วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าตกสำรวจกลุ่มอาชีพ

อย่าตกสำรวจกลุ่มอาชีพ

  • Share:

ในช่วงเวลาของการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มต่างๆ มีความคิดหลากหลายเข้าสู่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่ขาดระยะ กรธ. เองก็ได้มีมติไปแล้วหลายเรื่อง ดูเหมือนจะยืนยันให้รวมการเลือกตั้ง ส.ส. แบบเขต กับ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ในบัตรเดียวกัน บังคับให้เลือกตั้งคนละพรรค ส่วน ส.ว. มีแนวโน้มให้มาจากเลือกตั้งทางอ้อม

ประเทศไทยเคยมี ส.ว. มาหลายรูปแบบ แต่แบบยอดนิยมที่สุดคือ ส.ว.ที่มาจาก “การแต่งตั้ง” เนื่องจาก ส.ว. ไทยส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร วัตถุประสงค์สำคัญคือการสืบทอดอำนาจ โดยให้ ส.ว.มีอำนาจเกือบเท่า ส.ส. เพิ่งจะมี ส.ว. เลือกตั้งทั้งหมดครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ 2540 และเลือกตั้งครึ่งแต่งตั้งครึ่งในรัฐธรรมนูญ 2550

แต่ กรธ. ชุดปัจจุบันชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่เอาทั้งเลือกตั้งล้วน หรือแต่งตั้งล้วน หรือแบบผสม แต่จะให้ “เลือกตั้งทางอ้อม” โดยกลุ่มอาชีพ โดยอ้างว่าถ้ามาจากเลือกตั้งล้วน ส.ว.จะเป็นคนกลุ่มเดียวกับ ส.ส. และถูกการเมืองแทรกแซงจึงยอมตัดอำนาจการถอดถอนนักการเมืองของ ส.ว. ออกไป เพื่อจะไม่ต้องมาจากเลือกตั้ง

ที่มาของ ส.ว. จากกลุ่มอาชีพไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่เป็นเรื่องที่พูดกันทุกครั้งที่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐธรรมนูญ 2517 ที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยมากสุดฉบับหนึ่ง ได้เขียนไว้ว่า ส.ว.แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้ความชำนาญในวิชาการ หรือกิจการต่างๆ แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามาจากกลุ่มอาชีพ แต่มีความหมายใกล้กัน แต่ ส.ว.จริงส่วนใหญ่มาจากข้าราชการ

ส่วน กรธ. ต้องการระบุให้ชัดเจนว่า ส.ว.มาจาก “กลุ่มอาชีพ” ขณะนี้คิดได้ 20 กลุ่ม ให้เลือก ส.ว. กลุ่มละ 10 คน รวมเป็น 200 คน แต่อาจจะมีปัญหาว่าทำไมจึงมีแค่ 20 อาชีพ จะมีปัญหากลุ่มอาชีพที่ตกสำรวจหรือไม่? และอาจจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งนับสิบๆ ล้านคน ขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิ์เลือก ส.ว. เพราะไม่มีกลุ่มอาชีพ ทั้งๆที่คนไทยทุกคนล้วนแต่ต้องมีอาชีพ

หาก กรธ.ยังยืนยันจะต้องให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม ขอให้อ่านผลการสำรวจความเห็นคนไทยทั่วประเทศ โดยกรุงเทพโพล เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พบว่ามีถึง 58.9% อยากให้ ส.ว. มาจากเลือกตั้งทั้งหมด 25.7% ชอบระบบผสมสรรหากับเลือกตั้ง มีเพียง 9.0% ที่ชอบแบบเลือกตั้งทางอ้อม คน 61.6% เชื่อว่า ส.ว. เลือกตั้งจะได้คนเก่งมาทำงาน

กรธ. เชื่อว่าเมื่อตัดอำนาจการถอดถอนนักการเมืองแล้ว ส.ว. จะมาจากไหนก็ไม่สำคัญ แสดงว่ามองข้ามอำนาจที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งกรรมการองค์กรอิสระต่างๆ รวมทั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจให้คุณให้โทษได้มากกว่าอำนาจการถอดถอน จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่บางครั้งการเมืองเข้าแทรกแซงครอบงำวุฒิสภา จนกลายเป็น “สภาทาส”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้