วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทหารคุม 'ตู่-เต้น' กัก10ชม. ก่อนปล่อยตัวกลับ

ทหารคุม 'ตู่-เต้น' กัก10ชม. ก่อนปล่อยตัวกลับ

  • Share:

ฝ่าฝืนห้ามไปอุทยานราชภักดิ์ ‘ประวิตร’จวกหวังผลการเมือง ผบช.ก.ยันยังไม่จับเพิ่มม.112

ปล่อยแล้ว “ตู่-เต้น” แกนนำ นปช.หลังถูกกักตัวค่ายทหารนานกว่า 10 ชั่วโมง ส่งกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย หลังทหารบุกรวบกลางตลาดมหาชัยเมืองใหม่ สกัดก่อนเคลื่อนขบวนไปดูปมทุจริตอุทยานราชภักดิ์ ใช้มาตรา 44 ควบคุมขึ้นรถยนต์เข้าค่ายสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี ทำบันทึกเตือนความจำจะไม่เคลื่อนไหวอีก ที่ผ่านมาแค่ปรับทัศนคติ แต่ออกมาป่วนหลายครั้ง พร้อมตรวจร่างกายกันข้อครหาทำร้าย “ประวิตร” ชี้แกนนำ นปช.ไปเพื่อเปิดประเด็นการเมือง ลั่นไม่ใช่จุดอ่อนรัฐบาล ชี้กระแสกดดันให้ พล.อ.อุดมเดชลาออก เชื่อ “บิ๊กโด่ง” มีวุฒิภาวะมากพอที่จะคิดเองได้ว่าควรลาออกหรือไม่ ขณะที่ลูกข่ายเพื่อไทย จี้ปล่อยตัวทันทีก่อนมีเหตุลุกลาม เย้ยรัฐบาลมีพิรุธปิดกั้นการตรวจสอบ ด้าน “เรืองไกร” ส่งสำเนาราคากลาง 12 รายการให้ สตง.จี้สอบใช้งบผิดกฎหมาย ส่วน “บิ๊กแป๊ะ” ยัน ย้ายผู้การกองปราบฯผิดแค่ไม่ดูแลลูกน้อง

กรณี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการชุดใหม่ตรวจสอบการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เตรียมเดินทางไปตรวจสอบปมทุจริตการก่อสร้างฯแม้ทหารมากดดันถึงหน้าบ้าน ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิ-พราหมณกุล รอง ผบ.ตร. หลังขออำนาจศาลทหารออกหมายจับอดีตทหารและตำรวจหลายรายคดีแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ และเตรียมออกหมายจับตำรวจระดับสูงอีก หลังร่วมกับนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ โดยหมอหยองและสารวัตรเอี๊ยดเสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งย้าย พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส.และ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.ไปปฏิบัติหน้าที่ ศปก.ตร.

ทหาร ตร.ปิดล้อมก่อน “ตู่-เต้น” มา

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. เมื่อวันที่ 30 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร และทหารกรมทหารสื่อสารที่ 1 ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน จ.สมุทรสาคร และมณฑลทหารบกที่ 16 (มทบ.16) จ.ราชบุรี ร่วม 50 นาย เข้าปิดล้อมตลาดมหาชัยเมืองใหม่ ต.คอกกระบือ อ.เมืองสมุทรสาคร เป็นสถานที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 2 แกนนำ นปช. นัดสื่อมวลชนให้สัมภาษณ์ ถึงการเดินทางไปเยี่ยมชมอุทยานราชภักดิ์ หลังพบมีการทุจริต จากนั้นเวลา 09.45 น. กลุ่มแกนนำ นปช.ที่ใกล้ชิดนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสย-เกื้อ ได้เริ่มทยอยกันเดินทางมาถึงจุดนัดหมาย ได้แก่นายสมหวัง อัสราษี นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แต่ไม่ปรากฏตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

