วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เงินเฟ้อร่วงต่อเนื่องเดือนที่ 11 คาดปี 59 ขยายตัวกรอบ 1-2% ศก.โลกฟื้น

เงินเฟ้อร่วงต่อเนื่องเดือนที่ 11 คาดปี 59 ขยายตัวกรอบ 1-2% ศก.โลกฟื้น

  • Share:

ผอ.สนค. เผย เงินเฟ้อเดือน พ.ย. เทียบกับปีก่อนหดตัว -0.97% ส่งผลติดลบต่อเนื่องเดือนที่ 11 คาด ปี 59 มีแนวโน้มขยายตัวเป็นบวกอยู่ในกรอบที่ 1-2% เชื่อ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น ทำราคาสินค้าปรับขึ้น

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 58 นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน พ.ย. 58 อยู่ที่ 106.15 หดตัว -0.97% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ย.57 ซึ่งติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ตลาดคาดการณ์ -0.9% และหากเทียบกับเดือนก่อนหน้า (ต.ค.58) CPI หดตัว -0.32% จากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ 91 95 น้ำมันดีเซล ผักและผลไม้สด รวมทั้งราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่ ที่ปรับตัวลดลงตามปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมาก ขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงเท่าเดิม เมื่อเทียบกับเดือน พ.ย.57 ลดลง 0.97% และเมื่อเทียบเฉลี่ย 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.58) กับระยะเดียวกันของปี 57 ลดลง 0.90% (AoA)

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปไม่รวมกลุ่มราคาอาหารสดและพลังงาน) ยังคงขยายตัวสูงขึ้นที่ 0.88% (YoY) ทั้งนี้ มีสินค้าที่ราคาสูงขึ้น 153 รายการ ทรงตัว 189 รายการ และลดลง 108 รายการ ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน พ.ย.58 อยู่ที่ 106.13 ขยายตัว 0.88% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ย.57 และเพิ่มขึ้น 0.05% เมื่อเทียบกับ ต.ค.58 ส่งผลให้ Core CPI เฉลี่ย 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.58) ขยายตัว 1.09%

อย่างไรก็ดี คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังติดลบต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ และยังอยู่ในกรอบเดิม ที่กระทรวงพาณิชย์เคยคาดการณ์ไว้ที่ -1.0 ถึง -0.2% โดยมีแนวโน้มสูงที่อัตราเงินเฟ้อจะติดลบมากกว่า -0.5% ส่วนแนวโน้ม อัตราเงินเฟ้อในปี 59 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ โดยอยู่ในกรอบที่ 1-2% เนื่องจากเชื่อว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้น ส่งผลให้ภาวะการค้าและราคาสินค้าต่างๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม ประกอบกับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่จะปรับสูงขึ้นกว่าในปีนี้

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 59 บนสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้ 1. อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีหน้าเติบโตได้ 3-4% 2. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยที่ 48-54 ดอลลาร์/บาร์เรล 3. อัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 36-38 บาท/ดอลลาร์

สำหรับเดือน พ.ย. 58 ดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่ม อยู่ที่ 114.43 เพิ่มขึ้น 0.88% เมื่อเทียบกับ พ.ย.57 แต่หดตัว -0.63% เมื่อเทียบกับ ต.ค.58 ตามการลดลงของราคา ผลไม้สด ได้แก่ ส้มเขียวหวาน องุ่น ชมพู่ ผักสด ได้แก่ ผักคะน้า ผักชี ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดหอม พริกสด และอาหารสดประเภท เนื้อสุกร ไข่ไก่ ไก่สด รวมทั้งการลดลงของราคาสินค้าประเภทเครื่องปรุงรส สำหรับสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์นม เช่น นมสด นมข้นหวาน นมผง นมถั่วเหลือง เครื่องประกอบอาหาร เช่น น้ำตาลทราย น้ำมันพืช มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) และอาหารสำเร็จรูป ได้แก่ กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารเช้า อาหารเย็น (อาหารตามสั่ง) และอาหารแบบตะวันตก (ไก่ทอด พิซซ่า)

หมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ดัชนีราคาลดลง 0.16% (MoM) จากการลดลงของราคา น้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ 91 95 E20 E85 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน 95 ค่าทัศนาจรต่างประเทศ เบียร์ น้ำยาระงับกลิ่นกาย ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาล้างจาน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น (น้ำยาถูพื้น) ลิปสติก เสื้อเชิ้ตสตรี รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ สำหรับสินค้าและบริการที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ ค่าเช่าบ้าน วัสดุก่อสร้าง (แผ่นไม้อัด กระเบื้องซีเมนต์ใยหินมุงหลังคา สีน้ำพลาสติก) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและของใช้ส่วนบุคคล (ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยารีดผ้า สบู่ถูตัว ยาสีฟัน น้ำหอม กระดาษชำระ).

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้