ข่าว
100 year

ทีพีพี–ทางเลือกอนาคตไทยและญี่ปุ่น

ลม เปลี่ยนทิศ1 ธ.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

การไป โรดโชว์นโยบายเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ที่ ประเทศญี่ปุ่น ของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง นักธุรกิจญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่น ต่างก็ให้ความสนใจนโยบายเศรษฐกิจใหม่ของไทย เพราะญี่ปุ่นมีการลงทุนในไทยมากที่สุด ทั้งอุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมเบา ไปจนถึงเอสเอ็มอี โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมรถยนต์ ประเทศไทยถือเป็น

ดีทรอยต์ของญี่ปุ่นในการส่งออกรถยนต์เลยทีเดียว

เพราะเหตุนี้ นักธุรกิจญี่ปุ่น และ รัฐบาลญี่ปุ่น จึงสนใจนโยบายเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง นโยบายเศรษฐกิจในประเทศ และ นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ดร.สมคิด เปิดเผยหลังการหารือเต็มคณะระหว่างรัฐบาลไทยและญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นได้แสดงออกให้เห็นว่า ไทยมีความสำคัญกับญี่ปุ่นมาก เพราะเป็นห่วงโซ่การผลิต (ซัพพลายเชน) สินค้าที่สำคัญของญี่ปุ่น ภาคเอกชนญี่ปุ่นก็ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนาของไทยอย่างล้นหลาม

แต่...

ทั้ง รัฐบาล และ เอกชนญี่ปุ่น ต่างก็แสดงความเป็นห่วง กรณีที่ไทยยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก TPP “ความตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” ก็ได้ชี้แจงไปว่า นายกรัฐมนตรีไทยได้ประกาศแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมทีพีพี แต่เป็นความตกลงที่มีมาตรฐานสูงมาก จึงอาจมีผลกระทบต่อสังคมไทยหากเข้าร่วม ดังนั้นก่อนที่ข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้ในอีก 1–2 ปีข้างหน้า ไทยขอศึกษาข้อดีข้อเสียให้รอบด้านก่อน

ผมคิดว่า ดร.สมคิด ก็รู้ดีว่า ญี่ปุ่นจะตัดสินใจมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ก็อยู่ที่เงื่อนไข TPP นี่แหละ เพราะข้อตกลงทีพีพี สหรัฐฯจะยกเว้นภาษีให้ 12 ประเทศสมาชิกกว่า 18,000 รายการ และ ญี่ปุ่นจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ และ ชิ้นส่วนรถยนต์ ไปยังตลาดสหรัฐฯและทวีปอเมริกาเหนือทั้งหมด เพราะได้รับการยกเว้นภาษี หากไทยไม่เข้าร่วมทีพีพี ญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์เพื่อส่งออก รวมทั้งชิ้นส่วนรถยนต์ที่ส่งกลับไปป้อนอุตสาหกรรมรถยนต์ในญี่ปุ่นด้วย ทำให้รถยนต์กลุ่มนี้ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี

เมื่อไทยไม่เข้าร่วมทีพีพี รถยนต์ญี่ปุ่นที่ผลิตในไทย และ รถยนต์ที่ผลิตในญี่ปุ่นแต่ใช้ชิ้นส่วนจากไทย เมื่อส่งไปขายใน 12 ประเทศสมาชิกทีพีพี จะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูง ขณะที่ประเทศสมาชิกทีพีพีไม่ต้องเสียภาษี เพราะข้อตกลงยกเว้นภาษีของทีพีพีมีการบังคับเรื่อง ถิ่นกำเนิดของสินค้า ด้วย

คุณสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพิ่งแถลงตัวเลขการส่งออกรถยนต์ของไทยใน 10 เดือนแรกปีนี้ ตั้งแต่ มกราคม–ตุลาคม ว่า ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 1,016,595 คัน เพิ่ม 9.03% มีมูลค่าส่งออก 491,519.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.67% ส่งออกเครื่องยนต์ 24,963.33 ล้านบาท ลดลง 4.06% ส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ 164,165 ล้านบาท ลดลง 2.99% ส่งออกอะไหล่รถยนต์ 19,228.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.16% รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด 10 เดือนแรก 699,877.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.04%

ถ้าคิดมูลค่าส่งออกทั้งปี ผมคิดว่าน่าจะถึง 800,000 ล้านบาท

ที่ผมยกตัวอย่างมานี้เป็นเพียง กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ กลุ่มเดียวเท่านั้น ผมจึงไม่แปลกใจที่ รัฐบาลญี่ปุ่น และ เอกชนญี่ปุ่น ต้องตั้งคำถามกับ ดร.สมคิด ว่า ไทยจะเข้าร่วมทีพีพีหรือไม่ ก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะในกลุ่มประเทศอาเซียนมี 4 ชาติที่เข้าร่วมทีพีพีแล้ว คือ มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ บรูไน ทำให้เอกชนญี่ปุ่นมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น

CLSA โบรกเกอร์ใหญ่ระบุว่า วันนี้ 12 ชาติทีพีพีมีการค้ากว่า 1 ใน 4 ของโลก ถ้าทีพีพีมีผลบังคับในปีหน้า ยอดการค้า 12 ประเทศ ทีพีพีอาจพุ่งขึ้นไปถึง 50% ของโลก

ผมก็เอาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟัง แต่ไม่มีความเห็นใดๆทั้งสิ้นครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศโรดโชว์นโยบายเศรษฐกิจสมคิด จาตุศรีพิทักษ์สมาชิก TPPข้อตกลงทีพีพีคอลัมน์คอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้