วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เร่งเชื่อมโยงตลาดทุนลุ่มน้ำโขง

เร่งเชื่อมโยงตลาดทุนลุ่มน้ำโขง

  • Share:

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานสัมมนา International Capital Markets Conference (CIMC) ที่จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เป็นวันที่ 2 มีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจคือ “อนาคตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และการบูรณาการทางการเงินเอเชีย : ความท้าทายและทางเลือกนโยบาย” โดยนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการสมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า กลุ่ม GMS มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากและตลาดทุนในภูมิภาคกำลังเชื่อมต่อกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยกลุ่ม GMS ต้องยึดมั่นในการเข้าสู่ตลาดที่เป็นระบบ บูรณาการ และให้เวลากับการพัฒนามาตรฐานและการดำเนินการตามข้อตกลง โดยตลาดทุนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โดย GMS เป็นเพื่อนบ้านที่ดีของไทยและเป็นหัวใจของอาเซียน เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนพร้อมกับทำความเข้าใจกับความกังวลต่างๆของผู้ลงทุน เพราะอาเซียนลงทุนในอาเซียนมากกว่าประเทศจากภูมิภาคอื่น การเพิ่มการค้าภายในภูมิภาคจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่ประเทศในภูมิภาคนี้ต้องการเงินทุนเพื่อพัฒนาอีกมาก

ด้านนายระพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ตลาดทุนในอาเซียนต้องมีการเชื่อมโยงและโปรโมตร่วมกันมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ได้ทำงานร่วมกัน เช่น การจัดทำอันดับบริษัทในอาเซียนที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี ซึ่งปรากฏว่าบริษัทไทยติดอันดับสูงสุด 50 อันดับแรกถึง 23 บริษัท ทำให้คนเห็นว่าธุรกิจไทยเป็นผู้นำที่ดีในด้านนี้ นอกจากนี้ ไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ ยังได้ทำงานร่วมกันจนอนุมัติให้หน่วยลงทุนของกองทุนสามารถนำออกมาขายข้ามประเทศได้ ซึ่งขณะนี้มี 12 กองทุนอยู่ในกระบวนการ และจะมีฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนามเข้ามาร่วม นอกจากนี้เรายังมีกระดานอาเซียนลิงก์ ที่ให้ผู้ลงทุนแต่ละประเทศซื้อขายหุ้นในกระดานอาเซียนลิงก์ได้

ขณะที่นาย Christopher Ryan กรรมการผู้จัดการภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก MSCI กล่าวในหัวข้อ “อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง GMS และประเทศใกล้เคียง : มุมมองจากตลาดโลก” ว่า กลุ่มประเทศ GMS ยังเป็นตลาดที่มีขนาดเล็กมาก แต่มีการพัฒนารวดเร็ว โดยปัจจัยที่นักลงทุนต้องการเห็นจากประเทศที่เขาจะไปลงทุนคือการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งช่องทางการเข้าสู่ตลาด การสามารถ ส่งรายได้กลับประเทศได้ และความเชื่อมั่นในสถานการณ์การลงทุนและระบบที่มีมาตรฐานที่อำนวยความสะดวกให้นักลงทุนได้ หากประเทศใดมีปัจจัยเหล่านี้ก็จะดึงดูดเงินทุนให้ไหลเข้าได้ ส่วนไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีความคล่องตัวในการไหลเข้า-ออกของเงินลงทุนจึงสามารถดึงดูดนักลงทุนได้มาก.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้