วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผสานเสียง!! 'ลิ่วล้อเพื่อไทย' ออกโรงโวยรัฐ ป้องสิทธิ์พวกพ้อง

ผสานเสียง!! 'ลิ่วล้อเพื่อไทย' ออกโรงโวยรัฐ ป้องสิทธิ์พวกพ้อง

  • Share:

"เต้น" โวยแหลก จนท.คุกคามลูกเมีย เกาะติดถ่ายรูปละเมิดสิทธิส่วนตัว เซ็งถูกจับตาต่อเนื่องตลอด 3 เดือน ส่งรถประกบหน้าบ้านตลอด 24 ชม. ด้าน "สมคิด" แจงประมูลข้าวเสียข้าวเสื่อมรัฐในโกดัง ได้ราคาต่ำ เหตุเพราะ ม.44 ป้องการทำงาน จนท.รัฐ ไม่สนกลุ่มผู้เรียกร้องนิติบุคคล ปิดกั้นการแข่งขันประมูล ขณะที่ "ปึ้ง" ออกตัวป้องทูตมะกัน เหตุวิจารณ์ 112 เตือนรัฐคิดรอบคอบ หากมีแผนเรียกทูตสหรัฐฯ พบ หวั่นกระทบความสัมพันธ์ค้าขาย

"เต้น" โวย จนท.รัฐคุกคามสิทธิ

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.58 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา มีทหารในเครื่องแบบขับรถฮัมวี่มาถ่ายรูปที่บ้านตนทุกวัน แม้หลังได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านเมื่อตอนถูกควบคุมตัว ในกรณีเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ก็ยังมีการคุกคาม ยกระดับการใช้อำนาจมากขึ้น เห็นชัดว่าวางแผนมาอย่างดี ตลอด 24 ชั่วโมง หน้าบ้านตนมีรถหลายยี่ห้อจอดสลับกันคันละ 6 ชั่วโมง ในรถมีชายฉกรรจ์ไม่แต่งเครื่องแบบ 2 คน นั่งประจำการอยู่ ทุกคนที่เข้า-ออกบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ลูกๆ จะถูกคนกลุ่มนี้มาถ่ายรูปอย่างเปิดเผย

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ล่าสุดเช้าวันนี้ (2 ธ.ค.) ภรรยานั่งรถไปส่งลูกที่โรงเรียนตามปกติ ปรากฏว่า รถคันที่จอดอยู่หน้าบ้านได้ส่งสัญญาณให้รถอีกคันขับตามถ่ายรูป รถคันที่ลูกเมียตนนั่งไปตลอดทางจนถึงโรงเรียน และไปจอดต่อท้ายตอนที่ลูกตนลงเดินเข้าห้องเรียน จนภรรยาเดินเข้าไปต่อว่าไล่ให้ออกไป จึงยอมขับรถออกจากโรงเรียนไป ไม่อยากเชื่อว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยผู้มีอำนาจ เกิดขึ้นกับตนอย่างต่อเนื่องจนลามไปถึงครอบครัว แต่ไม่มีวันได้ความหวาดกลัวจากครอบครัวตน จะต่อสู้โดยสันติวิธีอย่างถึงที่สุด กับการคุกคามที่น่ารังเกียจเช่นนี้ ปฏิบัติการนี้ทุ่มเททรัพยากรไม่น้อย ใช้รถยนต์ไม่ต่ำกว่า 6 คัน มอเตอร์ไซค์เคลื่อนที่เร็ว 2 คัน กำลังคนไม่ต่ำกว่า 12 คน นี่ไม่ใช่การเมือง ไม่ใช่เกมใต้ดิน แต่เป็นเรื่องที่ผู้ชายคนหนึ่งจะปกป้องลูกเมีย และคนในครอบครัว อย่านึกว่าใครจะกลัวอำนาจแบบนี้ทั้งหมด แค่เรียกร้องความจริงเรื่องอุทยานราชภักดิ์ ต้องเผชิญการคุกคามถึงขนาดนี้ ก็ให้สังคมรับทราบไว้

