วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ห้าม'ปู'ลงเลือกตั้ง5ปี แผนเด็ด'มีชัย'

ห้าม'ปู'ลงเลือกตั้ง5ปี แผนเด็ด'มีชัย'

  • Share:

บ้านเลขที่109-111 รอดตัวไม่เข้าข่าย

“มีชัย” แจกแจงขยายความกฎเหล็ก 17 ข้อ คุณสมบัติต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ชี้ชัดปมทุจริตมีเงื่อนไขหนัก-เบาส่งผลต่อระยะเวลาลงโทษแบน หากร้ายแรงสาหัสตัดสิทธิตลอดชีพ เตรียมเขียนราย ละเอียดใส่ในกฎหมายลูก ระบุสมาชิกบ้านเลขที่ 109-111 ไม่เข้าข่ายต้องห้ามตามกฎเหล็ก เพราะพ้นโทษแล้ว ขณะที่ “ยิ่งลักษณ์” ไม่รอด หมดสิทธิ์เล่นการเมือง 5 ปี หลังถูก สนช.ถอดถอน เข้าเงื่อนไขอยู่ระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรธ.เผยเจตนาดีไซน์ รธน.ล้างบางคนทุจริตคดโกง พร้อมยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส.-ส.ว.ทำความผิดเกี่ยวพันปมทุจริตทุกกรณี รื้อระบบประชุมสภาเปิดโอเพ่นตั้งกระทู้ถามกันได้ทั้งปี “บิ๊กตู่” ร่วมแสดงความเสียใจเหตุก่อการร้ายปารีส โชว์วิชั่นลดโลกร้อนเวทีโลก ยกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวง นำพาประเทศไทยพัฒนาแบบยั่งยืนกว่า 5 ศตวรรษ “ยิ่งลักษณ์” ปลูกผักแก้กลุ้มคดีรุมเร้า “บุญทรง” ฉะยับ “แก้วสรร” หลับหูหลับตาเชลียร์กองทัพ หลังตกขบวน คสช.ไม่เหลียวแล ต้องออกมาโหนกระแสถล่มโครงการจำนำข้าว

สืบเนื่องจากกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) วางกฎเหล็ก 17 ข้อ เกี่ยวกับคุณสมบัติต้องห้ามการลงสมัครรับเลือกตั้ง ยังมีการขยายความเพิ่มเติมถึงเงื่อนเวลาในการต้องห้าม ล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ชี้แจงว่าบุคคลที่กระทำความผิดทุจริตร้ายแรงจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองห้ามลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอนไปแล้วนั้น เบื้องต้นจะถูกตัดสิทธิลงสมัครเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี

“มีชัย” ชี้ทุจริตร้ายแรงตัดสิทธิตลอดชีพ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธาน พิจารณาหมวดรัฐสภา นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงการกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งว่า เราแบ่งการทำความผิดที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้ 2 ระดับ ระดับแรก คือ การทำผิดระหว่างการเลือกตั้ง เป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้ใบเหลือง ใบแดง ถ้าเป็นใบเหลืองก็จะทำการ เลือกตั้งใหม่ แต่ถ้าเป็นใบแดง จะต้องมาพิจารณาว่าความผิดรุนแรงหรือไม่ โทษก็จะแบ่งไปตามฐาน ตรงส่วนนี้จะบัญญัติไว้ในกฎหมายลูกว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร ส่วนอีกระดับคือ การทุจริตต่อการเลือกตั้งที่รุนแรง ต้องถูกฟ้องทางอาญาด้วย หาก กกต.ไปฟ้องศาลแล้วศาลมีคำพิพากษาว่าผิดจริง คนนั้นก็จะถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง และตัดสิทธิการลงคะแนนเลือกตั้งด้วย เช่น หาก กกต.พบความผิดฐานซื้อเสียง ก็แจกใบแดงตัดสิทธิผู้สมัคร แล้วฟ้องศาลเป็นคดีอาญา ถ้าศาลชี้ว่าผิด ผู้สมัครคนนั้นก็กลับมาไม่ได้อีก ส่วนกรณีบ้านเลขที่ 109 และ 111 นั้นไม่เข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามตามเนื้อหานี้ เพราะโทษที่พวกเขาได้รับคือถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง ทำให้ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ 5 ปีไปแล้ว และโทษพวกเขาตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาก็ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว

มีชัย ฤชุพันธุ์
“ปู” หมดสิทธิ์แล้วหลังถูก สนช.ถอดถอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้สมัครต้องโทษคดีเล็กน้อย เช่น คดีหมิ่นประมาทหรือคดีลหุโทษ จะถูกตัดสิทธิหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ปกติคดีลหุโทษศาลมักพิพากษาแต่โทษปรับ ส่วนโทษจำคุกให้รอลงอาญา แต่หากศาลพิพากษาคดีอะไรก็ตามให้จำคุกโดยไม่รอลงอาญา ก็จะเข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามนี้ เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายก-รัฐมนตรี ที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอน จะเข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามตามที่ กรธ.กำหนดหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ลงไม่ได้แล้วเพราะเป็นที่รับรู้กันว่าถูก สนช.ลงมติถอดถอน ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว

หลังพ้นโทษ 5 ปีลงสมัคร ส.ส.ใหม่ได้

ต่อมาเวลา 18.15 น. ที่รัฐสภา นายมีชัยให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังประชุม กรธ.ว่า กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูก สนช.ถอดถอนออกจากตำแหน่งกรณีปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายโครงการจำนำข้าว ไม่ได้ถูกตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ในเฉพาะช่วงที่ถูกตัดสิทธิเป็นระยะเวลา 5 ปีเท่านั้น เมื่อพ้นโทษแล้วก็สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้

กรธ.ยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส.ทุจริต

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. แถลงภายหลังการประชุม กรธ.ว่า หลักการของการประชุมรัฐสภาบทบัญญัติส่วนใหญ่จะเหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่ที่แตกต่าง 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.หลักการเกี่ยวกับการห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัว ส.ส.และ ส.ว.ในสมัยประชุมจะกระทำไม่ได้ กรธ.มีข้อยกเว้นเพิ่มเติมว่า ถ้า ส.ส.หรือ ส.ว.ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง จะไม่ได้รับการคุ้มครอง 2.คดีทุจริตทั้งหลายของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถดำเนินคดีในสมัยประชุมนั้นได้ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ ส.ส.และ ส.ว.สามารถใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองโดยขอความเห็นชอบจากประธานในแต่และสภา ไม่ให้นำตัวไปดำเนินคดีได้

ปรับระบบประชุมสภาตั้งกระทู้ได้ทั้งปี

นายอุดมกล่าวว่า นอกจากนี้ กรธ.ยังได้เปลี่ยน แปลงสมัยประชุมจากเดิมที่กำหนดเป็น 2 สมัยประชุม คือสมัยสามัญทั่วไปและสมัยสามัญนิติบัญญัติ โดยยังคงให้มีการประชุม 2 สมัยเช่นเดิม แต่ไม่เจาะจง ว่าเป็นสมัยสามัญทั่วไปและสมัยสามัญนิติบัญญัติ โดยสามารถดำเนินการกิจการในฝ่ายนิติบัญญัติได้ทุกเรื่อง ทั้งการตั้งกระทู้ถาม การเสนอญัตติ การพิจารณา กฎหมาย ส่วนการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจยังทำได้ปีละ 1 ครั้งตามเดิม จะเป็นช่วงไหนของการประชุมก็ได้

แจงเจตนา กรธ.ล้างบางคนโกง

นายอุดมยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูก สนช.ลงมติถอดถอน จะเข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามสมัคร ส.ส.หรือไม่ว่า กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ซึ่งถูก สนช.ถอดถอนจากกรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายโครงการจำนำข้าว เป็นระยะเวลา 5 ปี ตรงนี้ถือว่ายังไม่ชัดเจน ว่าเป็นฐานความผิดทุจริตหรือไม่ เจตนารมณ์ในการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ยึดหลักมาจากรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 35 (4) ที่ต้องมีกลไกป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด แต่เบื้องต้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปีตามที่ สนช.ลงมติถอดถอน

“มาร์ค” หนุน 17 ข้อต้องห้ามลง ส.ส.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กรธ. กำหนด 17 คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะสมัครเป็น ส.ส. ว่า ประชาชนคาดหวังการปฏิรูปการเมือง ให้ได้นักการเมืองที่มีคุณภาพ ฉะนั้นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเป็นหัวใจสำคัญในการเข้มงวดเพื่อไม่ให้คนไม่ดีเข้าสู่การเมือง เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน ส่วนการห้ามผู้ที่ถูกถอดถอนลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น ต้องอย่าไปมองที่ตัวบุคคล เราต้องดูว่าในหลักคุณสมบัติที่เหมาะสมคืออะไร ลักษณะต้องห้ามคืออะไร ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ก็เขียนเอาไว้ว่าไม่ให้คนที่เกี่ยวข้องหรือมีการกระทำที่ทุจริตเข้าสู่การเมือง ซึ่งเป็นหลักการที่ดี