“เต้น” แจงไม่ได้เล่นเกมการเมือง

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เดินทางมาถึงตลาดมหาชัยเมืองใหม่ และให้สัมภาษณ์ว่า ตนและนายจตุพรจะเดินทางเข้าไปดูโครงการอุทยาน ราชภักดิ์ เพื่อสักการะบูรพมหากษัตริย์ไทย และสังเกตการณ์ไม่มีเจตนาเล่นเกมการเมือง ไม่มีนัยทาง การเมืองแอบแฝง ไปเพื่อต้องการสักการะและอาจจะไปตรวจสอบตามที่มีข่าวว่ามีการทุจริต เช่น เรื่องค่าหัวคิวโรงหล่อ หากมีจริงก็อาจจะกระทบถึงวัสดุที่ใช้ทำ อาจทำให้การหล่อออกมาไม่สวยไม่มีความคงทน หรือเรื่องต้นปาล์มที่บอกว่าได้รับบริจาค แต่กลับมีการตีราคาต้นละ 3 แสน ไม่ใช่การเคลื่อนไหวเพื่อเผชิญหน้ากับรัฐบาล แต่เราไปในฐานะประชาชนที่ต้องการทราบความจริง ท่านต้องให้ประชาชนลุกขึ้น มามีส่วนร่วม เพราะเรื่องการทุจริตเป็นสิ่งที่เลวร้าย การดำเนินการของรัฐบาลต้องไม่สร้างความเคลือบแคลง การตรวจสอบต้องให้ประชาชนยอมรับ ขอให้เจ้าหน้าที่ทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบถอนกำลังออกไป

วินาทีทหารล็อกตัว “ตู่-เต้น”

ขณะที่นายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์เสร็จ ได้มีทหาร กรมทหารสื่อสารที่ 1 ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน และสารวัตรทหาร มทบ. 16 เข้าล็อกตัวนำตัวขึ้นรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ตรากงจักร 5200 ระหว่างนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เดินทางมาถึงพอดีและเมื่อลงจากรถ ทหารอีก 4 นาย ได้เข้าควบคุมตัวไปขึ้นรถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 1 กบ 8841 กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ก่อนที่รถควบคุมตัวนายจตุพรจะขับออกไป นายจตุพรได้หมุนกระจกรถลงพร้อมชู 2 นิ้วให้สื่อมวลชน และกล่าวว่า “ผมจะตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม” โดยรถทหารนำตัว 2 แกนนำ นปช.ออกจากตลาดมหาชัยเมืองใหม่ โดยใช้เส้นทางถนนพระราม 2 คาดนำแกนนำทั้งสองไปควบคุมที่ มทบ.16 จ.ราชบุรี โดยมีทีมงานของนายจตุพร และนายณัฐ-วุฒิ ได้ขับรถติดตามไปตลอดเส้นทาง ก่อนที่รถของทีมงานแกนนำที่ขับติดตามไปจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดไว้บริเวณ ต.ท่าราบ อ.เมืองราชบุรี

เตือนแล้วไม่ฟัง จับตาม ม.44

มีรายงานจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กองบัญชาการทัพบก ถึงการนำกำลังทหารเข้าควบคุมนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่จาก กกล.รส. ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลทั้งสอง พร้อมกับโทรศัพท์ไปเจรจาขอความร่วมมือ ไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์พร้อมกลุ่มมวลชน เพราะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองมีความผิดตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 โดยช่วงเช้าวันที่ 30 พ.ย. เจ้าหน้าที่ยังโทรศัพท์ไปขอร้องว่าอย่าเคลื่อนไหว ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะเข้าใจดี แต่พอถึงเวลากลับมีการนัดรวมตัวกันที่ตลาดมหาชัยเมืองใหม่ เจ้าหน้าที่ทหารจึงจำเป็นต้องเข้าไปควบคุมตัวเพื่อไปพูดคุยปรับความเข้าใจตามมาตรา 44 และควบคุมตัวไว้ในสถานที่เหมาะสม คาดว่าไม่เกิน 7 วัน ถ้าพูดคุยกันรู้เรื่องก็อาจปล่อยตัวออกมาก่อนก็เป็นได้ ทั้งนี้ กกล.รส.อยากขอความร่วมมือกับประชาชน อย่าพยายามออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านใดๆ เพราะขณะนี้รัฐบาลและ คสช.กำลังดำเนินการเพื่อนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และเป็นไปตามโรดแม็ป จึงไม่อยากให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง

“บิ๊กจิน” เตือนไม่ควรปล่อยให้ลุกลาม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและสมาชิก คสช. กล่าวถึงเจ้าหน้าที่ ทหารควบคุมตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 2 แกนนำ นปช. ที่บริเวณชุมชนมหาชัยเมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรสาคร ว่า ขอไปตรวจสอบข้อมูลก่อน แต่คิดว่าไม่ควรปล่อยให้เหตุการณ์ลุกลามควรพูดคุย กัน เพราะด้วยตัวโครงการและมูลนิธิที่จัดขึ้น ถือว่าน่าชื่นชม แต่พอมีการมาพูดในแง่ลบก็ทำให้เสียความ รู้สึก เสียกำลังใจ เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่เพราะ ป.ป.ช.จะเข้าตรวจสอบ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ขั้นต้นทราบเจตนามูลนิธิคือใช้เงินบริจาค ไม่ทราบว่ามีงบราชการ เมื่อถามต่อว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า อย่างที่บอก เรื่องดีๆ อย่าทำให้เป็นเรื่องการเมือง จะทำให้ผู้ที่มีความปรารถนาดีต่อโครงการเสียความรู้สึก

“บิ๊กป้อม” ระบุไปเพื่อเปิดประเด็นการเมือง

ก่อนหน้านี้ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นัดหมายจะเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ ว่า อยากถามว่าสมควรหรือไม่ที่จะไปอุทยานราชภักดิ์ ขณะนี้กระทรวงกลาโหมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องนี้ควรจบได้แล้วเพราะคณะกรรมการจะตรวจสอบเจาะจงไปที่ตัวบุคคล เมื่อผลสอบสวนออกมาจะได้ทราบรายละเอียด ต้องให้เวลาคณะกรรมการทำงานก่อน หากนายจตุพรและนายณัฐวุฒิ ไปอุทยานราชภักดิ์จะกลายเป็นประเด็นการเมือง อย่ามาบอกว่าไปเพื่อตรวจสอบเรื่องคอร์รัปชัน เพราะมันไม่ใช่ จะไปเพื่ออะไร ถ้าจะไปก็เพื่อเปิดประเด็นการเมือง บอกแล้วว่าทหารไม่ได้เล่นการเมือง ทุกอย่างผิดก็ผิด ถูกก็ถูกว่าไปตามนั้น บอกตรงๆว่าไม่ควรไป ส่วนจะถูกเจ้าหน้าที่ทหารสกัดหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เชื่อว่าอีกสักพักก็คงคิดได้ เพราะโตๆกันแล้ว

ย้ำทหารไม่เล่นการเมือง

เมื่อถามว่าได้หารือกับนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.มีความหนักใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในส่วนของตนไม่หนักใจ เพราะทุกคนก็โตและมีอายุมากกันแล้ว บอกหลายครั้งแล้วว่าทหารไม่เล่นการเมือง รวมถึงตนด้วย เราทำงานทุกอย่างตรงไปตรงมา ไม่อยากให้ไปเกี่ยวข้องหรือโยงเป็นเรื่องต่างๆ ที่ตั้งข้อสงสัยกันว่าการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์มีการทุจริตหรือไม่ ก็กำลังตรวจสอบกันอยู่ หากมีคนทำผิดจริงเดี๋ยวก็หาเจอ ในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตนอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ยืนยันว่ากองทัพบก เจ้าหน้าที่ดำเนินการด้วยความโปร่งใส

