วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซูจีหารือ 2 บิ๊กเมียนมา ไม่แตะแก้รัฐธรรมนูญ

ซูจีหารือ 2 บิ๊กเมียนมา ไม่แตะแก้รัฐธรรมนูญ

  • Share:

อองซาน ซูจี จับมือทักทายประธานาธิบดีเต็ง เส่ง (ภาพ: AP)

บรรยากาศการเมืองเมียนมายังคงเข้มข้น คล้อยหลังการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ครองเสียงข้างมากในรัฐสภาเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ และขั้นตอนต่อไปคือกระบวนการเสนอชื่อประธานาธิบดีคนใหม่โดยสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และโควตาทหารในสภา ก่อนจะมีการลงคะแนนโหวตกันในต้นปีหน้า ซึ่งยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าผลสรุปจะออกมาเช่นไร

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี ได้เข้าหารือเป็นการส่วนตัวกับนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมา ตามด้วยการเข้าพบ พล.อ.มินห์ อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา ที่กรุงเนปิดอว์ ใช้เวลาพบปะกันคนละประมาณ 45 นาที ซึ่งต่อมานายเย ตุต รมว.สารนิเทศเมียนมา ได้เปิดเผยว่า การหารือเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยประเด็นหลักคือเรื่องการโอนถ่ายอำนาจจากกองทัพไปสู่รัฐบาลพลเรือนให้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย เนื่องจากเมียนมายังไม่เคยมีธรรมเนียมการโอนถ่ายอำนาจให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2491

พล.อ.มินห์ อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา (ภาพ: AP)

นอกจากนี้ นายเย ตุต ยังกล่าวว่า ในการหารือดังกล่าว นางซูจีมิได้ยกประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ที่จะเปิดช่องทางให้ตัวเองเป็นประธานาธิบดีขึ้นมาพูดคุยแต่อย่างใด เช่นเดียวกับเรื่องที่ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของเมียนมาก็มิได้พูดถึง ซึ่งนายเย ตุต ยังตอบโต้กระแสข่าวลือที่ว่าแนวทางการปฏิรูปครั้งนี้ มี พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย อดีตผู้นำเผด็จการรัฐบาลทหารเมียนมา เป็นผู้ดูแลจัดการอยู่เบื้องหลัง โดยกล่าวว่า พล.อ.ตาน ฉ่วย เกษียณไปแล้วจริงๆ ไม่ได้มีส่วนมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทั้งนี้ มาตรา 59 เอฟของรัฐธรรมนูญเมียนมา ได้กำหนดไว้ว่าห้ามผู้ที่สมรสหรือมีบุตรกับชาวต่างชาติขึ้นเป็นผู้นำ ซึ่งก็หมายถึงนางซูจี

วันเดียวกัน นายสกอต มาซีล รอง รมช.ต่างประเทศสหรัฐฯ และอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำอินโดนีเซีย ที่ได้รับการเสนอชื่อจากนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำเมียนมาคนต่อไป กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯน่าจะยังคงมาตรการคว่ำบาตรเมียนมาต่อไปตามเดิม แต่ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีการผ่อนคลาย หากเมียนมามีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดและตรงตามเป้าที่สหรัฐฯคาดหวังไว้ เพราะระบบคว่ำบาตรของสหรัฐฯมีความเป็นพลวัตอยู่ในตัว คือมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้