วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เกือบจะเอาไม่อยู่เสียแล้ว

เกือบจะเอาไม่อยู่เสียแล้ว

โดย สายล่อฟ้า
1 ธ.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ในสถานการณ์โลกปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าผู้คนในโลกจะอยู่กันอย่างไม่เป็นสุขนัก เพราะก่อนหน้านี้เกือบทุกประเทศต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่ยึดกำไรและผลประโยชน์เป็นที่ตั้งจนทำให้เกิดการแย่งชิง ทุจริตด้วยกลโกงต่างๆ

ประเทศเล็กๆอย่างไทยที่เจอกับปัญหาภายในสั่งสมมานานทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การคอร์รัปชันนั้นก็แย่พออยู่แล้ว

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไอเอสเปิดฉากโจมตีกรุงปารีส ฝรั่งเศสจนทำให้เหตุการณ์บานปลายออกไปทั่วโลก

ก็ยิ่งส่งผลกระทบซ้ำเติมเข้าไปอีก

แน่นอนว่าวันนี้คนไทยแม้จะยังเชื่อมั่นรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่อาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ

แต่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องยังเป็นคำถามและความคาดหวังว่ารัฐบาลจะแก้ไขได้หรือไม่ นับแต่การเข้ามาบริหารประเทศ แม้จะรู้กันดีว่าเหตุมันมาจากอะไร แต่ก็ตั้งความหวังว่าจะใช้ความสามารถจัดการกับมันได้

ล่วงเวลาไปเกือบ 1 ปีไม่มีอะไรดีขึ้น จนกระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้มีการปรับ ครม. แต่นายกฯก็ยังไม่ยอมเพราะความเกรงอกเกรงใจและคิดว่าเดี๋ยวก็ดีเองน่า เนื่องจากบรรดา ครม.เศรษฐกิจต่างก็มีความตั้งใจจริง มีความรู้ความสามารถ

น่าจะเอาอยู่น่า...

สุดท้ายคงเห็นแล้วว่าไปไม่รอดต้องปรับทีมเศรษฐกิจยกชุด และให้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ามาเป็นรองนายกฯ คุมเศรษฐกิจทั้งหมด และขยายความรับผิดชอบไปถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วย

ผลสะท้อนกลับมีเสียงตอบรับจากภาคธุรกิจและประชาชนทำให้เกิดความหวังขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเชื่อมั่นว่า ดร.สมคิดและทีมงานจะสามารถสนองตอบความคาดหวังนั้นได้

การพิสูจน์ผลงานด้านเศรษฐกิจได้ถูกกำหนดเอาไว้ 3 เดือน

จากการใช้คนถูกกับงาน มีทิศทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ความตั้งใจจริง การตัดสินใจที่จะต้องเดินหน้าและเปลี่ยนแปลง การทำงานอย่างรวดเร็วและกระตือรือร้น

ก็เห็นผลในทันควัน ทำให้เศรษฐกิจขยับตัวดีขึ้น และมีแนวโน้มที่ดีอย่างชัดเจน การโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นที่ ดร.สมคิดพาคณะทั้งรัฐมนตรี ข้าราชการและภาคเอกชนชุดใหญ่ที่ร่วมเดินทางไปด้วยจนเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน

คาดหวังกันว่าจีดีพีจะโตระดับ 3% ขึ้นไป

มีการพูดกันว่าหากนายกฯประยุทธ์ตัดสินใจปรับ ครม.แบบไม่เกรงอกเกรงใจกันก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจและบรรดาหมู่เฮาชาว คสช.เศรษฐกิจไทยคงไม่รูดลงมามากถึงขนาดนั้น

ดีนะที่ยังไม่สายเกินการ

แน่นอนว่าการเข้ามาบริหารประเทศด้วยวิธีการที่ไม่ปกติคงเป็นจุดหนึ่งที่จะต้องเน้นในด้านความมั่นคง แต่คงลืมไปว่าปัญหาปากท้องของชาวบ้านก็เป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสำคัญคู่ขนานกันไป

เมื่อกองทัพต้องเดินด้วยท้องฉันใด ปากท้องชาวบ้านก็ละเลยไม่ได้

แม้วันนี้ความมั่นคงของประเทศถือว่ายังรักษาเอาไว้ได้ระดับหนึ่ง แต่ก็หาใช่ว่าสถานการณ์ที่เป็นจริงจะสงบราบรื่น เพราะเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ยอมหยุดก็ต้องแก้ไขกันไป

หากปัญหาเศรษฐกิจได้แก้ไขให้ดีขึ้นมาด้วยความจริงที่ว่า ดีจริงไม่ใช่บอกว่าทำไมตัวเลขจีดีพีที่บอกว่าตัวเลขจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นกลับลงมาเรื่อยๆ

ด้วยข้ออ้างที่ว่าเนื่องจากการส่งออกไม่ดี เกิดผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก นั่นก็แสดงว่านโยบายผิดทิศผิดทาง และไม่ได้มีความพยายามที่จะเสาะแสวงหาวิธี หรือช่องทางอื่นๆมาดำเนินการ

เพราะปัญหาเอาไว้แก้ไม่ใช่แบกเอาไว้บนบ่าเหมือนยอมจำนน.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้