วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'เกียรติ' สอนมวย 'ทูตมะกัน' วิจารณ์ 112 จี้บัวแก้ว เรียกถก

'เกียรติ' สอนมวย 'ทูตมะกัน' วิจารณ์ 112 จี้บัวแก้ว เรียกถก

  • Share:

"เกียรติ" อัดทูตมะกันไม่ศึกษาให้ดี ก่อนวิจารณ์ 112 ถามกลับทำไมเงียบปมฆ่าตัดตอน 2,000 ศพ จี้รบ.เตรียมความพร้อมให้ดีก่อนร่วม "ทีพีพี"...

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.58 นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ออกมาวิจารณ์การใช้กฎหมายมาตรา 112 ของไทยว่า หากดูจากเนื้อหาของคำพูดของนายกลิน ซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่งนั้น ก็แสดงว่า นายกลิน อาจจะยังไม่ได้คิดถี่ถ้วน ไม่เข้าใจความเป็นมาจารีตประเพณี แม้กระทั่งกรอบกฎหมายในการดูแลผู้นำของแต่ละประเทศอย่างดีพอ ซึ่งตนคิดว่าที่ผ่านมาการร่างกฎหมายมาตรา 112 ออกมาก็มีความเป็นสากลอยู่แล้ว ในแง่ของการบังคับใช้สามารถปรับปรุงได้

นายเกียรติ กล่าวต่อว่า การที่นายกลินออกมาพูดว่า "ไม่อยากจะเห็นผู้ที่ออกมาวิจารณ์ หรือแสดงทัศนคติโดยสงบ นำไปสู่การติดคุก" ตนคิดว่านายกลินต้องกลับไปดูที่การใช้กฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งมีหลายคดีที่มีความอ่อนไหว มีคนถูกจำคุก 33 เดือน เพราะว่าเขียนกลอนที่มีลักษณะไปในทางกรรโชก ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดังนั้นที่นายกลินพูดออกมา ตนคิดว่าคงเป็นความคลาดเคลื่อนของความเข้าใจในกฎหมาย ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกันทั่วโลก

เมื่อถามว่า ทางรัฐบาลไทยควรมีท่าทีอะไรออกมาตอบโต้ต่อสหรัฐฯ บ้างหรือไม่ นายเกียรติ กล่าวว่า ท่าทีของรัฐบาลก็มีความพอดีอยู่ แต่ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศนั้น ควรจะเรียกนายกลินเข้ามาพบปะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ อันที่จริงตนเคยเจอกับนายกลินมาก่อน คิดว่านายกลินอาจจะยังไม่เข้าใจประเทศไทยและที่มาที่ไปของมาตรา 112 ดีพอ ต้องไปย้อนดูพฤติกรรมของผู้ที่ถูกตัดสินจากความผิดคดีนี้ในอดีตด้วย มีบางคนที่ถูกตัดสินจำคุกเพราะไม่ได้วิจารณ์โดยปกติ แต่มีหลักฐานว่าบุคคลเหล่านี้แสดงความเห็น เพื่อใส่ร้ายสถาบันอย่างตั้งใจและไม่เป็นธรรม ซึ่งทำแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายประเทศใด ก็ถือว่าเป็นคดีอาญาอยู่แล้ว

"สหรัฐอเมริกาถ้าห่วงประเทศไทยจริง ทำไมไม่เคยทวงถามเรื่องฆ่าตัดตอน ทำไมไม่เคยทวงถามกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งที่ใหญ่ที่สุดใน 10 กว่าปีที่ผ่านมา ที่ทำให้คนตาย คนหายไป 2,000 กว่าคน ไม่เคยทวงถามเลยในเวทีไหนเลย ผมมีแต่ทวงถามเขา ทุกครั้งที่พบผมมีถามเขาว่าคุณมีท่าทียังไงในเรื่องนี้ ผมว่าเรื่องนี้สำคัญมากกว่ากรณี 112 ด้วยซ้ำไป ความสัมพันธ์ของไทย-สหรัฐฯ ในหลายมติ ในขณะนี้ต้องยอมรับว่าถดถอยและน่าจะหยิบยกขึ้นมาพูดคุยมากกว่า" นายเกียรติ กล่าว