ตัดสิทธิ์ต้องยึดหลักการไม่ใช่บุคคล

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนคนที่เคยถูกถอดถอนออกมาระบุว่าเหมือนถูกกลั่นแกล้งนั้น เรื่องนี้เคยกำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตอนนี้ไม่ค่อยแน่ใจกันว่าจะเป็นกรณีของบุคคลที่อาจถูกตัดสิทธิ์โดยผลกฎหมายหรืออย่างไร แต่เหมือน กรธ.ไม่ได้ครอบคลุมถึงตรงนั้น เอาเฉพาะพฤติกรรมหรือการกระทำเป็นลักษณะต้องห้าม เมื่อถามว่า ข้อกำหนดนี้เป็นการสกัดกั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่ากระบวนการต่างๆทำกันมายาวนาน ในเรื่องการถอดถอนและการต่อสู้ในคดีก็เปิดโอกาสให้ต่อสู้กันมาตลอด และกระบวนการก็เป็นที่ยอมรับของสังคม

สปท.การเมืองเสนอให้มี ส.ว.เลือกตั้ง

นายสมพงษ์ สระกวี สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าว ว่า ในวันที่ 1 ธ.ค. คณะกรรมาธิการฯ จะสรุปหัวข้อการปฏิรูปด้านการเมืองที่จะยื่นต่อที่ประชุม สปท. ซึ่งจะมีเรื่องการปฏิรูปพรรคการเมืองไม่ให้นายทุนครอบงำพรรค มาตรการแก้ปัญหาทุจริตเลือกตั้งการสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่ดี การเข้าสู่อำนาจของ ส.ส.-ส.ว. และนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นเรื่องที่มาของนายกฯจะให้มาจากการเลือกของสภาผู้แทนราษฎร จะเป็น ส.ส.หรือคนนอกก็ได้ แต่ถ้าเป็นคนนอกต้องมีเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.มากกว่า 3 ใน 5 ขึ้นไปส่วนที่มา ส.ว.ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า จะให้มี ส.ว. 250 คน แต่ให้มีสัดส่วน ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งมากกว่าคือ มี ส.ว.เลือกตั้งจังหวัดละ 2 คน ส่วนอีก 94 คน มาจากการสรรหาในกลุ่มอาชีพต่างๆ ขณะที่เรื่องการสร้างความปรองดองนั้น ยังไม่ได้หารือว่าจะต้องมีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่ แต่เห็นตรงกันในหลักการว่าจำเป็นต้องมีเรื่องความปรองดอง เพราะเป็นเรื่องสำคัญในระยะเปลี่ยนผ่าน ถ้าไม่มีแผนลดความขัดแย้ง จะทำให้ประชาธิปไตยเดินหน้าไม่ได้ แม้มีการเลือกตั้งก็จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก

“ทินพันธุ์” แจงตั้งอดีต สปช.แค่ 32 คน

ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีที่เชิญอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของ สปท.ชุดต่างๆ ว่าเป็นไปตามที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 ออกมาชี้แจง ข่าวที่ระบุว่ามีการแต่งตั้งอดีต สปช.มาเป็นที่ปรึกษากว่า 100 คนนั้น เป็นเรื่องเกินจริง สปท.ไม่มีงบประมาณจ้างคนมากขนาดนั้น ข้อเท็จจริงคือตนลงนามแต่งตั้งอดีต สปช.เข้ามาเป็นที่ปรึกษาเพียง 32 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมากนัก ส่วนใหญ่เป็นอดีต สปช.จังหวัด เพราะคาดหวังประสบการณ์การเป็นคนในพื้นที่มาช่วยประสานช่วงที่จะลงพื้นที่ฟังความเห็นประชาชน และก่อนลงนามแต่งตั้งก็ได้หารือกันแล้วถึงความคุ้มค่า โดยต่อจากนี้แม่น้ำ 4 สายคือ ครม. กรธ. สนช. และ สปท. จะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นพร้อมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างไปเหมือนที่ผ่านมา

เสนอตั้งศาลทุจริตช่วยงาน ป.ป.ช.

พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สปท. ในฐานะ กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สปท.กล่าวว่า กมธ.ได้จัดทำข้อเสนอเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อเสนอแก่ กรธ.ว่าควรมีกลไกในการขจัดปัญหาทุจริตอะไรใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญบ้าง ข้อเสนอที่น่าสนใจคือ การตั้งศาลทุจริตและคอร์รัปชัน ซึ่ง กมธ.มีแนวความคิดว่าจะตั้งศาลนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานของ ป.ป.ช. และจะวางกรอบการทำงานให้ชัดเจนโดยจะตัดสินคดีทุจริตในส่วนของข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น ส่วนนักการเมืองระดับชาติหรือข้าราชการระดับสูงจะยังให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเป็นหลักตามเดิม แนวทางแบบนี้จะช่วยให้คดีทุจริตที่อยู่ในมือ ป.ป.ช.จำนวนมากสะสางรวดเร็วมากขึ้น ไม่ไปกระจุกตัวที่ ป.ป.ช.อย่างเดียว คาดว่าจะสามารถส่งความเห็นแก่ กรธ.ได้ภายในสัปดาห์นี้

“บิ๊กตู่” เสียใจเหตุก่อการร้ายปารีส

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของประมุขรัฐและหัวหน้ารัฐบาล ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 และการประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต สมัยที่ 11

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 30 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุม Parc des Expositions Paris du Bourget กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม ภายหลังถ่ายรูปหมู่ร่วมกับผู้นำ 140 ประเทศ โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงในกรุงปารีสเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และให้กำลังใจกับทุกประเทศที่เผชิญเหตุรุนแรง พร้อมแสดงความเป็นหนึ่งเดียวที่จะร่วมต่อต้านการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม สำหรับการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เพื่อแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของไทยที่จะมีส่วนร่วมแก้ปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลต่อทุกชีวิตทั่วโลก ขอให้ทุกประเทศร่วมกันผลักดันให้การเจรจาความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่บรรลุผลที่สมดุล ครอบคลุม ยืดหยุ่น และปฏิบัติได้จริง โดยคำนึงถึงความแตกต่างของสภาพเศรษฐกิจ และความสามารถในการรับมือของแต่ละประเทศ รวมทั้งต้องเป็นความตกลงที่ช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าให้กับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทุกประเทศด้วย

ขอทุกประเทศช่วยเหลือกันลดโลกร้อน

พล.ต.วีรชนเผยอีกว่า นายกรัฐมนตรีของไทยย้ำถึงการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ความพยายามร่วมกันในเรื่องดังกล่าวจะไม่ประสบผล หากไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ เพราะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ที่เห็นได้ชัดคืออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ภัยแล้งที่ทำให้แหล่งน้ำลดลงและทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด ภาคการเกษตรขาดน้ำเพาะปลูก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร และการเกิดภัยพิบัติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก พล.อ.ประยุทธ์เรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมมือกันตามกำลังความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบความช่วยเหลือทางการเงิน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเสริมสร้างขีดความสามารถ การสร้างความต้านทาน โดยตระหนักว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของโลก ไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้น ประชาคมโลกจึงมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในการดูแลรักษา โดยเฉพาะความพยายามจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 หรือ 2 องศา ซึ่งต้องคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละประเทศ และต้องไม่ก่อให้เกิดภาระเพิ่มเติม เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศนั้นๆด้วย

น้อมนำปรัชญาในหลวงสร้างภูมิคุ้มกัน

พล.ต.วีรชนเผยอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้หยิบยกมาตรการของประเทศไทยที่พยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ร้อยละ 20 ถึง 25 ภายในปี ค.ศ.2030 จากกรณีปกติ โดยรณรงค์ในหลายๆ ด้าน ที่สำคัญคือ การแก้ปัญหาขยะ การปรับระบบการขนส่งมวลชนจากระบบล้อเป็นระบบราง ให้มี Eco Car รถไฟฟ้า รณรงค์ปลูกป่าในอาเซียน การมี Roadmap ของการลดหมอกควันให้เหลือร้อยละ 0 และที่สำคัญอย่างยิ่ง คือการดำเนินการพัฒนาที่มีความยั่งยืนอย่างแท้จริง ประเทศไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง บนหลักของ “ความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน” เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศมากว่า 5 ศตวรรษ เพื่อเอาชนะความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ จากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในฐานะประธานกลุ่ม 77 ในปี 2559 ยืนยันว่าประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างความแตกต่างของมุมมองและผลประโยชน์ จะดำเนินการร่วมกับรัฐภาคีกลุ่มอื่นๆเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วางดอกไม้รำลึกแสดงความเสียใจ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางออกจาก ศูนย์การประชุม Parc des Expositions Paris du Bourget ไปยังจัตุรัสแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสเพื่อวางดอกไม้เป็นเครื่องหมายเชิงสัญลักษณ์แสดงความเสียใจและระลึกถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา

“บิ๊กป้อม” ร่วมรณรงค์ต้านเอดส์

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของประมุขรัฐและหัวหน้ารัฐบาลในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ สมัยที่ 21 และการประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต สมัยที่ 11 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส วันที่ 29 พ.ย.-2 ธ.ค. โดยก่อนการประชุม ครม. นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์สภา กาชาดไทย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด และบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) นำคณะศิลปินดารา อาทิ น.ส.สุธีวัน ทวีสิน หรือใบเตย อาร์สยาม นายวราวุธ โพธิ์ยิ้ม หรือ ตั้ม เดอะสตาร์ และนายวงศ์รวี นทีธร หรือ พละ ฮอร์โมน เข้าพบ พล.อ.ประวิตรเพื่อรณรงค์และติดเข็มริบบิ้นแดง สัญลักษณ์การรณรงค์เนื่องในวันเอดส์โลก วันที่ 1 ธ.ค. พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนไทยร่วมกันป้องกันภัยจากโรคเอดส์ ภายใต้สโลแกน ENDING AIDS “ตรวจเร็ว รักษาเร็ว ยุติเอดส์” ให้คนไทยตรวจเชื้อ HIV เป็นประจำปีละ 2 ครั้ง และเปิดใจยอมรับให้อยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อได้

“ปู” ปลูกผักคลายเครียดคดีรุม

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพบนเฟซบุ๊ก ระหว่างที่อยู่ในสวนผักอินทรีย์และผักไฮโดรโปนิกส์ และภาพทำสลัดจากผักที่ปลูกไว้บริเวณข้างบ้านซอยโยธินพัฒนา 3 พร้อมระบุข้อความว่า “สวนผักที่บ้านเริ่มโตแล้ว ใกล้เวลาที่จะได้เก็บมารับประทาน เลยต้องรีบเตรียมหาน้ำสลัดอร่อยๆไว้ทานคู่กับผักสด ดีต่อสุขภาพนะคะ เป็นงานอดิเรกไม่ว่าคดีเยอะขนาดไหน แต่ก็มีงานอดิเรกปลูกผักให้ช่วยผ่อนคลายได้บ้าง”

พยานอีก 6 ปากเตรียมแจงจำนำข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว กระทรวงการคลัง ขยายระยะเวลาสอบเป็นครั้งที่ 3 อีก 30 วัน หลังจากครบกำหนดขยายเวลาครั้งที่ 2 ไปเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสพยาน น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าให้ถ้อยคำนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ยังเหลือพยานอีก 6 ปาก ประกอบด้วย 1.พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง อดีตรองเลขาธิการนายกฯ เข้าให้ถ้อยคำวันที่ 8 ธ.ค. 2.นายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตที่ปรึกษานายกฯ วันที่ 14 ธ.ค. 3.นางเบญจา หลุยส์เจริญ อดีต รมช.คลัง วันที่ 17 ธ.ค. 4.นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (ธุรกิจข้าวและอาหาร) เครือเจริญโภคภัณฑ์ วันที่ 21 ธ.ค. 5. นายเกษม มกราภิรมย์ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายและกำกับการ บริหารหนี้สาธารณะ วันที่ 25 ธ.ค. และ 6.นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ วันที่ 28 ธ.ค. โดยก่อนหน้านี้นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ เข้าให้ถ้อยคำไปแล้วเมื่อวันที่ 19 พ.ย. เช่นเดียวกับนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง เมื่อวันที่ 25 พ.ย.

