วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โจรงัดร้านกาแฟย่านลำลูกกา ฉกสร้อยคอทองคำ-เงินสด กว่า 3 แสน ลอยนวล

โจรงัดร้านกาแฟย่านลำลูกกา ฉกสร้อยคอทองคำ-เงินสด กว่า 3 แสน ลอยนวล

  • Share:

หัวขโมยที่ปทุมธานีเย้ยตำรวจ อาละวาดงัดร้านกาแฟ ฉกสร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง และอาวุธปืน รวมมูลค่ากว่า 250,000 บาท ก่อนหลบหนีไปอย่างลอยนวล ขณะเถ้าแก่ร้านกาแฟโอดสุดเสียดาย "พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่" วอนจนท.เร่งติดตามคนร้าย

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 2 ธ.ค. 58 ร.ต.ท.ณัฏฐ์ ครุฑนุ้ย พงส.สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายงัดร้านกาแฟ ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ เหตุเกิดบริเวณร้านกาแฟคอฟฟี่โรด เลขที่ 106/2 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.ปรากฏ นาคใหญ่ สว.สส.สภ.คูคต และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 3 ชั้นครึ่ง ปลูกติดกันเป็นแถว โดยที่บริเวณด้านหลังมีบานเกล็ดถูกถอดออก และที่ติดลูกกรงเหล็ก ถูกงัดจนเป็นรูโหว่ และที่บริเวณเคาน์เตอร์ ภายในร้านถูกรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย โดยมีกระเป๋าสะพายหายไป ภายในมีสร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท 1 เส้น สร้อยคอทองคำ 2 บาทอีก 1 เส้น พระเลี่ยมทอง 2 องค์ เลี่ยมเงิน 2 องค์ และอาวุธปืนยี่ห้อเอสทีไอ สีดำ ขนาด .45 มม. 1 กระบอก และเงินในเคาน์เตอร์อีกจำนวนหนึ่ง

เจ้าของร้านกาแฟ ชี้ให้ดูร่องรอยโจรแสบงัดร้าน ฉกสร้อยคอทองคำ-เงินสด สูญกว่า 3 แสน หนีลอยนวล

จากการสอบสวน นายเริงศักดิ์ แสงพิทักษ์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ออกไปทำธุระกับแฟนสาวตอนบ่ายโมงครึ่ง โดยลืมเอากระเป๋าสะพายที่ใส่ปืน สร้อยคอทองคำไว้ที่ร้าน จนกระทั่งเวลาประมาณบ่ายสามโมงครึ่ง ได้กลับเข้ามาที่ร้านและเปิดร้านขายของตามเดิม แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าบานเกล็ดด้านหลังร้านถูกงัดออก และพบว่าลูกกรงถูกงัดจนเป็นรูโหว่ และที่เคาน์เตอร์มีร่องรอยการรื้อค้น จากนั้นจึงเดินไปหากระเป๋าสะพายที่วางไว้ด้านหลังก็ไม่พบ แสดงว่าคนร้ายเอาไปด้วย ซึ่งทรัพย์สินภายในมีมูลค่ากว่า 250,000 บาท แต่ที่ตนเสียดายมากที่สุดก็คือพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ซุ่มกอ สมเด็จวัดปากน้ำ ที่ตอนนี้พระราคาแพงจนไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ เพราะตนรักพระมาก จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวคนร้ายและติดตามสิ่งของทั้งหมดคืนมา ซึ่งบริเวณนี้มีคนร้ายงัดเข้าบ้านและร้านค้าอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่มีใครอยากแจ้งความเพราะแจ้งไปแล้วก็ไม่ได้อะไร เสียเวลาเปล่า ซึ่งร้านตนก็เคยโดนมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อ 6 ปีก่อน แต่ครั้งนั้นไม่ได้อะไรไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับประวัติอาชญากร ซึ่งขณะนี้ได้ประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจดูกล้องวงจรปิด โดยรอบที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อใช้หาเบาะแสของคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้