วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' ถกเวทีโลกร้อน ชูโรดแม็ปลดหมอกควัน ร่วมอาลัยเหยื่อปารีส

'บิ๊กตู่' ถกเวทีโลกร้อน ชูโรดแม็ปลดหมอกควัน ร่วมอาลัยเหยื่อปารีส

  • Share:

"นายกฯ" ร่วมหารือผู้นำโลกเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ยันไทยพร้อมใช้ตำแหน่งประธานกลุ่มจี 77 เป็นสะพานเชื่อมความแตกต่าง เพื่อผลักดันความยั่งยืนร่วมกันบนโลก พร้อมแสดงความอาลัยต่อเหยื่อความรุนแรงในปารีส

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการเดินทางไปประชุมระดับสูงของประมุขรัฐและหัวหน้ารัฐบาล ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย. เวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมระดับสูงของประมุขรัฐและหัวหน้ารัฐบาล โดยได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงในกรุงปารีส เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว และขอเป็นกำลังใจให้ฝรั่งเศสและทุกประเทศที่เผชิญเหตุรุนแรง ขอแสดงความเป็นหนึ่งเดียวและขอร่วมประณามการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม การร่วมประชุมในครั้งนี้ เพื่อแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประเทศไทย ในการร่วมผลักดันให้การเจรจาความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่ เพื่อบรรลุผลสามารถปฏิบัติได้จริง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในการรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 ของสหประชาชาติ (UN) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ย้ำถึงการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างสมดุล เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ดังนั้นพวกเราต้องร่วมกันจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก่อให้เกิดภัยพิบัติ ภาวะโลกร้อน ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ภัยแล้ง การขาดน้ำการเกษตร ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร การเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการเพิ่มภาระให้ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของโลก ไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง ประชาคมโลกมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันดูแลรักษา โดยเฉพาะความพยายามจำกัดการเพิ่มอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 หรือ 2 องศาเซลเซียส ยึดหลักความเป็นธรรมและความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่าง โดยคำนึงถึงศักยภาพของแต่ละประเทศ

"ผมขอเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมมือกันในกรอบเหนือ-ใต้ และใต้-ใต้ ทั้งด้านเงินทุน การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในการดำเนินการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างมีความรับผิดชอบต่อโลก สำหรับประเทศไทยจะพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 ถึง 25 ภายในปี 2030 โดยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล ใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น Eco Car รถไฟฟ้า การจัดการขยะ การปลูกป่าอาเซียน โรดแม็ปการลดหมอกควันให้เหลือร้อยละ 0 และสิ่งสำคัญคือการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยึดหลักความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันบนพื้นฐานความรู้คู่คุณธรรม ในรูปแบบประชารัฐด้วยความร่วมมือภาครัฐ เอกชน ประชาชน มานานกว่า 5 ทศวรรษ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีประเทศไทยเป็นประธานกลุ่มจี 77 ในปีหน้าว่า ประเทศไทยจะมุ่งมั่นอย่างเต็มความสามารถในการเป็นสะพานเชื่อมความแตกต่าง ทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม จี 77 ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันของโลกใบนี้

ทั้งนี้ ภายหลังกล่าวถ้อยแถลง นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากศูนย์ประชุมไปยังจัตุรัสแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อวางดอกไม้เป็นเครื่องหมายเชิงสัญลักษณ์แสดงความเสียใจ และระลึกถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้