พท.ฉะ “แก้วสรร” เชลียร์กองทัพ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีที่นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต ส.ว. แสดงความเห็นเรื่องอุทยานราชภักดิ์ว่าเหมือนกับกองทัพรับกฐินมาทอดที่วัด จึงเป็นโครงการที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ส่วนเรื่องจำนำข้าวเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดนั้น ขอให้ความเห็นว่า 1.เรื่องอุทยานราชภักดิ์ปรากฏข้อเท็จจริงยุติแล้วว่าเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาล ใช้งบกลางดำเนินโครงการสมทบกับเงินบริจาคของประชาชน นายแก้วสรรกับพรรคพวกบางคนที่หลับหูหลับตาเชียร์กองทัพถึงขนาดว่าแม้มีเงินรั่วไหลก็ไม่ผิดอาญา 2. โครงการรับจำนำข้าว นายแก้วสรรคงมัวไปเชียร์ทหารมากไปหน่อย เลยลืมดูรัฐธรรมนูญมาตรา 84 (8) ที่เป็นข้อยกเว้น แม้กระทั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกดำเนินคดีนั้นเนื่องจาก ป.ป.ช.กล่าวหาว่าปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตซึ่งไม่เป็นความจริง

เย้ยตกขบวนเลยออกมาโหนกระแส

นายบุญทรงระบุว่า 3.ความคิดเห็นที่นายแก้วสรรแสดงออกมาจึงเป็นเพียงเพื่อเอาอกเอาใจทหาร แม้จะขัดกับข้อเท็จจริงและสำนึกดีเพียงไรก็ตาม เมื่อดูที่มาของนายแก้วสรรแล้วจึงไม่แปลกใจ แต่สังเวชมากกว่า นายแก้วสรรเคยเป็น คตส.ได้
ดิบได้ดีมาเพราะการปฏิวัติ เอาใจทหารและพรรคประชาธิปัตย์ทุกทางเพื่อจะขอลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.แต่ถูกปฏิเสธ จึงเป็นเพียงนักแสวงหาอำนาจ ที่อกหัก ครั้งนี้พรรคพวกได้ดิบได้ดีจาก คสช.ถ้วนหน้า แต่นายแก้วสรรเท่านั้นที่ตกขบวนจึงต้องพยายามโหนทหารอีกครั้ง แต่เชือกเปื่อยเพราะน้ำลายที่เป็นพิษของนายแก้วสรร เลยเกาะไม่สำเร็จอีกวาระหนึ่ง ถ้าเปรียบในสมัยพุทธกาลคนอย่างนายแก้วสรรเรียกว่า “โมฆบุรุษ”

“ตู่” ฉะมโนไปเองจับขอนแก่นโมเดล

วันเดียวกันนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านยูทูบถึงการจับผู้ต้องหาขอนแก่นโมเดลว่า กรณีนี้ไม่ได้แยกแยะระหว่างความจริงกับความคิด หากเพียงคิดแต่ไม่เป็นจริง จึงเป็นเรื่องบ้า การอธิบายของตำรวจ ทหารใช้แต่ความเชื่อ ไม่อธิบายด้วยความจริงหรือศักยภาพในการกระทำว่าทำได้หรือไม่ ผู้ต้องหาบางคนมีสติไม่อยู่กับเนื้อตัว ยังกลายเป็นผู้นำยึดค่ายทหารได้ การตั้งข้อกล่าวหาควรมองในมิติความจริง ถึงจะเห็นศักยภาพผู้ต้องหาได้ชัดเจนขึ้น ความจริงคือ ผู้ต้องหาถูกจับค้ายาบ้า 2 เม็ด ติดคุก 1 ปี 10 เดือน พ้นโทษออกมา เป็นกำลังหลักหาเลี้ยงครอบครัว ช่วยแม่ขายอาหารตามสั่ง กลับเป็นผู้ต้องหาจัดหาอาวุธให้ จ.ส.ต.ประทิน จันทร์เกศ ที่มีอาการทางสมองเป็นคนแก่เกษียณอายุจาก ตชด. เพื่อไปยึดค่ายทหารคนเดียว และถูกตั้งข้อหาผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีนายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม ที่อยู่ในคุกขอนแก่นร่วมวางแผนยึดค่ายทหาร และลอบสังหารผู้นำประเทศ เมื่อประวัติส่วนตัวเป็นเช่นนี้ ยังเชื่อกันหรือว่าจะมีศักยภาพยึดค่ายทหารและลอบสังหารผู้นำประเทศ