เชื่อ “บิ๊กโด่ง” มีวุฒิภาวะ

ส่วนกระแสกดดันให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ลาออกคิดว่าเขาก็ต้องคิดเอง ส่วนลาออกแล้วจะมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร ยังไม่ได้คิดว่า เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ที่ผ่านมายังไม่ได้คุยกับ พล.อ.อุดมเดช คุยเรื่องงานกันมากกว่า “ผมมองว่า พล.อ.อุดมเดช มีวุฒิภาวะมาก เป็นถึงอดีต ผบ.ทบ. ท่านคงคิดของท่านอยู่ว่าควรจะทำอย่างไร ผมคงไม่ต้องไปบอกท่านว่าต้องคิดแบบนี้หรือแบบนั้น เพราะไม่ใช่เด็ก อย่างไรก็ตาม คงไม่มีสัญญาณจากผู้ใหญ่บอกให้ท่านดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะผมก็เป็นผู้ใหญ่ ยืนยันว่าเรื่องอุทยานราชภักดิ์ไม่ใช่จุดอ่อนของรัฐบาล เพราะเรามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องทุจริตแล้ว” พล.อ.ประวิตรกล่าว

“บิ๊กป๊อก” ลั่นไม่ยอมให้ก่อกวน

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คสช.มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย สภาวะนี้ไม่ใช่สภาวะปกติ หาก คสช.ตัดสินใจว่าอะไรที่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ก็ต้องระงับ ตนไม่ได้ตอบว่าการจับกุมดีหรือไม่ดี แต่ถ้าจะมาก่อกวน หรือก่อให้เกิดเหตุความไม่สงบ ลืมไปได้เลย ไม่มีใครปล่อยให้เกิด สิ่งที่เกิดขึ้นคิดว่าประชาชนน่าจะเข้าใจ เพราะบ้านเมืองเราคงไม่ต้องการความขัดแย้ง ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้น แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ทำตามกฎหมาย ใครต้องสอบสวนอะไรก็ทำไปตามกฎหมาย ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก ประเทศถึงเดินหน้าได้

รวบแกนนำ นปช.เพื่อความมั่นคง

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กรณีทหารรวบตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ว่าไม่รู้ว่าคนที่รวบตัวมีเหตุผลอะไร แต่พื้นฐานการควบคุมตัวทหารคงจะมีเหตุผลด้านความมั่นคง และเจ้าหน้าที่เขาอาจมีเหตุในการทำงาน เชื่อว่าไม่มีใครทำโดยที่ไม่มีเหตุผล ก่อนหน้านี้ คสช.ไม่ได้พูดคุยกรณีนายจตุพรและนายณัฐวุฒิจะเดินทางไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์อาจจะเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงดูแลเรื่องนี้และตนไปตอบแทนคนอื่นไม่ได้

ให้ “บิ๊กโด่ง” ลาออกด้วยเหตุผลใด

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า ส่วน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม สมควรจะลาออกหรือไม่ ตนเห็นว่าเรื่องการลาออกจากตำแหน่ง เป็นเรื่องของ พล.อ.อุดมเดชกับนายกฯไม่มีใครตอบแทนได้ ถ้าตอบด้วยเหตุของกฎหมายและเหตุของเหตุการณ์วันนี้ ต้องบอกว่าเรากำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ การสอบสวนยังไม่มีข้อยุติ แล้วจะให้ พล.อ.อุดมเดชลาออกด้วยเหตุผลใด ตรงนี้ต้องพูดให้ชัดว่าประเด็นใด ถ้าให้ลาออกด้วยประเด็นการกระทำความผิด แต่ตอนนี้การสอบสวนยังไม่ได้ข้อยุติ อย่างไรก็ตาม ถ้าจะเทียบเคียงเรื่องนี้กับกรณี คสช.มีคำสั่งใช้ ม.44 เพื่อดำเนินการกับข้าราชการพัวพันทุจริต กรณีดังกล่าวขณะนั้นศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้ตรวจสอบชี้ว่ามีมูลของการกระทำความผิดและมีหลักฐานเพียงพอและตรวจสอบเรียบร้อย และการกระทำความผิดยังไม่ยุติตามกระบวนการยุติธรรม แต่ได้ยุติในขั้นของการตรวจสอบของ ศอตช. ถึงได้มีการประกาศรายชื่อข้าราชการพัวพันทุจริตออกมา ถึงได้สั่งพักงานข้าราชการดังกล่าว เพื่อจะได้ตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมต่อไป ดังนั้น เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ขณะนี้เบื้องต้น ศอตช.ยังตรวจสอบกรณีทุจริตอุทยานราชภักดิ์ไม่เสร็จ ถ้าจะให้ พล.อ.อุดมเดชลาออกเพื่อให้การตรวจสอบมีความโปร่งใสและลดกระแส เหมือนกับกรณีใช้ ม.44 กับข้าราชการทุจริต มันคงไม่ใช่ เพราะมันยังไม่มีผลสรุป

