วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผบ.ทบ.พบ‘บิ๊กตู่’ คุยปมฉาว กดดัน ‘อุดมเดช’

ผบ.ทบ.พบ‘บิ๊กตู่’ คุยปมฉาว กดดัน ‘อุดมเดช’

  • Share:

‘ประยุทธ์’บอกคิดเองได้ ลาออกไม่กระทบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีโยนสื่อไปถาม รมช.กลาโหมเอาเอง เรื่องไขก๊อกแสดงความรับผิดชอบ บอกทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนก่อนเรียก ผบ.ทบ.เข้าพบด่วนที่ทำเนียบฯ ต่อด้วย “บิ๊กต๊อก” รมว.ยธ. ด้าน “บิ๊กป้อม” ย้ำรัฐบาล-กองทัพเป็นเอกภาพ ยัน “บิ๊กโด่ง-บิ๊กหมู” ไม่มีอะไรขัดแย้ง ส่วน ปธ.กก.สอบราชภักดิ์ยันสรุปผลสอบก่อนปีใหม่ ขณะที่ ป.ป.ช.รอจังหวะสอบปมร้อน โฆษก ทบ.กำชับเสนอข่าวอยู่ในกรอบ อย่านำเสนอแบบชี้นำ “วิษณุ” ชี้ยังไม่ต้องมีใครหยุดปฏิบัติหน้าที่จากปมราชภักดิ์ ปัดไม่รู้ขอเงินบริจาค กสทช. 88 ล้านบาท “เต้น” โวยแหลกทหารตามคุกคามไม่เว้นลูกเมีย ขณะที่พนักงานสอบสวนคดี ม.112 เรียกสอบอดีตบิ๊กตำรวจยศ พล.ต.ต. วันที่ 8 ธ.ค.นี้

ปมทุจริตในโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงเป็นประเด็นคลางแคลงใจของคนในสังคม แม้ว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ. ในฐานะประธานมูลนิธิราชภักดิ์ ออกให้สัมภาษณ์ยืนยันการจัดสร้างครั้งนี้โปร่งใส และไม่คิดที่จะลาออกจากตำแหน่งตามที่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.โต้ หลังถูกทหารเชิญตัวไปค่ายทหาร จ.กาญจนบุรี พร้อมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เหตุนัดรวมพลคนไปอุทยานราชภักดิ์ ไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ส่วนคดีหมิ่นเบื้องสูง ล่าสุด ศาลทหารออกหมายจับ พ.ต.ท.ธนบัตร ประเสริฐวิทย์ รอง ผกก.1 บก.ปคม.ร่วมแก๊งสารวัตรเอี๊ยด พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ที่ผูกคอตายระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำชั่วคราวถนนนครไชยศรี เรียกรับผลประโยชน์จากภาคเอกชน ในการทำเสื้อและเข็มกลัดจากกิจกรรมสำคัญที่ผ่านมา และที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนผู้ต้องหาคดีหมิ่น ทั้งนายตำรวจและนายทหารหลายรายที่ถูกออกหมายจับ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามจับกุม

บิ๊กตู่โยนถามโด่งเรื่องไขก๊อก

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 05.45 น.วันที่ 2 ธ.ค. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบปัญหาการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ ว่า “ต้องไปบอกเขาสิ ทุกอย่างต้องว่าไปตามขั้นตอน เขาคิดเป็นแต่บางคนคิดไม่เป็น กฎหมายยังไม่รับเลย อันนี้เขาคิดเองได้ ให้เขาตรวจสอบ ผมไม่ได้ไปห้ามสักอัน การตรวจสอบมีขั้นมีตอน แล้วไปเปรียบเทียบกับอีกคดี คดีนั้นมีขั้นตอนหรือไม่ เมื่อมีขั้นตอนแล้วทำไมไม่ให้เรื่องนี้มีขั้นตอนบ้าง” เมื่อถามว่า แสดงว่าควรรอให้ผลสอบออกมาก่อน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า แล้วแต่เขา มันอยู่ที่การพิจารณาของเขา

ย้อนสื่อออกแล้วกระทบอะไร

เมื่อถามว่า หาก พล.อ.อุดมเดชลาออกจะกระทบรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า กระทบอะไรล่ะ เมื่อถามย้ำว่าดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจ้องจะเขย่า คสช. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า แล้วสื่อจะไปเขย่าให้เขาทำไม ไม่มีปัญหา คสช. มีกองทัพ 4 กองทัพพอหรือไม่ เมื่อถามว่าไปต่างประเทศติดตามสถานการณ์ในเมืองไทยตลอด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าไม่ทราบการเคลื่อนไหวในประเทศจะเป็นนายกฯได้อย่างไร ถามแบบนี้โมโหได้ไหม แต่ไม่ได้โมโหนะ