เมื่อถามว่า ความเห็นกรณีที่ นายกลิน เรียกร้องให้ประเทศไทยทำความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) นายเกียรติ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าเมื่อสหรัฐฯ ได้สมาชิกในทีพีพีเบื้องต้นจำนวน 10 ประเทศ ก็มีความต้องการที่จะขยายสมาชิกเพิ่มเติม ซึ่งก็เป็นธรรมดาของทุกรอบความตกลงที่ต้องการขยายสมาชิก แต่ตนคิดว่าประเทศไทยเองต้องศึกษาให้ดี การเข้าสู่ทีพีพีมีทั้งคนได้และคนเสีย สำคัญที่สุดคือประเทศไทยมีความพร้อมอย่างไร ถ้าประเทศมีความพร้อมเลยการเข้าก็จะมีประโยชน์ แต่ถ้าไม่มีความพร้อมการเข้าร่วมก็จะมีโทษ

นายเกียรติ กล่าวว่า แล้วถ้าหากมีโทษต่อคนหมู่มากของประเทศ อาทิภาคการเกษตร ต่อกลุ่มผู้ใช้ยา ตรงนี้ก็จะเป็นปัญหา ที่สำคัญคือประเทศไทยต้องมียุทธศาสตร์ให้ชัดเจนว่ากรอบการค้าเสรีคืออะไร ต้องเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนจะเข้าทีพีพี ซึ่งตนคิดว่าประเทศไทยน่าจะมีเวลาตรงนี้เพราะกว่าประเทศไทยจะให้สัตยาบันก็อีก 12 เดือน และอีกสิ่งหนึ่งที่ตนอยากให้ไทยเตรียมความพร้อมก็คือเรื่องการปรับโครงสร้างของประเทศไทยในทุกด้านทั้งด้านโครงสร้างภาษีเพื่อให้มีศักยภาพมากขึ้น

เมื่อถามว่า ประเทศไทยเข้าสู่ทีพีพีแล้วจะน่าเป็นห่วงในแง่ของเรื่องการกำหนดพืชพันธุ์หรือไม่ นายเกียรติ กล่าวว่าเท่าที่ตนดูในข้อตกลงทีพีพี มีหลายหมวดที่ยังไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้าย มีหลายเรื่องไม่ชัดเจน มีหลายเรื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่มีการเจรจากัน ตรงนี้ต้องเข้าไปศึกษาใหม่ให้ดี แต่ตนอยากให้ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้มีความชัดเจนและควรทำให้จบก็คือเรื่องของข้อตกลงไทย-อียู ข้อตกลงไทย-อาเซียนบวก 6 ประเทศ ตรงนี้ควรเร่งทำให้จบ เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับการเจรจากรอบอื่นๆ ต่อไป

นายเกียรติ กล่าวต่อว่า มีกรอบความตกลงหลายฉบับที่ไทยได้ไปลงนามแล้วท้ายที่สุดก็ใช้ประโยชน์จริงๆ ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องเร่งทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่สนใจแค่ทีพีพีอย่างเดียว ที่ผ่านมาอาจจะเป็นความรับรู้ของผู้ประกอบการโดยเฉพาะในรายเล็กที่ไม่รู้ในรายละเอียดในการกรอบข้อตกลงให้เป็นประโยชน์เต็มที่ ซึ่งเรื่องนี้ก็ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ส่วนกรณีที่ที่ผ่านมารัฐบาลพูดว่าจะปิดประเทศนั้นตนคิดว่าคงเป็นแค่พูดเชิงสัญลักษณ์ว่าประเทศจะไม่ยอมใครง่ายๆ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้