“ก่อแก้ว” ชี้เผด็จการคุกคามสิทธิ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ระหว่างเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ โดยไม่แจ้งให้ทราบว่าจะควบคุมตัวที่ใด นานแค่ไหน และด้วยเหตุผลอะไร การเข้าควบคุมตัวทั้ง 2 คนท่ามกลางสื่อมวลชนที่รอทำข่าวและประชาชนจำนวนมาก เป็นการใช้อำนาจเผด็จการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างชัดเจน โดยไม่สนใจสายตาและความรู้สึกของคนไทยและนานาชาติ และยังเป็นการแสดงถึงความ ต้องการขัดขวางการตรวจสอบการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ ทั้งที่ คสช.ประกาศต่อสังคมว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาทุจริต แต่เมื่อมีบุคลากรของ คสช.เกี่ยวข้องกับการทุจริต คสช.กลับพยายามขัดขวางไม่ให้มีการตรวจสอบ เป็นการตอกย้ำให้สังคมเพิ่มความเคลือบแคลงสงสัยในการทุจริตโครงการนี้มากขึ้นไปอีก

เรียกร้องปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข

นายก่อแก้วกล่าวอีกว่า ในฐานะคนไทยและเพื่อนร่วมอุดมการณ์นายจตุพรและนายณัฐวุฒิขอเรียกร้องถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สั่งเจ้าหน้าที่ทหารปล่อยตัวทั้ง 2 คนทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และขอให้เปิดเผยข้อมูลโครงการนี้ทุกประเด็นอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งแต่งตั้งบุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมการตรวจสอบ มิใช่จำกัดวงเฉพาะผู้ตรวจสอบจากกระทรวงกลาโหม และเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมตรวจสอบ ตั้งคำถาม โดยไม่มีการขัดขวางและคุกคาม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า คสช. รัฐบาล หรือ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้อง นปช.ที่กำลังห่วงใยในชะตากรรมของแกนนำทั้ง 2 ท่าน ขอให้อยู่ในความสงบ อย่าไปเคลื่อนไหวหรือดำเนินการใด อาจผิดกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเองและสังคม

ส่อรัฐบาลมีพิรุธ จับ “ตู่–เต้น”

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายจตุพร พรหมพันธ์ุ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แสดงให้เห็นว่าประเด็นการทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์เป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่ ทำให้รัฐบาลต้องปิดกั้นสิทธิเสรีภาพการตรวจสอบของประชาชน รัฐบาลกำลังมีพิรุธ การที่ทหารจับกุมตัวบุคคลทั้งคู่ถือเป็นความผิดพลาดของรัฐบาล มีแต่จะสร้างผลเสียโดยเฉพาะทางด้านการเมืองอย่างใหญ่หลวง เท่ากับรัฐบาลต้องการปิดกั้นไม่ให้ตรวจสอบพวกเดียวกันเอง รัฐบาลกำลังกลัวเกินกว่าเหตุ หวังปิดปากนายจตุพรและนายณัฐวุฒิ สวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลทหารประกาศมาตลอดว่าต้องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน แต่กลับพยายามปิดบังการทุจริตตัวเองหรือไม่

ขอเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนายจตุพรและนายณัฐวุฒิโดยเร็วที่สุด และอย่าใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง อย่าใช้เพื่อจับกุมคุมขังประชาชนที่ต้องการเข้ามาตรวจสอบ เปิดโปงเรื่องทุจริต สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลขาดความชอบธรรม เสียรังวัด เชื่อว่าไม่สามารถยั่วยุให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวได้ เราไม่มีทางเป็นเครื่องมือให้กลุ่มผู้มีอำนาจที่กำลังขัดแย้งกันเองแน่นอน เราอ่านเกมออก

