วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รู้แล้วบอกต่อ! 5 หนทางเอาตัวรอดเมื่อโดน 'สวมเขา'

รู้แล้วบอกต่อ! 5 หนทางเอาตัวรอดเมื่อโดน 'สวมเขา'

โดย Women's Health
2 ธ.ค. 2558 18:00 น.
  • Share:

เมื่อคุณหรือคนรักถูกจับได้ว่ามีคนอื่นแทนที่จะเลิกราเพราะความผิดแค่ครั้งเดียว ทำไมไม่ลองต่อสู้เพื่อความรัก

การมีกิ๊กไม่ได้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ถึงขั้นน่ารังเกียจในสังคมอีกต่อไป เพราะในวารสาร Comparative Family Studies พบว่า คนทั่วไปกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าเคยนอกใจแฟน (ผู้เชี่ยวชาญบางท่านมองว่าตัวเลขนี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ) บางคนอาจหาทางออกด้วยการเลิกรา แต่ใช่ว่าการเลิกจะเป็นทางออกเดียวในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น เราไม่ได้อยากให้คุณเลิกรากับเขาเพราะเพื่อนยุ แม่แนะนำ หรือใครสักคนบอกมาว่าควรจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือบอกให้คุณทำตัวหูหนวกตาบอดไม่รู้ไม่ชี้เรื่องที่เขานอกใจ ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายผิดก็ตาม เราอยากให้คุณถามตัวเองดูว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้คุ้มค่าที่จะเยียวยาไว้หรือไม่ ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ บทความชิ้นนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณแน่นอน

1.เลิกติดต่อ

วิธีนี้ง่ายและเด็ดขาดสุดไม่ต้องอาลัยอาวรณ์กันอีกต่อไป แต่เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด นั่นคือกำจัดกิ๊กออกไปจากชีวิตของคุณทั้งสอง สก็อตต์ ฮัลซ์แมน (Scott Haltztman) หมอจิตวิทยาที่เมืองเนเบิลส์ รัฐฟลอริดา และเจ้าของหนังสือ Secrets of Surviving Infidelity ลงความเห็น

แต่อย่าเชื่อคำพูดแข็งขันของฝ่ายชาย ว่าตัดผู้หญิงคนนั้นออกจากชีวิตแล้ว เช่นเดียวกับที่อย่าไปคาดหวังว่าเขาจะเชื่อคำพูดของคุณหลังจากตัวคุณเองนอกใจ คุณทั้งสองต้องรับมือกับสิ่งที่เกิดหลังการเชื่อใจพังทลาย แม้ว่าเป็นช่วงเวลาที่คนเรานอยด์สุดก็ตาม ถ้าคุณเป็นฝ่ายผิด ตอนนี้คำพูดของคุณเป็นแค่ธาตุอากาศ ดังนั้น แทนที่จะพูดอย่างเดียว เมื่ออยู่กับเขา ลองเขียนจดหมายหรืออีเมลหาอดีตกิ๊ก บอกให้หนุ่มตัวจริงเข้าใจชัดเจน ว่าจะไม่มีการติดต่อ เลิกยุ่งกันตั้งแต่บัดนี้อย่ามาข้องเกี่ยวกัน ฯลฯ คุณหมอกำชับว่า “อีเมลฉบับนี้ต้องเขียนต่อหน้าแฟน เราไม่สามารถเจอกันได้อีกเพราะอยากสร้างสายสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น ไม่ต้องโทรหรือส่งข้อความมาอีก” ประโยคนี้จะทำให้มือที่สามจุกอก และรับรู้ว่าตอนนี้บุคคลที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุดคือตัวจริง ไม่ใช่กิ๊ก

2.กิ๊กหน้าด้าน

ถ้าเป็นเคสนี้ลำบากหน่อย เพราะไม่ว่าคุณจะบอก ห้าม เตือนหรือสั่งให้หยุด แต่กิ๊กหรือชู้ก็ยังเพียรหาหนทางติดต่อมาวันยังค่ำ (แสดงให้เห็นว่าคนประเภทนี้ไม่เคารพขอบเขตความสัมพันธ์ของคุณเลย) จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณทั้งสองต้องคุยกันให้ชัดเจน ว่าจะรับมือกับคนแบบนี้อย่างไร คุณหมอแนะนำให้มองกิ๊กเป็นเหมือนอากาศ คือไม่ต้องใส่ใจ ทำเป็นว่านี่คือสิ่งไม่มีชีวิต


