วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'วิษณุ' ชี้ปม 'ราชภักดิ์' หากมีมูลอาญาทุจริต ต้องพ่วงรับผิดทางแพ่ง

'วิษณุ' ชี้ปม 'ราชภักดิ์' หากมีมูลอาญาทุจริต ต้องพ่วงรับผิดทางแพ่ง

  • Share:

"วิษณุ" ชี้ถ้ามีมูลอาญาทุจริตใช้งบฯ รัฐสร้าง "อุทยานราชภักดิ์" จริง เข้าข่ายความผิดทางละเมิด เจ้าหน้าที่-ตัว ปธ.คกก.อุทยานฯ ต้องรับผิดชอบด้วย พร้อมระบุสำนักข่าวอิสรามีสิทธิ์ข้อมูลโครงการฯ ขึ้นอยู่กับวินิจฉัยกองทัพ ปัดรับข้อเสนอตั้งศาลทุจริต เผยรัฐบาลเลือกใช้กฎหมายใหม่จัดการ ลดขั้นตอนพิจารณาเหลือ 2 ศาล ชั้นต้น-ศาลอุทธรณ์ ใช้ผู้พิพากษามีประสบการณ์ 10 ปีเป็นอย่างต่ำ

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักข่าวอิสรา ยื่นหนังสือถึงกองทัพบกเพื่อขอข้อมูลและคัดลอกสำเนาเอกสารในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทางราชการ พ.ศ.2540 ว่า ปกติแล้วตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทางราชการ สามารถขอข้อมูลได้อยู่แล้ว แต่ก็มีหลักเกณฑ์ในการขอข้อมูลทั้งหมด 7 ข้อ ที่บางอย่างอาจจะให้แนวทางไปเท่านั้น แต่ไม่ให้หมด บางอย่างให้หมด บางอย่างให้คัดลอกเอง และอะไรที่เขาเห็นว่ายังไม่สามารถเปิดเผยได้ เขาจะสั่งว่าไม่ให้ แต่ถ้าผู้ขอยังติดใจ ยังสามารถอุทธรณ์ได้ และถ้าคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว เห็นว่าไม่ต้องเปิดเผยก็จบ

เมื่อถามว่า เทียบเคียงความผิดในโครงการจำนำข้าว ที่ น.ส.ย่ิงลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กับอุทยานราชภักดิ์ ถ้าทุจริตจริง ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า ส่ิงที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดโครงการรับจำนำข้าว คนที่ต้องรับผิดชอบคือประธาน กขช.และนายกฯ

ส่วนกรณีอุทยานราชภักดิ์ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าโครงการนี้มีความเสียหายเกิดขึ้นจริง คนที่เป็นประธานคณะกรรมการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย แต่ส่วนนี้จะมีความแตกต่างกันกับโครงการที่เป็นงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด คือความสูญเสียที่ไม่ใช่เอางบประมาณแผ่นดินเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่เป็นเรื่องที่ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ ส่วนกรณีอุทยานราชภักดิ์เป็นกรณีใช้งบฯรัฐส่วนหนึ่ง งบบริจาคอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งต้องดูว่าความเสียหายจากส่วนไหน ตอบสั้นๆ ง่ายๆ ถ้ามีการชี้มูลความผิดทางอาญาก็ต้องรับผิดในทางแพ่ง โดยใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ได้

นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอตั้งศาลทุจริตและคอร์รัปชันว่ายังไม่ทราบเรื่อง แต่รัฐบาลกำลังพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้เสนอ ครม.ได้รับหลักการในเบื้องต้นและส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจเลือกใช้แนวทางนี้ ถือว่าเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่ สปท.เสนอ พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นการเปลี่ยนวิธีพิจารณาคดี แต่เดิมการพิจารณาคดีจะใช้ระบบกล่าวหาโดยมีโจทก์และจำเลย จากนั้นก็สืบพยาน แต่ใน พ.ร.บ.นี้ จะเป็นการไต่สวนโดยศาลจะเป็นผู้ลงมาค้นหาความเป็นจริง โดยจะจบแค่สองศาล คือศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ไม่ไปถึงฎีกา เพราะอาจทำให้กระบวนการล่าช้า อีกทั้งผู้พิพากษาต้องเป็นมืออาชีพ ผ่านการพิจารณาคดีมาแล้ว 10 ปี เป็นอย่างต่ำ วิธีการนี้จะทำให้คดีทุจริตได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็ว หากผู้ต้องหาหนีคดีอายุความก็จะหยุดชั่วคราวคดียังไม่สิ้นสุด

"พ.ร.บ.นี้ เหมารวมทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการ มีการนิยามแยกประเภทของคดีทุจริตกับการประพฤติมิชอบ ส่วนคดีทุจริตของนักการเมืองจะไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.นี้ ซึ่งจะเป็นอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเช่นเดิม" นายวิษณุกล่าว และว่า สำหรับ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ...ได้ผ่าน ครม.ไปนานแล้ว ขณะนี้รอคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่างไรก็ตาม เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายฉบับใหญ่ที่มีความสำคัญ จัดว่าเป็นกฎหมายปฏิรูปที่สำคัญที่สุดอีกฉบับหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ การจัดซื้อจัดจ้างในประเทศไทยที่ผ่านมา อยู่ภายใต้ระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อยกฐานะมาเป็นกฎหมายจะมีโทษต่อผู้ที่ทุจริต นอกจากนี้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ ยังครอบคลุมหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ องค์การมหาชน ท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดข้อถกเถียงจากหลายหน่วยงาน จึงต้องการให้นำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวส่งกลับไปยังกระทรวงต่างๆ เพื่อพิจารณาให้มีความเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เมื่อถามว่า การร่างรัฐธรรมนูญที่ดูเหมือนทุกอย่างต้องไปจบที่ศาลจะเป็นการเพิ่มอำนาจให้ศาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า 1. ยังไม่กล้าตอบเช่นนั้น เพราะการร่างรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ 2. การแถลงข่าวที่ผ่านมาดูเหมือนว่ากระบวนการจะจบที่ศาลเป็นส่วนใหญ่ แต่ทั้งหมดล้วนยังเป็นเรื่องพิพาท หากไม่จบที่ศาลแล้วจะไปจบที่ใด บางคนต้องการให้จบที่สภาที่เป็นการเมือง บางคนต้องการให้จบที่ ครม. ซึ่งเป็นการเล่นพรรคพวก ดังนั้น ฝ่ายตุลาการจึงเป็นการยุติธรรมที่สุด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้