ผบ.ทบ.เข้าพบด่วนที่ทำเนียบ

มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เดินทางกลับจากฝรั่งเศส เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้าทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ จากนั้นเวลา 10.20 น. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. เดินทางเข้าพบนายกฯเป็นการด่วน โดยไม่มีกำหนดการล่วงหน้า ใช้เวลาหารือประมาณ 25 นาที ก่อนที่ พล.อ.ธีรชัยเดินทางกลับออกจากทำเนียบฯไปอย่างเร่งรีบ ไม่ได้สัมภาษณ์ใดๆ เป็นที่น่าสังเกตว่าการเข้าพบครั้งนี้ท่ามกลางกระแสข่าวกดดันให้รัฐบาล และ คสช. รับผิดชอบโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ โดยเฉพาะให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง

“ป้อม” ชี้ ไม่ใช่เวลามาเคลื่อนไหว

วันเดียวกัน ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงแกนนำมวลชนที่พยายามออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ ว่า รัฐบาลพูดคุยไปแล้ว ทุกคนเข้าใจอธิบายไปหมดแล้วว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะออกมาเคลื่อนไหว ขอเวลาให้รัฐบาลและคสช.ทำงานก่อน ใครออกมาตอนนี้เหมือนเป็นคนที่ทำให้หนทางไม่เรียบร้อย เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาล และ คสช. ขอฝากสื่อมวลชนให้ช่วย คสช.และรัฐบาลด้วย หากรัฐบาลทำงานเสร็จเรียบร้อย พวกคุณจะสู้กันอย่างไรในทางการเมืองก็สู้กันไปเลย จะทำอะไรก็ทำไป

ยัน รมช.กห.–ผบ.ทบ.ไม่ได้ขัดแย้ง

เมื่อถามว่า รัฐบาลและ คสช. รวมทั้งกองทัพ ยังคงมีความเป็นเอกภาพหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ความสัมพันธ์ยังดี ไม่มีใครโกรธใคร ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.อุดมเดช กับ พล.อ.ธีรชัยนั้น คิดว่าไม่มีอะไร ทั้ง 2 คนไม่ได้ขัดแย้งกัน เพราะเขาทำงานจนเกษียณแล้วคงไม่โกรธเคืองอะไรกันหรอก ทั้ง 2 คนเป็นลูกน้องตนมาก่อน และก็รักทั้งคู่ แต่การทำงานอาจมีบางอย่างที่คิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามนโยบายของนายกฯ ตอนนี้ประเทศกำลังเดินไปในทิศทางที่ดี

ตอกสื่อเขียนเองเออเอง

เมื่อถามว่า ได้ให้กำลังใจ พล.อ.อุดมเดชหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจ เขาก็รู้ว่าเป็นอย่างไร สามารถตัดสินใจเองได้ ท่านให้กำลังใจตนเองได้ คิดว่าหนังสือพิมพ์ชอบไปพาดหัวข่าว เขียนเองเออเองทั้งนั้น เมื่อถามว่าหาก พล.อ.อุดมเดช ลาออกจะมีผลกระทบรัฐบาลและคสช.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เป็นไร นายกฯท่านรู้อยู่แล้ว ตอบอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น

ก่อนสิ้นปีรู้ผลสอบราชภักดิ์

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินโครงการอุทยานราชภักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยความโปร่งใส และให้ความยุติธรรมกับทุกคน โดยเริ่มทยอยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลแล้ว ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้คงไม่ทำงานกันข้ามปี โดยจะสอบสวนให้เรียบร้อยก่อนสิ้นปีนี้ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯได้เชิญ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร มาสอบถามข้อมูลรายละเอียดในการดำเนินการแล้ว และเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ได้เชิญ พล.ต.ชูชาติ สุกใส เจ้ากรมการเงินทหารบก มาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลขเส้นทางการเงิน ของโครงการอุทยานราชภักดิ์แล้วเช่นกัน

บิ๊กต๊อก หารือบิ๊กตู่ มีบิ๊กป้อมร่วมวง

ต่อมาเวลา 15.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เข้าหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีร่วมด้วย จากนั้น เวลา 15.50 น. พล.อ.ไพบูลย์ ได้ออกจากทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ พล.อ.ประวิตรอยู่หารือต่อเป็นการส่วนตัว ก่อนเดินทางออกจากตึกไทยคู่ฟ้าในเวลา 16.10 น.จากนั้นเวลา 17.00 น. นายกฯเดินทางออกจากทำเนียบฯ

