วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'สามารถ' ปูดการจัดซื้อระบบกลั่นกรองผู้โดยสรร ทอท.ส่อกลิ่นไม่ดี

'สามารถ' ปูดการจัดซื้อระบบกลั่นกรองผู้โดยสรร ทอท.ส่อกลิ่นไม่ดี

  • Share:

"สามารถ" เกาะติดการจัดซื้อระบบกลั่นกรองผู้โดยสารของ การท่าอากาศยานไทย ที่จะเร่ิมใช้ 6 สนามบินวันที่ 1 ธ.ค.นี้ โดยโพสต์เฟซบุ๊กจี้ระบบขนส่งมวลชน พร้อมเผยข้อมูล การว่าจ้างของ ทอท. ส่อกลิ่นไม่ดี หลังว่าจ้างเงินสูงถึง 8 พันกว่าล้าน...

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อชื่อ "ระบบตรวจสอบและกลั่นกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS)กลิ่นไม่ดี" มีใจความว่า วันที่ 1 ธ.ค. จะมีการเริ่มใช้ระบบตรวจสอบและกลั่นกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (Advance Passenger Processing Service หรือ APPS) ณ สนามบิน 6 แห่ง ภายใต้การกำกับดูแลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. รวม 6แห่งคือ 1.สนามบินสุวรรณภูมิ 2.สนามบินดอนเมือง 3.สนามบินภูเก็ต 4.สนามบินเชียงใหม่ 5.สนามบินเชียงรายและ 6.สนามบินหาดใหญ่ โดย APPS เป็นระบบป้องกันไม่ให้อาชญากรขึ้นเครื่องบิน และป้องกันไม่ให้อาชญากรเข้าประเทศ ระบบนี้เกิดจากเหตุการณ์สลัดอากาศจี้เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐอเมริกาได้เสนอแนะให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization หรือ ICAO) เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ และให้นำ APPS มาใช้เพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า ใครมีชื่ออยู่ใน Blacklist ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบิน

นายสามารถ ระบุด้วยว่า ขณะนี้ ทอท.ได้ว่าจ้างเอกชนรายหนึ่งให้เป็นผู้ให้บริการ APPS ในวงเงินสูงถึง 8,313.9 ล้านบาท ในระยะเวลาการให้บริการ 5 ปี โดยสายการบินจะเป็นผู้เก็บค่าบริการจากผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากค่าตั๋วเที่ยวบินละไม่เกิน 50 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คน (อัตรานี้จะขึ้นอยู่กับผลการประมูล) ในจำนวน 50 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คนนี้ เอกชนผู้ให้บริการจะได้รับไม่เกิน 32 บาทต่อผู้โดยสาร1 คน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ 5 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คน เพื่อเป็นค่าสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและกลั่นกรองผู้โดยสารล่วงหน้า ในส่วนความรับผิดชอบของสตม. ส่วนเงินที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ประเด็นที่เป็นปัญหาสำคัญก็คือ ในขณะที่ทอท. เปิดประมูลหาผู้ให้บริการนั้น ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (Terms of Reference หรือ TOR) ได้ระบุให้ ทอท. จ่ายเงินจำนวน 5 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเป็นส่วนที่ สตม. จะได้รับผ่านเอกชนผู้ให้บริการ การระบุเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อบัญชีรายได้ของบริษัทผู้ให้บริการ เพราะเงินส่วนนี้ถือเป็นรายได้ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องชำระภาษีรายได้นิติบุคคล ที่สำคัญ  ทอท. ได้ระบุชัดเจนว่า เงินจำนวน 5 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คนนั้น เป็นค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ของสตม. ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ ดังนั้น เงินจำนวนดังกล่าวจึงต้องถือว่าเป็นรายได้แผ่นดิน บริษัทเอกชนไม่สามารถรับแทนได้

ส่วนประเด็นเงินจำนวน 5 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คน ซึ่งเป็นค่าตอบแทนของ สตม. นั้น เมื่อตอนที่ผมยังเป็น ส.ส. และเป็นกรรมาธิการการคมนาคมได้เชิญให้ ทอท. มาชี้แจง เมื่อเดือนตุลาคม 2556 หลังจากที่ ทอท. เปิดประมูลครั้งแรก ซึ่งมีบริษัทเข้ายื่นประมูลเพียงบริษัทเดียวเท่านั้น จากบริษัทที่ซื้อซองประมูลทั้งหมด 8 ราย ปรากฏว่าผู้แทนของ ทอท.ไม่สามารถชี้แจงได้ ต่อมา ทอท.ได้ยกเลิกการประมูลครั้งแรกไป ประเด็นนี้มีบริษัทผู้สนใจเข้าประมูลสอบถามทอท. ในโอกาสอื่นด้วย แต่ ทอท. ก็ไม่สามารถตอบได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ทอท. ได้เดินหน้าเปิดประมูลครั้งที่ 2 โดยกำหนดให้บริษัทที่สนใจยื่นซองประกวดราคาในวันที่ 21 เมษายน 2557 เป็นที่น่าสังเกตว่า ทอท. ยังคงข้อความการจ่ายเงินในส่วนความรับผิดชอบของ สตม. ไว้เช่นเดิม นั่นคือ ทอท. ต้องจ่ายผ่านบริษัทผู้ให้บริการทำให้มีบริษัทเข้าร่วมประมูลเพียง 2 ราย จากบริษัทที่ซื้อซองทั้งหมด 8 ราย ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่าบริษัทที่ไม่ยื่นประมูลเห็นว่า เป็นการไม่ถูกต้องที่จะรับเงินแทน สตม.ก็ได้

ต่อมาหลังจากมีการยื่นซองประกวดราคาเป็นเวลาหลายเดือน ทอท.ได้ตัดข้อความดังกล่าวออกจาก TOR แล้วทำการเปิดซองประกวดราคาในวันที่ 6 มีนาคม 2558 หลังจากนั้นมีการเจรจาต่อรองราคา ซึ่งได้ข้อสรุปว่าผู้โดยสารจะต้องเสียค่าบริการเที่ยวละ 35 บาท (ไม่รวมค่าตอบแทนของ สตม.) การตัดข้อความดังกล่าวออกหลังจากมีการยื่นซองทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบขึ้น กล่าวคือหากไม่มีข้อความดังกล่าวใน TOR ตั้งแต่ก่อนการยื่นซอง อาจทำให้มีบริษัทสนใจเข้าร่วมประมูลมากกว่า 2 รายก็ได้ ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ ทอท. ได้ตัดข้อความดังกล่าวออกไปแล้ว ทอท. จะต้องยกเลิกการประมูลครั้งที่ 2 และเปิดการประมูลใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อบริษัทผู้สนใจทุกราย อนึ่ง การตัดข้อความดังกล่าวออกเป็นการยืนยันว่า ทอท. เห็นว่าเป็นการไม่ถูกต้องที่ระบุให้บริษัทผู้ให้บริการรับเงินแทน สตม. ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้คัดค้าน APPS ซึ่งเป็นระบบที่มีประโยชน์ แต่ผมต้องการให้การประมูลเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมเท่านั้น.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้