สร้างแผนผังเชื่อมโยงกันไปใหญ่โต

นายจตุพรกล่าวว่า กรณีขอนแก่นโมเดลที่เกิดขึ้น ไม่มีข้อเท็จจริงตามการกล่าวอ้างของตำรวจ ทหาร แต่เป็นเพียงความเชื่อของฝ่ายมีอำนาจเท่านั้น โดยไม่ตรวจสอบว่า มีศักยภาพใดๆหรือไม่ ข้อเท็จจริงไปสู่หมายจับผู้ต้องหาใช้การเชื่อมโยงจากเลขหมายโทรศัพท์ และสร้างผังเชื่อมโยงกันใหญ่โต ทั้งที่ไม่มีความจริงเกิดขึ้นเลย การแก้ปัญหาต้องตรงไปตรงมา การสร้างปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อ (ไอโอ) อาจทำได้ในบางเวลา แต่ไม่สามารถทำได้ตลอดเวลา คิดแค่อดีตการทำงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายก รัฐมนตรี กับปัจจุบัน ซึ่งทำงานอย่างเดียวกัน แต่ความสำเร็จกลับไม่เหมือนกัน ย่อมเห็นชัดเจนแล้ว

โฆษก คสช.ยันไม่มีการจัดฉาก

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า กรณีการจับกุมกลุ่มผู้เตรียมก่อเหตุขอนแก่นโมเดล ยืนยันไม่มีการจัดฉาก แต่มีการกล่าวหาบิดเบือนข้อเท็จจริงของบางบุคคล หวังชี้นำความรู้สึกคนด้วยการดึงไปเชื่อมโยงเรื่องต่างๆที่ไม่สมเหตุผล หวังทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ ในข้อเท็จจริงทั่วไปแม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกคุมขังอยู่ ก็ไม่ได้หมายความจะกระทำความผิดไม่ได้ เพราะมีมาแล้วในหลายกรณี ถ้ามีหลักฐานไม่ชัดเจนเพียงพอคงไม่สามารถขออนุมัติศาลให้ออกหมายจับมาได้ สังคมไม่ควรกังวล เพราะโดยทั่วไปถ้าเจ้าหน้าที่ดำเนินการใดๆด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว

ขู่ใช้ ก.ม.เฉียบพลันจัดการคนบิดเบือน

“บุคคลใดที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่แล้วมีข้อมูลไม่ครบถ้วน แสดงเจตนาที่จะทำลายชื่อเสียงบุคคลหรือองค์กรอื่นจะต้องระมัดระวัง เพราะการให้ข้อมูลไปแล้วมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบุคคลหรือองค์กรนั้น อาจทำให้เกิดผลกระทบทางด้านกฎหมายตามมาได้ ช่วงนี้เริ่มมีบางบุคคลผู้ไม่หวังดีพยายามปลุกกระแสทำลายความน่าเชื่อถือเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีผลกระทบถึงรัฐบาลและ คสช. ขอให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณต่อการรับฟังข่าวสาร และเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่ในการป้องปรามมิให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ จะบังคับใช้กฎหมายเข้าดำเนินการทันทีต่อผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม” โฆษกคสช.กล่าว

“ปรีชา–วัชรพล” ชิงดำประธาน ป.ป.ช.

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการคัดเลือกประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ เพื่อมาทำหน้าที่แทนนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. ที่จะหมดวาระไปพร้อมกับกรรมการ ป.ป.ช.อีก 4 คนว่า ตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.คนใหม่จะต้องคัดเลือกโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ซึ่งจะเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเดิม 4 คน และชุดใหม่ 5 คน แต่ขณะนี้ติดปัญหายังไม่มีการโปรดเกล้าฯกรรมการ ป.ป.ช.ใหม่ทั้ง 5 คน ทำให้ยังไม่สามารถประชุมกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน เพื่อเลือกประธาน ป.ป.ช.ได้ เดิมสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ประสานมายังสำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการประชุมกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อเลือกตัวประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ในวันที่ 4 ธ.ค. แต่เนื่องจากยังติดปัญหาข้อกฎหมายที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯดังกล่าว ดังนั้นสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจึงขอนำเรื่องกลับไปทบทวนว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การคัดเลือกประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ ขณะนี้มีการขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งกันระหว่างกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเก่า 4 คน ที่สนับสนุนนายปรีชา เลิศกมลมาศ เนื่องจากมีอาวุโสสูงสุด และเคยเป็นเลขาธิการ ป.ป.ช.มาก่อน มีความเข้าใจขั้นตอนการบริหารงานของ ป.ป.ช. ขณะที่ฝ่ายกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่อีก 5 คน ต้องการผลักดัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตรองเลขาธิการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้