นายกฯให้ว่ากันไปตามหน้าที่

พล.อ.ไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สอบถามถึงความคืบหน้าการตรวจ สอบการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ ในฐานะที่ตนเป็นประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้รายงานว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปตรวจสอบตามปกติ ตอนนี้เป็นเรื่องของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะดำเนินการต่อเมื่อ สตง. และ ป.ป.ท. มีเรื่องต้องส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ ทั้งนี้นายกฯ ไม่ได้กำชับอะไรพิเศษ ให้ว่าไปตามหน้าที่ ให้ทุกหน่วยงานทำไปตามปกติในเมื่อเป็นเรื่องต้อง ทำ ไม่มีอะไรที่หนักใจ และขณะนี้ก็ยังไม่มีการรายงานผลสอบมายัง ศอตช. เพราะต้องรอให้ทางกองทัพทยอยส่งเรื่องมาก่อน และตนไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าต้องสอบแล้วเสร็จเมื่อไร อีกทั้งไม่จำเป็นต้องรอผลสอบของกระทรวงกลาโหมด้วย เพราะถือเป็นคนละส่วน แต่ให้นโยบายไปว่า หากสอบไป 1 เดือนแล้วน่าจะมีการออกมาบ้าง เพื่อให้รู้ว่ามีความคืบหน้าการตรวจสอบว่าไปถึงขึ้นไหนแล้ว

วินธัย ขอสื่ออย่านำเสนอชี้นำ

วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ.กล่าวว่า กองทัพบกยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินโครงการอุทยานราชภักดิ์ และพร้อมสนับสนุนกระบวนการไขข้อสงสัยของสังคม หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการประสานในเรื่องของข้อมูลมาได้ตามช่องทางราชการ เพื่อให้กระบวนการคลี่คลายข้อสงสัยเปิดกว้างมากขึ้น สำหรับบางหน่วยงาน ขอบเขตตามกฎหมายอาจไม่ครอบคลุมถึง อาจประสานขอมาได้ตามความเหมาะสม ช่วงนี้อยากขอความร่วมมือการนำเสนอข้อมูล ควรอยู่ในกรอบแบบธรรม-เนียมมารยาทที่เหมาะสม ไม่อยากให้นำเสนอข้อมูลลักษณะเป็นการชี้นำความรู้สึก ควรใช้สติรับฟังข้อมูลอย่างมีเหตุผลรอบด้าน เชื่อว่าใช้เวลาสักระยะข้อสงสัยจะได้รับการคลี่คลายแน่นอน

วิษณุ ไม่รู้เงินบริจาค กสทช. 88 ล.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักข่าวอิศรา เปิดเผยเอกสารกองทัพประสานขอสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างโครงการราชภักดิ์ ต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) 88 ล้านบาท ว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ สมมติถ้า กสทช.สบทบเข้ามาเป็นเงินบริจาคจริง ก็ไม่รู้ระบบบัญชีเขาจัดอย่างไร หรือถ้ามีอะไรไม่ชอบ มาพากลมันจะไปอยู่ในส่วนไหน เรื่องนี้นำไปเทียบเคียงกับคดีรับจำนำข้าวไม่ได้ เพราะตรงนั้นไม่มีเงินอื่นมาเจือปน แต่เรื่องนี้ซับซ้อน อยากให้มีการชี้แจงว่าส่วนใหญ่เป็นเงินส่วนอะไรบ้าง ความบกพร่องเกิดขึ้นส่วนไหน เชื่อว่าในไม่ช้าจะมีการชี้แจง เขากำลัง ตรวจสอบกันอยู่ คนตรวจก็คงงงขอเวลาให้เขาหน่อย ตนเห็นใจ แต่สุดท้ายจะผิดหรือไม่ผิดต้องมีคำตอบให้กับผู้สงสัย

ยังไม่ถึงขั้นให้ใครหยุดปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามว่าการเบิกจ่ายเงินมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ต้องแจ้งบัญชีกับสำนักรัฐมนตรีหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ต้อง มูลนิธิฯเมื่อจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย หากมีอะไรผิดหรือไม่ชอบมาพากล มีวิธีจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเงินใคร เงินบริษัท หรือแม้แต่เงินตน ถ้าพบว่าผิดปกติไม่รอดอยู่แล้ว เพียงแต่ใครจะเป็นเจ้าทุกข์ ร้องในข้อหาอะไรเท่านั้น ปล่อยให้เขาสอบไปสักระยะ เรื่องนี้ยังไม่ถึงขั้นมีใครต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะยังไม่มีการกล่าวหาใครแม้แต่คนเดียว จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ต่อเมื่อพอมีมูล เชื่อว่าเมื่อตรวจสอบแล้วคงมีอะไรออกมา

