วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อาคม' จ่อหารือญี่ปุ่น เล็งดึงเอกชนร่วมทุนโครงการรถไฟไทย-ญี่ปุ่น

'อาคม' จ่อหารือญี่ปุ่น เล็งดึงเอกชนร่วมทุนโครงการรถไฟไทย-ญี่ปุ่น

  • Share:

คมนาคม จ่อ หารือญี่ปุ่น เรื่องรูปแบบจัดตั้งบริษัท-ขอบเขตการทำธุรกิจ คาด ได้ข้อสรุป ธ.ค.นี้ เล็งดึงเอกชนเข้าร่วมทุนโครงการรถไฟไทย-ญี่ปุ่น...

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.58 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ความร่วมมือไทยและญี่ปุ่นในโครงการพัฒนารถไฟเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เส้นทางบ้านพุน้ำร้อน-กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-สระแก้ว และฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง ที่ได้ลงนามความร่วมมือเมื่อ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ทำข้อตกลง 3 ขั้นตอน โดยขั้นแรกเป็นการปรับปรุงเส้นทางรถไฟที่เป็นทางเดี่ยวก่อน เพื่อให้เปิดบริการขนส่งสินค้าได้ โดยปัจจุบันมีการขนส่งวันละ 2 เที่ยว และขนส่งผู้โดยสารวันละ 2 เที่ยว ทั้งนี้มีกำหนดการให้เปิดทดลองเดินรถ โดยจะใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดเล็กมาใช้

ส่วนขั้นตอนที่ 2 จะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อบริหารการเดินรถและจัดหารถไฟเข้ามาวิ่งเพิ่มเติม โดยขั้นตอนนี้คาดว่าจะสามารถจัดตั้งบริษัทให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/59 โดยจะเป็นการร่วมทุนของฝ่ายไทยโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และฝ่ายญี่ปุ่น และเพื่อให้บริษัทเดินรถดังกล่าวมีความคล่องตัว บริหารงานแบบเอกชน รฟท.และญี่ปุ่นจะถือหุ้นฝ่ายละไม่เกิน 49% ที่เหลืออีก 2% ต้องหาหน่วยงานอื่นหรือบริษัทเอกชนเข้ามาถือหุ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่จะเปิดให้เอกชนไทยเข้ามาร่วมทุน โดยอาจจะเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถไฟฟ้า หรือกลุ่มเอกชนที่มีความร่วมมือกัน

"ต้องหารือกับญี่ปุ่น เรื่องรูปแบบจัดตั้งบริษัท ขอบเขตการทำธุรกิจ คิดว่าจะหารือกันภายใน ธ.ค.นี้ หรือ ม.ค.ปีหน้า ถ้าได้ข้อสรุป รฟท.จะเสนอให้บอร์ดรถไฟและส่งเรื่องมาที่กระทรวงคมนาคม คาดว่าจะจัดตั้งได้ภายในไตรมาส 1 ปีหน้า เส้นทางนี้มีความน่าสนใจมากๆ ทั้งเรื่องการขนส่งสินค้า และผู้โดยสารที่มาในรูปการท่องเที่ยว" รมว.คมนาคม กล่าว

นายอาคม กล่าวว่า ขั้นตอนที่ 3 จะดำเนินเป็นโครงการทางคู่ ซึ่งอาจจะไม่ทำตลอดเส้นทาง โดยปัจจุบันเส้นทางฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง เป็นทางรถไฟทางคู่ โดยคาดว่าในเดือน เม.ย.-พ.ค.59 ทางญี่ปุ่นสรุปผลการศึกษารถไฟทางคู่เส้นทางนี้ จากนั้นจะสามารถสรุปงบลงทุนทั้งหมด

ทั้งนี้ โครงการพัฒนารถไฟเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เส้นทางบ้านพุน้ำร้อน-กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-สระแก้ว และ ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง เป็นเส้นทางสำคัญที่ครอบคลุมเขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 แห่ง ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในเมียนมา เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว และการจัดตั้ง Super Cluster ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และที่ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งตามแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) ได้แก่ ทางหลวงจากสะพานมิตรภาพด้านแม่สอด-สะพานมิตรภาพด้านมุกดาหาร ระยะทาง 777 กม. โดยจะทำเป็น 4 ช่องจราจร, ทางหลวงจากแหลมฉบังไปบ้านพุน้ำร้อน ไม่ใช้มอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี และกาญจนบุรี ระยะทาง 343 กม.

สำหรับเส้นทาง Upper East-West Corridor จากแม่สอด-เพชรบูรณ์-บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 910 กม. ส่วนเส้นทาง Lower East-West Corridor จากพุน้ำร้อน-กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-สระแก้ว และฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง ระยะทาง 574 กม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้