“วิรัตน์” เตือนรัฐตั้งสติต่อการยั่วยุ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายจตุพรและนายณัฐวุฒิ รัฐบาลต้องระวังตั้งสติให้ดี เพราะกำลังเผชิญกับการยั่วยุ ให้เกิดการใช้กำลังในระดับใดระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องมือของฝ่ายต้านรัฐบาลเพื่อให้เป็นข่าวออกไปทั่วโลก เหตุการณ์ที่เกิดกำลังเข้าทางเข้าล็อกใครบางคน น่าจะมีผู้กำลังนั่งพอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ ดังนั้น รัฐบาลโดยเจ้าหน้าที่ต้องชี้แจงให้ชัดเจน ถึงเหตุผลการควบคุมตัว ข้อหาอะไร นำตัวไปไว้ที่ไหน จะควบคุมตัวกี่วัน เมื่อถามว่าเรื่องนี้ จะกระทบกับเรื่องปรองดองหรือไม่ นายวิรัตน์กล่าวว่า การปรองดองจะเกิดไม่ได้ เพราะแกนนำพวกนี้ไม่ต้องการปรองดองจริง ถ้ายังมีบางคนไม่ยอม ปรองดองไม่มีทางเกิดแน่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยบอกแล้วจะปรองดองได้ ทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน แต่ยังมีบางกรณี เช่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯออกมาโวยวายว่าถูกรัฐบาลกลั่นแกล้งอย่างนั้นอย่างนี้

ปล่อยตัว “ตู่–เต้น” หลังเตือนความจำ

มีรายงานว่า กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)กองบัญชาการกองทัพบก ว่า ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 16 จ.ราชบุรี นำกำลังเข้าควบคุมตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำที่ตลาดมหาชัยเมืองใหม่ ก่อนเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ โดยนำตัวทั้งสองคนไปทำข้อตกลงและหารือ ที่กองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ทหารได้แจงถึงข้อตกลงตามคำสั่ง คสช.ที่เคยทำข้อตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการห้ามเคลื่อนไหวใดๆที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เพราะจะมีความผิดตามมาตรา 44 จึงต้องทำข้อตกลงเพิ่มเติมและให้บันทึกทำความเข้าใจด้วยเพื่อเตือนความจำ

“พล.อ.ธีรชัย” สั่งให้ทำบันทึกความเข้าใจ

“เรื่องนี้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะ ผบ.กกล.รส.มีความเห็นว่าจะต้องทำบันทึกความเข้าใจ เพราะที่ผ่านมาอาจจะไม่มีการทำบันทึก แค่เรียกมาปรับทัศนคติหลายครั้งแล้วก็ปล่อยตัว หลังจากรับปากว่าจะไม่เคลื่อนไหวอีก แต่ครั้งนี้ต้องทำบันทึกเพื่อจะได้เป็นการเตือนสติ ไม่ให้สร้างความวุ่นวายหรือเคลื่อนไหวใดๆอีก รวมถึงให้ตรวจสุขภาพทั้งสองคนก่อนจะปล่อยตัวในค่ำวันที่ 30 พ.ย. เพราะจะไปอ้างว่าถูกทหารทำร้ายร่างกาย จึงต้องทำให้รอบคอบป้องกันการฟ้องร้อง” แหล่งข่าวจาก กกล.รส.ระบุ

ปล่อย “ตู่-เต้น” ถูกกักตัวนาน 10 ชม.

