วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศาลจำคุก 2 ปี คุณหญิงเป็ด

ศาลจำคุก 2 ปี คุณหญิงเป็ด

  • Share:

สัมมนาแฝงงานกฐินที่น่าน

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก “หญิงเป็ด” อดีตผู้ว่าการ สตง. พร้อมลูกน้อง ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อ้างจัดสัมมนาที่ จ.น่าน บังหน้าแต่สอดแทรกจัดทริปทอดกฐิน ผลาญงบหลวง 2.9 แสนบาทศาลพิเคราะห์ชัดจัดสัมมนาเท็จ หวังให้คนร่วมงานกฐินเป็นหลักโดยไม่ต้องควักเงินเอง ก่อนสั่งจำคุกคนละ 2 ปี ยื่นหลักทรัพย์คนละ 2 แสนขอประกันตัว “หญิงเป็ด” พ้อหาเงินเข้ารัฐหลักแสนล้าน กลับถูกผู้เสียประโยชน์จากการถูกตรวจสอบร้องโกงเงินจัดสัมมนาหลักแสน เตรียมหารือทนายความยื่นอุทธรณ์สู้คดี

ศาลสั่งจำคุก 2 ปี “คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา” ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เปิดเผยขึ้นที่ห้องพิจารณาคดี 908 ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 พ.ย. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ฟ้องคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หรือคุณหญิงเป็ด อายุ 69 ปี อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และนายคัมภีร์ สมใจ อายุ 69 ปี อดีต ผอ.สำนักงานบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล (สตง.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 83

โจทก์ฟ้องและนำสืบว่าเมื่อระหว่างวันที่ 1 ส.ค.46-31 ต.ค.46 จำเลยทั้งสองร่วมกันสมรู้ร่วมคิดปฏิบัติหน้าที่มิชอบและทุจริต ด้วยการแต่งตั้งให้นายคัมภีร์จำเลยที่ 2 เป็นรองประธานกรรมการ และคณะอนุกรรมการดำเนินการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน พ.ศ.2546 ตามคำสั่งของ สตง.ที่ 102/46 ลงวันที่ 1 ส.ค.46 ทำเรื่องเสนอคุณหญิงจารุวรรณจำเลยที่ 1 เพื่ออนุมัติโครงการสัมมนาเรื่อง “สตง.ในความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภา” วันที่ 31 ต.ค.46 ที่โรงแรมซิตี้ ปาร์ค อ.เมือง จ.น่าน ทั้งที่จำเลยทั้งสองทราบดีว่าวันดังกล่าว สตง.จัดถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดพญาภู และวัดพระธาตุช้างดำวรวิหาร อ.เมือง จ.น่าน แต่จำเลยทั้งสองกลับจัดสัมมนาในช่วงวันดังกล่าว โดยวางแผนนำรายชื่อเจ้าหน้าที่ สตง. ที่เข้าร่วมถวายผ้าพระกฐินมีรายชื่อเป็นผู้เข้าร่วมสัมมนารวมอยู่ด้วย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายการเดินทาง และค่าที่พัก ในการถวายผ้าพระกฐิน อันเป็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณโดยไม่มีสิทธิเบิกจ่ายโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการจัดสัมมนาอย่างแท้จริง เป็นการอำพรางนำเงินงบประมาณ 294,440 บาท ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่นโดยทุจริตเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ต่อมาปี 2547 นายพีรไสว รัตนเอกวาปี รองผู้ว่าราชการ จ.น่าน มีหนังสือกล่าวโทษจำเลยทั้งสอง ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำการไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหา จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความหมายของการสัมมนา ตามระเบียบข้อบังคับของกระทรวงการคลังในการเบิกจ่ายเงินของส่วนราชการ ระบุไว้ว่า การสัมมนาต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ วัน เวลา สถานที่แน่นอนในการจัดสัมมนา บุคลากรที่เข้าร่วม และต้องเป็นการระดมความเห็น หรือการแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อเพิ่มประสิทธิในการพัฒนางาน แต่จากการคำให้การของพยานเป็นเจ้าหน้าที่ สตง. หลายปากในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช. ที่เข้าร่วมสัมมนาให้การสอดคล้องกันว่า ในช่วงของการสัมมนาไม่ได้จัดที่โรงแรมซิตี้ ปาร์ค และไม่มีหัวข้อการสัมมนา รวมทั้งไม่มีการแจกเอกสารประกอบการสัมมนา ขณะที่การมาบรรยายของ ส.ว.น่าน ไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามหัวข้อที่จัดไว้ มีการจัดวางโต๊ะคล้ายโต๊ะจีน ระหว่างงานมีการรับประทานอาหารส่งเสียงดัง ไม่สามารถจับใจความที่บรรยายได้

นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงพบว่า ก่อนถึงวันจัดสัมมนาในวันที่ 31 ต.ค.46 มีการเปลี่ยนสถานที่จัดสัมมนาไปเป็นที่สโมสรสันติภาพ 2 ที่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรร เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นบนสำหรับผู้บริหาร ชั้นล่างสำหรับผู้ร่วมสัมมนา โดยมีเพียงป้ายข้อความต้อนรับจำเลยที่ 1 แต่ไม่มีข้อความระบุหัวข้อหลักสูตร สอดคล้องกับคำให้การของเจ้าหน้าที่โรงแรมซิตี้ ปาร์ค ที่ยืนยันว่า ก่อนถึงวันสัมมนา 3 วัน มีเจ้าหน้าที่ สตง.โทรศัพท์แจ้งยกเลิกการจัดงาน ขณะนั้นโรงแรมยังไม่ได้จัดเตรียมเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม แต่คิดค่าใช้จ่ายเฉพาะป้ายที่ทำไว้แล้ว 300 บาท ต่อมาเดือน พ.ย.46 พบว่าจำเลยที่ 2 เสนอโครงการสัมมนาลักษณะเดียวกันกับที่จัดไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ต.ค.46 เชื่อว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนาจัดสัมมนาตั้งแต่ต้น แต่เกิดจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จำเลยทั้งสองกลัวว่าจะมีผู้เข้าร่วมน้อยจึงจัดสัมมนาในวันเดียวกัน ส่วนการที่ ส.ว.น่าน มาบรรยายพิเศษเพียงคนเดียวไม่ใช่การระดมความเห็นตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริง หากเป็นการบรรยายลักษณะดังกล่าวไม่จำต้องนำคนจำนวนมากเดินทางไป และเวลาการสัมมนายังคลาดเคลื่อนจากที่ระบุไว้ จากเดิมเวลา 08.30-16.30 น. เป็นช่วงเวลา 15.45-19.00 น.

จำเลยต่อสู้ว่าการเปลี่ยนสถานที่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อ ส.ว.น่าน เดินทางมาร่วมถวายกฐินล่าช้า และสถานที่จัดงานเป็นความมีน้ำใจของ ส.ว.น่านช่วยหาให้ เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสถานที่ มีการแจ้งยกเลิกกับทางโรงแรมล่วงหน้า 3 วันก่อนจัดสัมมนา และตามขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงวัตถุ– ประสงค์และสถานที่การจัดสัมมนาจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองย่อมเล็งเห็นตั้งแต่ต้นว่า ไม่สามารถจัดงานถวายผ้ากฐิน ในวัน เวลาเดียวกันได้ และจากคำให้การพยานบางปาก ทราบว่าผู้ร่วมสัมมนาจัดเตรียมชุดขาวไปร่วมงานถวายผ้ากฐินด้วย เห็นได้ว่าการจัดสัมมนานั้นเป็นเท็จ เพราะมีวัตถุประสงค์ให้เดินทางไปร่วมงานถวายผ้า กฐินเป็นหลัก ทำให้ผู้ที่ร่วมงานกฐินบางส่วนที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเองได้สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร่วม เพราะมีชื่อเป็นผู้ร่วมงานสัมมนาด้วย ทั้งที่ไม่มีสิทธิเบิกจ่ายแต่ต้น ทำให้ สตง.ต้องเสียหาย 294,440 บาท

พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ลงโทษจำคุกคุณหญิงจารุวรรณจำเลยที่ 1 และนายคัมภีร์จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี

ทันทีที่ทราบผลคำพิพากษาคุณหญิงจารุวรรณและนายคัมภีร์ยังคงอยู่ในอาการสงบ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่มาคุมตัวอยู่ในห้องพิจารณาคดี ระหว่างที่ทนายความของจำเลยทั้งสองยื่นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 2 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ก่อนศาลจะมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวตีหลักทรัพย์คนละ 2 แสนบาท

ภายหลังคุณหญิงจารุวรรณกล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตว่าที่มีการมาร้องเรียนตนในคดีนี้ เพราะมีใครบางคนถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเข้าไปตรวจสอบ จึงเป็นที่มาการร้องคดีนี้ เรื่องนี้ยังไม่อยากพูดมาก ที่ผ่านมาหาเงินให้ประเทศเป็นแสนล้านบาท คิดว่าเงินแค่ 2 แสนกว่าบาทตนจะโกงหรือไม่ ส่วนการยื่นอุทธรณ์คดีต้องปรึกษาทนายความก่อนว่าต่อสู้ในประเด็นใดบ้าง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้