"สมคิด" ไม่จบ โวยเรื่องโกงข้าว

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประมูลข้าวเสียข้าวเสื่อมของกรมการค้าต่างประเทศ เมื่อ 1 ธ.ค.58 จำนวน 37,412 ตัน โดยมีผู้เข้าร่วมประมูล 13 ราย ได้ราคาต่ำสุด 5.02 บาท/กก. และสูงสุด 5.41 บาท/กก. ถือว่าเป็นราคาที่ต่ำ สาเหตุคงเพราะกำหนดให้เฉพาะนิติบุคคลภาคอุตสาหกรรม ไม่เปิดกว้างให้นิติบุคคลทั่วไป ซึ่งจะมีการแข่งขันกันมากกว่านี้ เหตุหนึ่งคงมาจากการประกาศใช้คำสั่ง ม.44 เพื่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้ไม่สนใจกลุ่มคนเรียกร้อง อย่างสมาคมเซอร์เวย์เยอร์และเจ้าของโกดังกลาง ที่เขาร้องว่าข้าวไม่ได้เสื่อม

"ผมไม่ได้ขัดขวางการประมูลขายข้าว แต่ต้องทำให้โปร่งใส ส่วน คุณชุติมา บุญประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ บอกว่าได้ตรวจสอบโกดังข้าวที่เสียไม่ได้คุณภาพ และได้มีการส่งตำรวจดำเนินคดี เมื่อตำรวจทำคดีเสร็จ ก็จึงมีการประมูลขาย นี่คือสิ่งที่ผมนำเสนอตลอดว่าหากมีข้าวหาย ข้าวเสีย ข้าวเสื่อม มันมีคนรับผิดชอบ ขอบคุณที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์พูดเรื่องนี้ แม้จะช้าไปหน่อย" นายสมคิด กล่าว

"ปึ้ง" ป้องทูตมะกัน เตือนรัฐอย่าบ้าจี้ เชิญ "เกล็น เดวีส์" เข้าพบ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาวิพากย์วิจารณ์การทำงานของ นายเกล็น ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และพยายามจะขยายผลออกไปต่างๆ นานาว่า ตอนนี้ถึงขนาดที่จะมีการเสนอให้รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของไทย เรียกตัวทูตสหรัฐฯ ให้ไปพบ จะเป็นด้วยเหตุผลใดก็สุดแล้วแต่ จะด้วยอารมณ์พาไป หรือด้วยวัตถุประสงค์อื่นใดก็สุดแล้วแต่ ก็อยากให้คำนึงถึงภาพโดยรวมของประเทศเอาไว้บ้าง เพราะไทยเรายังต้องพึ่งพาอาศัยอยู่ในโลกใบนี้ร่วมกับคนอื่นเขา เราเคยอาศัยอยู่ในโลกเสรีมานานเกิน กว่าที่จะหันกลับไปใช้วิธีอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ เป็นผู้บริโภครายใหญ่ของสินค้าไทย เราต้องพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ และล่าสุดก็มีโอกาสที่ไทยเราจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) ของสินค้าไทยที่จะส่งไปขายในสหรัฐฯ ก็จะทำให้สินค้าส่งออกของไทยมีราคาแพงขึ้น และก็จะกระทบผู้ส่งออกไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และที่น่าเสียดายที่สุดก็คือ สำนักงานบริหารการบินของสหรัฐฯ หรือ FAA ที่ประกาศลดอันดับความปลอดภัยของสายการบินไทย ให้ตกจากอันดับ 1 ไปอยู่ที่อันดับ 2 แล้วเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.58) ดังนั้นก็อยากให้เราคิดหรือทำอะไรให้รอบคอบ ไม่ควรใช้อารมณ์ออกมาพูดหรือแสดงความคิดเห็นอวดเก่งหรืออวดดี เพราะบางคนถึงขนาดออกมาพูดว่า ไม่ง้อตลาดอเมริกาแล้ว ไปหาตลาดค้าขายใหม่ก็ได้ อะไรทำนองนี้ ซึ่งก็

"อยากจะบอกให้ท่านเหล่านั้นทราบว่า การหาลูกค้าใหม่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่ท่านคิดครับ รักษาลูกค้าเก่าและเพื่อนเก่าเอาไว้จะดีกว่า ก็อยากให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบ และกระทรวงการต่างประเทศต้องพิจารณาให้ดี อย่าทำตามกระแสจนทำให้กระทบภาคธุรกิจส่งออก และกระทบเศรษฐกิจในภาพรวม พูดง่ายๆ ว่าอย่าบ้าจี้ไปเชิญทูตสหรัฐฯ มาพบ ตามแรงกดดันที่เกิดขึ้น โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลให้รอบคอบ" นายสุรพงษ์ กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้