ปปช.รอผลสอบสรุปเรื่องก่อน

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีกองทัพบกประสานขอสนับสนุนงบ 88 ล้านบาท ก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ไปยัง กสทช. ว่า ยังไม่มีข้อมูลตรงนี้ ปกติการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณเป็นหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งลงไปตรวจสอบแล้วว่ามีงบอะไรบ้างที่เอาไปใช้ในครั้งนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับเรื่องมาดำเนินการ ต้องรอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สตง. กองบังคับการปราบปราม และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงกลาโหมสรุปก่อน หรืออีกกรณีมีผู้มาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ยืนยัน ป.ป.ช.ไม่ได้นิ่งเฉย ได้ดำเนินการในลักษณะสืบสวนเชื่อว่าทั้งรัฐบาลและหน่วยงานที่มีหน้าตรวจสอบ จะทำเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็ว เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายมองว่า ป.ป.ช.ไม่กล้าตรวจสอบกองทัพ นายสรรเสริญกล่าวว่า ไม่ เลย ทุกเรื่องที่ทำต้องมีหลักเกณฑ์ หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อถามว่าหาก 3 หน่วยงานสรุปว่ามีทหารเข้าข่าย ป.ป.ช.ก็ฟันไม่เลี้ยงใช่หรือไม่ นายสรรเสริญกล่าวว่า ทำตามหน้าที่แน่ แต่ถ้า 3 หน่วยงานสรุปว่าไม่มีความผิด ถือว่าจบในส่วนนั้น แต่ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมมาที่ ป.ป.ช. ก็สามารถดำเนินการได้

เต้น โวยทหารคุกคามยันลูก

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา มีทหารในเครื่องแบบขับรถฮัมวี่มาถ่ายรูปที่บ้านทุกวัน แม้หลังได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านก็ยังมีการคุกคาม ยกระดับการใช้อำนาจมากขึ้น เห็นชัดว่า วางแผนมาอย่างดี ตลอด 24 ชั่วโมงหน้าบ้านตน มีรถหลายยี่ห้อจอดสลับกันคันละ 6 ชั่วโมง ในรถมีชายฉกรรจ์ไม่แต่งเครื่องแบบ 2 คนนั่งประจำการ ทุกคนที่เข้าออกบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ลูกๆ จะถูกคนกลุ่มนี้มาถ่ายรูปอย่างเปิดเผย ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (2 ธ.ค.) ภรรยานั่งรถไปส่งลูกที่โรงเรียนตามปกติ ปรากฏว่ารถคันที่จอดอยู่หน้าบ้านส่งสัญญาณให้รถอีกคันขับตามถ่ายรูปรถคันที่ลูกเมียตนนั่งไปตลอดทาง จนถึงโรงเรียน และไปจอดต่อท้ายตอนที่ลูกตนลงเดินเข้าห้องเรียน จนภรรยาเดินเข้าไปต่อว่า ไล่ให้ออกไป จึงยอมขับรถออกจากโรงเรียน

ลั่น อย่านึกว่าจะกลัว

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ไม่อยากเชื่อว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยผู้มีอำนาจ เกิดขึ้นกับตนต่อเนื่องลามไปถึงครอบครัว แต่ไม่มีวันได้ความหวาดกลัวจากครอบครัวตน จะต่อสู้โดยสันติวิธีอย่างถึงที่สุดกับการคุกคามที่น่ารังเกียจเช่นนี้ ปฏิบัติการนี้ทุ่มเททรัพยากรไม่น้อย ใช้รถยนต์ไม่ต่ำกว่า 6 คัน มอเตอร์ไซค์เคลื่อนที่เร็ว 2 คัน กำลังไม่ต่ำกว่า 12 คน นี่ไม่ใช่การเมือง ไม่ใช่เกมใต้ดิน แต่เป็นเรื่องที่ผู้ชายคนหนึ่งจะปกป้องลูกเมียและคนในครอบครัว อย่านึกว่าใครจะกลัวอำนาจแบบนี้ทั้งหมด แค่เรียกร้องความจริงเรื่องอุทยานราชภักดิ์ ต้องเผชิญการคุกคามถึงขนาดนี้ ก็ให้สังคมรับทราบไว้

นปช.ขอนายกฯสั่งเลิกคุกคาม

นพ.เหวง โตจิรากการ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า วันที่ 3 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ตนและนางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. จะไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพหยุดคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน กรณีล่าสุดส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามความเคลื่อนไหวของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ที่หน้าบ้านพัก โดยเฉพาะการส่งคนติดตามภริยาของนายณัฐวุฒิไปตลอดทางระหว่างที่นั่งรถส่งลูกไปโรงเรียน ถือเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลขั้นร้ายแรง ขอให้สั่งการยุติการกระทำดังกล่าว พร้อมกับตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนผู้ที่ออกคำสั่ง และนำตัวมาลงโทษด้วย

