ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    อานิสงส์มาตรการรัฐดันเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ธปท.จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยง

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ธ.ค. 2558 06:01 น.
    SHARE

    นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโสสายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงเศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค.ว่า จากการที่รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งความเชื่อมั่นของประชาชนที่ดีขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจในเดือน ต.ค.58 ขยายตัวได้ต่อเนื่องจากเดือน ก.ย.58 แต่การฟื้นตัวยังกระจุกตัวในบางภาค และเป็นการฟื้นตัวที่เปราะบาง ทำให้ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด โดยภาคการส่งออก การลงทุน และการผลิตยังเป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย

    สำหรับในระยะต่อไป ความเสี่ยงที่ ธปท.ยังคงจับตามี 3 ประการ คือ 1.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โลกที่ยังไม่แน่นอนสูง แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ฟื้นตัวดีขึ้น แต่การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และอาเซียนอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2.ความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจการเงินไทย และ 3.เป็นปัจจัยใหม่ที่ต้องจับตาคือ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งก่อการร้าย และความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งอาจจะกระทบต่อการท่องเที่ยว หรือภาวะเศรษฐกิจได้

    “ถ้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ เดินหน้าได้ตามกำหนด เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในปีหน้า แต่ในเดือน ต.ค. เริ่มเห็นผลดีจากการใช้จ่ายภาครัฐที่เบิกจ่ายเพิ่มขึ้นได้ 10.8% ขณะที่การใช้จ่ายนอกงบประมาณปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ซึ่งช่วยเติมแรงกระตุ้นของเศรษฐกิจได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1% โดยเฉพาะจีนที่กลับมาอีกครั้งหลังจากระเบิดที่ราชประสงค์ แต่ตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยยังมีอยู่ คือ การส่งออก การลงทุน และภาคการผลิต ที่ยังชะลอลงต่อเนื่อง ส่วนค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเพียง 0.4% ณ วันที่ 20 พ.ย. เมื่อเทียบกับสิ้นเดือน ต.ค.”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    รุ่ง มัลลิกะมาสเศรษฐกิจไทยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจความเชื่อมั่นเศรษฐกิจขยายตัวเศรษฐกิจฟื้นตัวข่าวทีมข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐฉบับพิมพ์

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 เวลา 16:25 น.