มีรายงานข่าวจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) แจ้งว่า ภายหลังนำตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.ไปพูดคุยและปรับทัศนคติ รวมถึงลงบันทึกเตือนความจำ เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวทาง การเมืองตามที่เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 20.50 น. เจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวทั้งคู่ขึ้นรถตู้ออกจากค่ายสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจน– บุรี เพื่อนำไปส่งที่บ้านป้องกันข้อครหาต่างๆ

“เรืองไกร” ส่งสำเนาราคากลาง

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โดยเอกสารประกอบสำเนาราคากลาง งบประมาณปี 2558 ประกอบด้วย 1.งานสร้างป้ายทางเข้าและอาคารรักษาความปลอดภัย ได้รับจัดสรรงบประมาณ 7,286,000 บาท 2.งานติดตั้งหินอ่อนรอบแท่นพระรูป 7 รัชกาล ได้รับจัดสรร 11,963,600 บาท 3.งานปูพื้นหินลานสักการะ บันได และลานชั้นบนรอบแท่นพระบรมรูป ได้รับจัดสรร 34,980,200 บาท 4.งานสร้างรั้ว รอบบริเวณภายในอุทยานได้รับจัดสรร 9,343,500 บาท 5. งานเหมาออกแบบปั้นขยายพระรูปต้นแบบ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช รวมราคากลางตามข้อ 1 ถึงข้อ 4 จำนวน 63,573,300 บาท ควรตรงกับตัวเลขงบประมาณที่ สตง.ได้ตรวจสอบพบแล้ว แต่จากวงเงินงบประมาณข้างต้น ทำให้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีสินทรัพย์ถาวร เนื่องจากโครงการอุทยานราชภักดิ์ ได้รับการชี้แจงว่าเป็นโครงการที่ใช้เงินจากการรับบริจาค เมื่อตรวจพบว่ามีการใช้งบประมาณแผ่นดินร่วมด้วย ปัญหาที่ตามมา คือ วิธีปฏิบัติทางบัญชีที่อาจเกิดความยุ่งยาก และมีปัญหาว่าการใช้งบประมาณเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ครบถ้วนตามสัญญาหรือไม่

จี้ให้ สตง.สอบใช้งบผิดกฎหมาย

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า 6.งานเหมาออกแบบปั้นขยายพระรูปต้นแบบ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช 7.งานเหมาออกแบบปั้นขยายพระรูปต้นแบบ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 8.งานจ้างปั้นซ่อมแซม ปรับแต่งพระบรมรูปต้นแบบ ทำพิมพ์ และหล่อรูปต้นแบบปูนปลาสเตอร์ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 9. งานจ้างเหมาแรงงานบุคคลภายนอกทำพิมพ์และหล่อต้นแบบปูนปลาสเตอร์ จำนวน 3 พระบรมรูป 10.งานซื้อวัสดุ จำนวน 19 รายการ เพื่อใช้งานพิธีบวงสรวงและอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระบุรพกษัตริย์แห่งสยามทั้ง 7 พระองค์ 11.จัดพิมพ์หนังสือพระบรมราชานุสรณ์สัตตบูรพกษัตริยาธิราช และ 12.งานก่อสร้างรั้วด้านหน้าของโรงเรียนนายสิบทหารบก จ.ประจวบคีรีขันธ์

“บิ๊กแป๊ะ” ยัน “บิ๊กอ้อ” โดนไม่ดูแลลูกน้อง

ด้านการคดีแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงสาเหตุการย้าย พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. ไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร. ว่า พล.ต.ต.อัคราเดช มีส่วนไม่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามระเบียบ หมายความว่า ปล่อยให้มีการไปแอบอ้างเบื้องสูง เมื่อถามต่อว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการกระทำความผิดทางคดี ม.112 ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คงจะต้องเรียกท่านมาคุย ขณะนี้เรียกมาช่วยงานที่ ศปก.ตร. เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่พบข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับสารวัตรเอี๊ยด และหมอหยอง พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปแอบอ้างเท่านั้น เมื่อถามว่า มีการออกหมายจับอดีต พล.ต.ต.อีกนายหนึ่งด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่มเติม เมื่อถามอีกว่าจะมีการออกหมายจับ ผบก.ป.หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ยังไม่พูดถึงดีกว่า