เพื่อแสดงความจริงใจ คุณทั้งสองต้องเปิดใจและเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามาในโลกส่วนตัวบ้าง ยอมให้เขาเช็กข้อความในเฟซบุ๊ก อีเมล มือถือ โซเชียลมีเดียทุกประเภท แม้กระทั่งบัญชีธนาคาร รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตราบเท่าที่เห็นว่าสมควร คุณอาจคิดว่า นี่มันมากเกินไปหรือเปล่า? ไม่เลย เพราะคุณหมอย้ำให้สาว ๆ สบายใจว่า “ความพยายามของคุณคือหนทางทำให้อีกฝ่ายกลับมาเชื่อมั่นและเชื่อใจอีกครั้ง นี่คือหนึ่งในขั้นตอนดังกล่าวที่แสดงให้ดาร์ลิ่งเห็นว่า ตอนนี้คุณไม่มีอะไรต้องหลบซ่อนอีกต่อไป” ดังนั้น ไม่ว่ามือที่สามจะพยายามกระแซะเข้ามาเท่าไร คุณก็ไม่มีทางพลาดรอยรั่วนั่นแน่ ๆ

หากคุณเห็นว่าอดีตกิ๊กของแฟนส่งข้อความมาหา อย่าเพิ่งไปอาละวาดใส่หนุ่มของเราโดยไม่สอบถามข้อเท็จจริง หรือถ้ากิ๊กเก่าคุณดันส่งข้อความมาก็อย่าปิดบัง เพราะกลัวว่าแฟนไม่เข้าใจ ใจเย็นๆ แล้วคุยให้เข้าใจว่าคุณไม่ได้เริ่มหรือพยายามติดต่อแฟนเก่าอีกเลย

3.ตรวจสอบความจริง

สอบสวนมันเข้าไป วิธีนี้คือถาม ๆๆๆ (และตอบ ๆๆๆ) ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ตามที่คุณหมอสกอตต์กล่าวว่า อีกหนึ่งวิธีรับมือคือการสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ที่คุณอยากรู้เมื่อถูกนอกใจ เช่น นางเป็นใคร มาจากไหน รู้จักกันได้อย่างไร ไปทำอะไรมาบ้าง คุยกันนานหรือยัง ฯลฯ “คนโดนนอกใจย่อมอยากรู้รายละเอียดต่าง ๆ ว่ามีอีกคนนานเท่าไหร่แล้ว” แบบว่า เคยซื้ออะไรให้หรือเปล่า หรือพามาบ้านไหม” คุณหมอกล่าว

หากคุณเป็นฝ่ายโดนสวมเขา ลองตั้งคำถามจี๊ดใจแล้ววัดเอาจากคำตอบว่าคุณยังอยากอยู่กับผู้ชายคนนี้ไหม ถ้าเขาเกิดตอบอะไรแรงๆ มา (ลองถามตัวเองว่า “ถ้าเขาบอกว่าเคย...ฉันจะทนอยู่กับเขาต่ออีกไหม) แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายตอบ จงตอบทุกข้อสงสัยของแฟนอย่างชัดเจนและซื่อสัตย์ แม้แฟนจะถามตรงๆ ว่าคุณมีเซ็กซ์ท่าไหนกับกิ๊กหรือใช้เซ็กซ์ทอยหรือเปล่า ถามว่าทำไมต้องซักไซ้ขนาดนั้น ลองคิดเหมือนซีรีส์ CSI หากไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประการ คุณจะไขหรือปิดคดีนี้ได้อย่างไร
นอกจากนี้ ความซื่อสัตย์ยังแสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมาการโกหกเป็นอดีตไปแล้ว แต่ถ้าแฟนไม่ได้ถาม ก็ไม่ต้องไปชี้แจงรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ พูดง่ายๆ ว่า อย่าหาเหาใส่หัว และเมื่อเขาถามถึงความรู้สึก อันนี้คุณควรกลั่นกรองก่อนตอบ เพราะมันไม่จำเป็นเลยที่คุณจะเปิดปากว่าที่นอกใจเขา เป็นเพราะอีกฝ่ายหล่อโคตรๆ

4.หาเวลาไปพัก

ฮันนี่มูนหลังนอกใจอาจฟังเลวร้าย (และเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณต้องการ) แต่นี่คือสิ่งที่จะเยียวยาแผลรักได้ดีที่สุด เรื่องนี้คุณหมอวิลลาร์ด เอฟ ฮาร์ลีย์ (Willard F. Harley) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและเจ้าของงานเขียน His Needs,

Her Needs แนะนำให้หลีกหนีจากสิ่งที่เกิดขึ้นจากเพื่อน ๆ ครอบครัว งาน ทุกอย่าง เพื่อสานความสัมพันธ์ให้อยู่รอด “ขั้นตอนนี้เกี่ยวพันกับอารมณ์ความรู้สึกล้วน ๆ ถ้าลึก ๆ คุณไม่อยากเลิกกับเขา ยังอยากอยู่กับผู้ชายคนนี้ คุณก็ควรเปิดใจตัวเองอีกครั้งหนึ่ง” ทางออกนี้ยังช่วยให้คุณไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากคนภายนอก ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจ

วิลลาร์ดยังเสริมต่อว่า ทริปที่ไปด้วยกัน ไม่ควรมีกิจกรรมให้ทำมากมายหรืออยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ เพราะเป้าหมายของเราคือการหาเวลาอยู่ร่วมกัน หลีกเลี่ยงสถานที่สำหรับคู่หวานหรือบิลด์อารมณ์ให้พูดจาหาเรื่องอีกฝ่าย (หรือประเด็นใด ๆ ก็ตามที่อาจทำให้ของขึ้น) “แค่อยู่ด้วยกันและทำให้โรแมนติกสุดเท่าที่จะทำได้ก็พอ” เขาแนะ

สำหรับเรื่องเซ็กซ์ ถ้าคุณพร้อมมีเซ็กซ์ยิ่งดีแต่ต้องปราศจากความโกรธหรือไม่ซื่อสัตย์นะ เพราะการเชื่อมโยงทางกายเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนหรือความพยายามที่ทำให้คุณทั้งสองรู้สึกถึงสิ่งที่ทำร่วมกันอีกครั้ง

5.หาต้นตอของปัญหา

จริงๆ แล้วการนอกใจเพียงอย่างเดียวไม่ใช่สาเหตุของการเลิกรา มาร์กาเร็ต คลอว์ (Margaret Klaw) ผู้เขียนบทความ Keeping It Civil กล่าวว่า “หลายคู่ยอมรับว่านอกใจกันจริง แต่ชีวิตสมรสจบลงตั้งนานแล้ว” การแยกเตียงกันอยู่จนอีกฝ่ายมีคนใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ทางที่ดีกันไว้ดีกว่าแก้ ป้องกันไม่ให้เกิดการนอกใจ แทนที่จะหาทางรับมือกับมัน

“อย่ากลับไปหากิจวัตรเดิมๆ” คุณหมอวิลลาร์ดฝากมาเตือน แทนที่จะทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนเก่า ลองหาเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นเพื่อสร้างความโรแมนติกที่ขาดหายไป เติมเต็มความรู้สึกทางใจและกาย หากิจกรรมที่คุณทั้งคู่ชอบทำร่วมกัน (หาร้านอร่อยๆ หรือชวนกันไปออกกำลังกาย) อย่าลืมความจริงใจและซื่อสัตย์หากทุกข้อที่กล่าวมาไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าความสัมพันธ์จะอยู่รอด ลองปรึกษานักบำบัดหรือผู้ให้คำปรึกษาด้านความสัมพันธ์ เพื่อร่วมด้วยช่วยให้คุณฟันฝ่าอุปสรรคนี้ไปได้ และรู้ว่าควรรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร แต่คุณต้องเห็นว่ามันคุ้มค่าจริงๆ นะ

การบอกทุกอย่างให้เพื่อนสาวฟังบางทีอาจไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะยิ่งทำให้เพื่อนไม่ชอบขี้หน้าแฟน ซึ่งไม่ได้ช่วยให้คุณและเขากลับมาคืนดีกันเลยสักนิด “จากการศึกษาพบว่า คนเรามักเข้าข้างเพื่อนตัวเอง” คาร์ลิน ฟลอรา (Carlin Flora) เจ้าของหนังสือ Friendfluence: The Surprising ways Friends Make Us Who We Are เสนอ เมื่อใดที่คุณผิด เพื่อนมักเข้าข้างและเหมาเป็นเรื่องของตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงฉากดราม่า เรื่องบางอย่างจึงควรปรึกษาแค่เพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ บอกให้เธอเข้าใจว่าทำไมคุณไม่อยากเลิกและอยากให้เธอเอาใจช่วย

ในทางกลับกัน ถ้าเพื่อนคุณต่างหากที่นอกใจแฟน คุณควรรับฟังอย่างใส่ใจและถามถึงความรู้สึกของเธอ เช่น อยากให้ช่วยอะไรไหม แทนที่จะยุให้เพื่อนเลิกกับแฟนเด็ดขาด แต่ถ้าเห็นวี่แววแล้วว่าผู้ชายคนนี้เจ้าชู้ไก่แจ้จริงๆ เดี๋ยวมันก็ทำอีก คุณอาจออกความคิดเห็นได้บ้าง แต่ไม่ควรเอาแต่ด่าฝ่ายชาย เพราะตอนนี้สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือจิตใจของเพื่อน ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไรก็ตาม

เรื่อง: Faye Brennan | แปลและเรียบเรียงโดย: ดร.ชีสไบท์ 

ที่มา : Women’s Health Thailand

Women’s Health Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2556

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้