วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.ภูเก็ตซิวแก๊งลักบัตรเครดิต นทท.รูดซื้อของก่อนส่งขายต่อ กทม.

ตร.ภูเก็ตซิวแก๊งลักบัตรเครดิต นทท.รูดซื้อของก่อนส่งขายต่อ กทม.

  • Share:

รวบทั้งแก๊ง!! ตำรวจภูเก็ต รวบแก๊งลักบัตรเครดิตชาวต่างชาติ ก่อนตระเวนรูดช็อปสินค้า แล้วนำส่งขายต่อในกรุงเทพฯ มูลค่านับล้านบาท โดยมีทีมฉกบัตรจากกระเป๋านักท่องเที่ยวขณะเดินทางในรถโดยสาร สุดท้ายไปไม่รอดจนมุม ตร.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 ธ.ค. ที่หน้าตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รอง.ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน รอง.ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต แถลงข่าวการจับกุมนายพิธาวัชร์ หรือ ชิต อัครฐิติวีรกุล หรือชื่อเดิม นายกาวาง ฝ้ายเพ็ชร หรือ นายอนุชิต ฝ้ายเพ็ชร อายุ 53 ปี ชาวบ้าน ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โดยพื้นเพเป็นคนใน ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตรเครดิต) ของชาวต่างชาติจำนวน 5 ใบ รถยนต์จำนวน 2 คัน พร้อมกับตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการนำเอาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นไปชำระค่าสินค้า เช่น บุหรี่จำนวน 300 ห่อ หรือ 60,000 มวน มูลค่ากว่า 180,000 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงจำนวน 3 เครื่อง มูลค่ากว่า 47,000 บาท นาฬิกายี่ห้อกุชชี่จำนวน 1 เรือน มูลค่ากว่า 30,000 บาท สินค้าจำพวกกล้องถ่ายรูปมูลค่ากว่า 30,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำดังกล่าว และได้ถูกเพื่อนที่ร่วมกันก่อเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมนำไปจำหน่ายในกรุงเทพฯก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย โทรศัพท์ยี่ห้อแอปเปิลรุ่นไอโฟน 6 เอสพลัส จำนวน 2 เครื่อง มูลค่ากว่า 50,000 บาท โทรศัพท์ยี่ห้อแอปเปิลรุ่นไอโฟน 6 เอส จำนวน 10 เครื่อง มูลค่ากว่า 250,000 บาท และแท็บเล็ตยี่ห้อแอปเปิล รุ่นไอแพดมินิ อีกจำนวน 2 เครื่อง มูลค่ากว่า 60,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่นำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติไปใช้ชำระสินค้านับล้านบาท

พ.ต.อ.พินิจ กล่าวว่า ก่อนมีการจับกุมนายพิธาวัชร์ ชุดสืบสวน ภ.จว.ภูเก็ต ได้รับการประสานจากสถานบันการเงินว่า มีการนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติไปใช้ชำระค่าสินค้าในลักษณะที่ผิดปกติ ซึ่งเชื่อว่าเป็นบุคคลอื่นนำไปใช้ จึงได้ขยายผลสืบสวนสอบสวนตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้ จนกระทั่งได้ตำหนิรูปพรรณผู้ต้องสงสัย จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้มีประวัติกระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง และทราบว่ามักจะก่อเหตุในห้างสรรพสินค้าในช่วงเวลา 14.00 น. ของทุกวัน จึงได้วางแผนดักซุ่มติดตามพฤติกรรม จนกระทั่งเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา พบนายพิธาวัชร์กำลังใช้บัตรเครดิตชำระสินค้าอยู่ภายในห้างเทสโก้โลตัส สาขาฉลอง ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงเฝ้าดู และเชื่อว่านายพิธาวัชร์ไม่ได้ลงมือเพียงลำพัง จนกระทั่งนายพิธาวัชร์เดินออกจากห้างมุ่งตรงไปที่รถยนต์จอดสตาร์ตเครื่องยนต์อยู่ที่ลานจอดรถ ชุดสืบสวนที่ดักซุ่มอยู่จึงได้แสดงตัวจับกุม แต่นายพิธาวัชร์ได้วิ่งขึ้นรถหลบหนีไปได้ จากนั้นชุดสืบสวนได้ใช้อาวุธปืนยิงยางรถจนแตก โดยคนร้ายได้ทิ้งรถไว้ที่ซอยป่าหล่าย ต.ฉลอง อ.เมือง ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 3-5 กม.ก่อนจะขึ้นรถเก๋งมาสด้า 2 หลบหนีไป จากนั้นได้วิทยุแจ้งสกัดจับไปยังจุดตรวจต่างๆ

กระทั่งเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจภูเก็ต ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พบรถต้องสงสัยดังกล่าวกำลังขับออกจากพื้นที่ จ.ภูเก็ต มุ่งหน้าไปยัง จ.พังงา จึงไล่ติดตามไปจนถึงบริเวณซอยเขาปิหลาย ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และสามารถจับกุมนายพิธาวัชร์ พร้อมของกลางบางส่วนไว้ได้

เบื้องต้น นายพิธาวัชร์ ให้การสารภาพว่า ตนเองเป็นเครือข่าย และทำงานกันเป็นทีม โดยจะมีทีมที่ทำหน้าที่ขโมยบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัตรเครดิตของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางบนรถโดยสารระหว่างเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ จากนั้นจะส่งบัตรให้แก่นายพิธาวัชร์ ทางคาร์โก้หรือนำมาส่งที่สนามบิน และจะรีบนำบัตรที่ได้มาไปรูดชำระค่าสินค้าต่างๆตามห้างร้าน โดยเน้นสินค้าที่เป็นชิ้นเล็กๆ แต่มีราคาสูง เพื่อนำมาขายต่อให้กับร้านในเครือข่าย ก่อนที่จะนำเงินไปแบ่งกัน โดยคนที่ขโมยบัตรจะได้ค่าบัตรใบละ 10,000 บาทต่อ 1 ใบ โดยนายพิธาวัชร์ จะตระเวนรูดซื้อสินค้าตามห้างร่วมกับนายรักรบ หรือ อัฐ ดรุณพันธ์ ซึ่งเป็นคนขับรถหลบหนี ขณะที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุมและอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมมาดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน และร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้