฐกิจในภาพรวม พูดง่ายๆ อย่าบ้าจี้ไปเชิญทูตสหรัฐฯมาพบตามแรงกดดัน โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลให้รอบคอบ

รัฐบาลลั่นต้องปราบโกงให้สิ้นซาก

ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “Transparent THAILAND ประเทศไทยโปร่งใส” ระหว่างวันที่ 8-9 ธ.ค. ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติแจ้งวัฒนะ มีนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นางจุรี วิจิตรวาทการ เลขาธิการมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย ร่วมแถลง โดยนายวิษณุกล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ลงมติให้วันที่ 9 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล และประเทศไทยลงนามทำข้อผูกพันในเงื่อนไขในกิจกรรมต่างๆภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าผลกระทบต่อการคอร์รัปชันเป็นพิษภัยอย่างไร เป็นบ่อเกิดปัญหาของหลายประเทศ การปราบปรามคอร์รัปชันถือเป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลได้ดำเนินการมาตลอด ไม่ว่าจะตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ขึ้นมาปราบปรามการทุจริตโดยเฉพาะ และยังมีแผนปฏิรูปประเทศเพื่อวางรากฐานสู่อนาคต เราต้องตั้งความหวังไว้สูง แม้ไม่เป็นตามที่หวังไว้ แต่จะมีความก้าวหน้าไปมาก

มึนข้อกฎหมายเลือก ปธ.ป.ป.ช.

นายวิษณุยังกล่าวถึงปัญหาการเลือกประธาน ป.ป.ช. หลังมีผู้ท้วงติงว่าไม่สามารถทำได้ขณะนี้ เนื่องจากกรรมการ ป.ป.ช.ใหม่ทั้ง 5 คน ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ว่า คงคิดว่าพอเลือกประธาน ป.ป.ช.เสร็จ จะได้กราบบังคมทูลไปพร้อมกัน ไม่อย่างนั้นต้องกราบบังคมทูลถึง 2 ครั้ง ดังนั้นถ้ากรรมการ ป.ป.ช.ใหม่ 5 คน ร่วมกับกรรมการ ป.ป.ช.เก่า 4 คน ประชุมแล้วนำความกราบบังคมทูลขึ้นไปอีก แต่ถ้าทำบัญชีลอตเดียวไม่รบกวนใต้เบื้องพระยุคลบาท เขาอาจคิดอย่างนั้น แต่ข้อกฎหมายทำได้หรือไม่ตนไม่รู้ ซึ่งวงการอื่นก็มีการทำแบบนี้ อย่างศาลรัฐธรรมนูญ เพราะต้องเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ เลยต้องเลือกประธานก่อนการโปรดเกล้าฯ ส่วน ป.ป.ช.ไม่ต้องมีการถวายสัตย์ปฏิญาณ

“พรเพชร” จ่อทูลเกล้าฯ ป.ป.ช.ใหม่

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.ยังไม่สามารถเรียกประชุมกรรมการ ป.ป.ช. 9 คน เพื่อเลือกประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ได้ เนื่องจากเห็นว่ากรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ 5 คน ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯลงมา ว่า เมื่อ ป.ป.ช.เห็นว่าขณะนี้ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ลงมา จึงไม่สามารถเรียกประชุมเพื่อเลือกประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ได้ เพราะเกรงจะมีปัญหาข้อกฎหมายในอนาคต ดังนั้นตนจึงไม่มีหน้าที่อื่น นอกจากเสนอรายชื่อกรรมการชุดใหม่ 5 คนขึ้นทูลเกล้าฯไปก่อน จากนั้นเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ไปเลือกตัวประธานอีกครั้ง เรื่องนี้มองว่ามีปัญหาเรื่องช่องโหว่ทางกฎหมาย อาจต้องแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต่อไป

กำหนดวันตีปี๊บผลงานครบ 1 ปี

อีกเรื่อง นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. มีการพูดคุยการเตรียมความพร้อมจัดแถลงผลงานรัฐบาล ครบรอบ 1 ปี ระหว่างวันที่ 23-25 ธ.ค. โดยรูปแบบจะจัดเป็นนิทรรศการแสดงผลงาน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นผู้มากล่าวเปิดงานวันแรก จากนั้นเป็นหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีในแต่ละด้าน โดยวันที่ 23 ธ.ค. เป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และนายวิษณุ เครืองาม วันที่ 24 ธ.ค. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตองและ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย และวันที่ 25 ธ.ค. เป็นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมา-ประกร