วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
FB พ่นพิษ! ดีเจหนุ่มแจ้งความ สาวชวนไปอึ๊บ-ก่อนโพสต์แฉบทสนทนา

FB พ่นพิษ! ดีเจหนุ่มแจ้งความ สาวชวนไปอึ๊บ-ก่อนโพสต์แฉบทสนทนา

  • Share:

ดีเจชื่อดังเมืองตรัง เข้าแจ้งความหลังมีสาวส่งบทสนทนาในเฟซบุ๊ก เหมือนต้องการให้เสียชื่อเสียง เผยพบความผิดปกติ มีการส่งข้อความเชิญชวนไปมีความสัมพันธ์ที่โรงแรม จึงแกล้งส่งข้อความให้อีกฝ่ายถ่ายภาพเปลือยมาให้ดูก่อนจะบล็อกเฟซไปแล้ว...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 ธ.ค.58 ที่ สภ.เมืองตรัง นายอรุณ ลายดี หรือดีเจดุ่ย พิธีกรและนักจัดรายการชื่อดังของ จ.ตรัง เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.โอภาศ ไชยบุญ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองตรัง ว่าถูกบุคคลแอบอ้าง ส่งภาพที่เป็นบทสนทนาในเชิงชู้สาว ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงได้เข้าแจ้งความไว้เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายอรุณ หรือดีเจดุ่ย กล่าวว่า เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อนหน้านี้ มีบุคคลใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า ‘วรวรรณ’ ได้เข้ามาเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก และได้มีการพูดคุยกันในกล่องข้อความ โดยในเบื้องต้น ผู้ใช้ชื่อว่า ‘วรวรรณ’ ได้ทำทีมาพูดคุยว่า จะมาเที่ยวที่ จ.ตรัง อยากให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักให้ ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร มีการพูดคุยกันตามปกติ จนวันที่สองก็เริ่มมีข้อความในเชิงชู้สาวเข้ามา โดย ‘วรวรรณ’ อ้างว่าได้เดินทางมาที่จ.ตรังแล้ว และได้พักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จะให้ตนเข้าไปหา ตนจึงขอให้ส่งภาพสถานที่พักไปให้ดู แต่ทาง ‘วรวรรณ’ ก็ไม่ได้ส่งภาพมาให้ กลับพูดในประเด็นอื่นแทน ตนจึงเริ่มเอะใจในความผิดปกติ จึงระมัดระวังการสนทนา

ดีเจดุ่ย กล่าวต่อว่า เมื่อคุยไปได้สักระยะหนึ่ง ทาง ‘วรวรรณ’ ได้ใช้คำพูดที่เชิญชวนให้ตนเข้าไปหาที่โรงแรม และเชิญชวนให้ตนไปมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งตนได้แกล้งส่งข้อความให้อีกฝ่ายถ่ายภาพเปลือยมาให้ดู ก่อนจะคุยไปอีกระยะหนึ่ง จนแน่ใจแล้วว่าผู้ที่ตนกำลังคุยด้วย ไม่ได้เป็นผู้ประสงค์ดี จึงบล็อกเฟซบุ๊กไปนับตั้งแต่วันนั้น และคิดว่าไม่น่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก

ทั้งนี้ ดีเจดุ่ย ผู้แจ้งความระบุว่า จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมรุ่น และคนที่รู้จักหลายคน โทรมาบอกว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ในชื่อ ‘วรวรรณ’ ได้เพิ่มเป็นเพื่อนเข้ามา แล้วส่งบทสนทนาระหว่างตนกับ ‘วรวรรณ’ ไปให้ดู เพื่อจะสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ตน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าบุคคลดังกล่าวจะทำไปเพื่ออะไร เพราะไม่เคยรู้จักกับบุคคลผู้นี้มาก่อน จึงต้องเข้าแจ้งความไว้ เพื่อดำเนินคดีกับคนที่ก่อเรื่องนี้ขึ้น ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนของการตามหาบุคคลที่โพสต์เฟซบุ๊ก ก็ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้