นัดแต่งแดงไปราชภักดิ์ 6 ธ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงในโลกโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีการเผยแพร่ข้อความเชิญชวนของเรืออากาศตรีชนินทร์ คล้ายคลึง อดีตนายทหารอากาศ ผู้ต้องหาหนีคดี ม.112 ที่โพสต์ข้อความนัดหมายแนวร่วม ให้พร้อมใจเดินทางไปเที่ยวอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 6 ธ.ค. ทั้งนี้ หนึ่งผู้ต้องหาคดีสำคัญที่หลบหนีออกนอกประเทศ ระบุว่า “ให้สวมเสื้อสีแดง แต่ต้องไม่มีสัญลักษณ์ทางการเมือง ไปใคร ไปมัน เดินให้ทั่ว จากนั้นให้ถ่ายภาพเซลฟี่ ลงเฟซบุ๊ก ถ้าเจอกันยิ้มทักทายกันคุยกัน ตกเย็นเฮฮา จบปฏิบัติการเกรียนๆ” สำหรับการนัดหมายครั้งนี้ เป็นหนึ่งในหลายๆครั้ง ที่เรืออากาศตรีชนินทร์ เชิญชวนผู้เห็นต่างกับรัฐบาลผ่าน ทางโลกออนไลน์เพื่อแสดงสัญลักษณ์ และส่งผลให้มี ผู้หลงเชื่อ ถูกจับกุมดำเนินคดีความมั่นคงไปแล้วหลายราย

รอคำสั่งเชือดรอง ผกก.แก๊งเอี๊ยด

ส่วนความคืบหน้าในคดีแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกตร.กล่าวว่า หลังศาลทหารอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ธนบัตร ประเสริฐวิทย์ รอง ผกก.1 บก.ปคม.โดยพนักงานสอบสวนมีหลักฐานว่า ได้ร่วมกระทำความผิดกับ พ.ต.ต. ปรากรม วารุณประภา หรือ สารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาในคดีนี้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์จากการจ้างทำของที่ระลึก ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ธนบัตรมาช่วยราชการคาดว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาว่าจะให้พักราชการหรือออกราชการไว้ก่อนหรือไม่

ตร.–ทหารแก๊งหมิ่น เผ่นนอก ปท.

พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวต่อว่า จากข้อมูลการสืบสวนทราบว่า นอกจากนายคชาชาต บุญดี อดีตนายทหารฝ่ายเสนาธิการ กองทัพภาคที่ 3 ที่หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ผู้ต้องหาในคดีนี้ที่เป็นตำรวจทั้ง พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร และ พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา รวมถึงทหาร คือ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ ที่ถูกออกหมายจับก่อนหน้านี้คาดว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ทั้งนี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ได้ส่งชุดสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวและจับกุมผู้ต้องหาแล้ว ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการออกหมายจับ พล.ต.ต.รายหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับคดีติดตั้งเสาสัญญานวิทยุบนอาคารใบหยก 2 สอดคล้องกับข้อมูลที่ทราบมาเช่นกันว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนเช่นเดียวกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้รายอื่นๆ ส่วนกรณี พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส. และ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. มีคำสั่งช่วยราชการนั้น ได้มารายงานตัวกับ ศปก.ตร.แล้ว แต่ยังบอกไม่ได้ว่าทั้งสองท่านจะกลับไปดำรงตำแหน่งเดิมหรือไม่

เรียกอดีตบิ๊ก ตร.พบ พงส.8 ธ.ค.

ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์นี้จะสรุปสำนวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้อัยการศาลทหารกรุงเทพเพิ่มอีก 4 สำนวน โดยมีนายสุริยัน หรือหมอหยอง สุจริตพลวงศ์ กับพวกเป็นผู้ต้องหาจากเดิมส่งไปแล้ว 6 สำนวน ส่วนสำนวนคดีที่เหลือ ล่าช้าติดในเรื่องพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อให้เกิดความรอบคอบ หากพบข้อมูลโยงใยบุคคลใดจะดำเนินคดีเพิ่มเติม ส่วนในวันที่ 8 ธ.ค.พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกอดีตนายตำรวจ ยศ พล.ต.ต.เข้าพบพนักงานสอบสวน ส่วนจะแจ้งข้อหาหรือไม่นั้นต้องรอผลการสอบสวนอีกครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้