“บิ๊กหมู” ชี้หลักฐานถึงใครจับหมด

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าการออกหมายจับผู้ต้องหาคดีกลุ่มผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ว่า คดีเริ่มต้นจากการจับกุมนายสุริยัน และ พ.ต.ต.ปรากรม ที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยใช้พยานหลักฐานบางครั้งก็มาเร็ว บางครั้งก็มาช้า บางเรื่องก็ต้องใช้เวลา ต้องตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจ บางเรื่องได้จากบุคคลในภายหลัง คดีทั้งหมดมีอายุความ ถ้ามีหลักฐานเพิ่มเติมไม่ว่าใครก็ตามแต่จะดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับทุกรายไปไม่ละเว้น ขอเพียงมีพยานหลักฐาน เมื่อถามว่า การโยกย้าย ผบก.ป.เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวหรือไม่ พล.ต.ท.ฐิติราช ตอบว่า ขอไม่พูด เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา เมื่อถามต่อว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกออกหมายจับเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า เวลานี้ยังไม่มี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า วันข้างหน้าจะไม่มี ถ้ามีพยานหลักฐานก็ต้องดำเนินการ

รวบโพสต์หมิ่นอุทยานราชภักดิ์

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. แถลงข่าวจับกุมนางจุฑาทิพย์ เวโรจนากรณ์ อายุ 61 ปี ข้อหากระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และ พ.ร.บ.ความผิดคอมพิวเตอร์ หลังเข้ามอบตัว ผู้ต้องหาได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อว่า JENY JENY VEROCHANAKORN ส่งข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการสร้างอุทยานราชภักดิ์ กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มีตำรวจ บก.ปอท. แจ้งความไว้ที่ สน.พระโขนง และออกหมายเรียกเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา

กล่าวขอโทษไม่เจตนา

นางจุฑาทิพย์ ผู้ต้องหา ให้การว่า ต้องขอโทษผู้ที่ถูกพาดพิงในเนื้อหาที่เป็นเท็จ ยอมรับว่าเล่นโทรศัพท์มือถือโดยใช้โปรแกรมแอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟซบุ๊กค่อนข้างบ่อยมาก ก่อนที่จะได้รับข้อมูลที่มีการแชร์กันต่อๆมา ตนเพียงแค่อ่านข่าวที่น่าสนใจและกดโพสต์ลงเฟซบุ๊ก บางครั้งก็มีตัดต่อบ้างยอมรับว่าผิด อาจจะเป็นข่าวเท็จบ้าง จริงบ้างก็ไม่ค่อยทราบ จึงขอเตือนให้ระมัดระวังในการโพสต์ข่าวสารต่างๆ

ถูกปล่อยตัวเพราะไม่คิดหลบหนี

จากนั้นตำรวจชุดจับกุมได้นำนางจุฑาทิพย์ ผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง สอบสวน ถ่ายรูปทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ และปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เนื่องจากเข้ามามอบตัวตามหมายเรียกไม่คิดหลบหนี

“เต้น” ถึงบ้านปลอดภัย

ต่อมาเวลา 22.00 น. ทหารจากค่ายสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี ได้นำตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.เดินทางมากับรถตู้ มีรถฮัมวี่ นำหน้าขบวน โดยนายณัฐวุฒิมีสภาพร่างกายปลอดภัย มาส่งตัวที่บ้านพัก ภายในหมู่บ้านเศรษฐสิริ สนามบินน้ำ ถนนนนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี หลังจากส่งเข้าบ้านเรียบร้อย ทหารชุดเดิมที่มาส่งได้จอดรถตู้และรถฮัมวี่อยู่หน้าบ้านเพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของนายณัฐวุฒิ

“ตู่” ยิ้มระรื่นเข้าบ้าน

เวลาไล่เลี่ยกัน มีรายงานว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.มีทหารอีกชุด จากค่ายสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี นำนายจตุพร นั่งรถตู้ มีรถฮัมวี่ นำขบวน มาส่งตัวที่บ้านเลขที่ 99/111 หมู่บ้านวินตาร์ ปาร์ค ซอยวัชรพล แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.มีเพื่อนบ้านใกล้เคียงเห็นยิ้มระรื่นเข้าบ้านอย่างปลอดภัยเช่นกัน โดยไม่มีทหารเฝ้าสังเกตการณ์เหมือนนายณัฐวุฒิ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้