วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วันเอดส์โลก 2015 เอกซเรย์เอดส์ไทย

วันเอดส์โลก 2015 เอกซเรย์เอดส์ไทย

  • Share:

สังคมไทยพบผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์รายแรกมาตั้งแต่ปี 2527

ช่วง 10 ปีแรกของสถานการณ์เอดส์ในไทย ผู้คนต่างตื่นตระหนก ปฏิเสธ รังเกียจ ไม่ยอมรับ และกลัวการติดเชื้อจะมาสู่ตัวเองและครอบครัว ท่าทีดังว่าเกิดขึ้นแม้กระทั่งกับแพทย์ พยาบาล พระ และนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งตามสายตาคนส่วนใหญ่ มองบุคคลเหล่านี้ไม่ต่างจาก “นักบุญ”

เฉลิมพล พลมุข รองประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา หนึ่งในผู้สัมผัสกับปัญหาเอดส์ในเมืองไทยอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ต้น เล่าว่า

ช่วงนั้นผู้ป่วยหลายคนจนแต้ม บางคนตัดสินใจฆ่าตัวตาย ผู้ติดเชื้อฯหลายคนประชดชีวิตด้วยการแพร่เชื้อไปยังคนปกติ ญาติพี่น้องของผู้ป่วย ก็ทำใจไม่ได้ที่มีญาติเป็นเอดส์ บางชุมชนหมู่บ้านเมื่อรู้ข่าว รีบปฏิเสธไม่ให้ผู้ติดเชื้อฯและผู้ป่วยเอดส์อยู่ร่วมกับคนในหมู่บ้าน

สรุปทุกคนต่างผลักไสผู้ป่วยให้พ้นไปจากตัว และชุมชนเท่าที่จะทำได้

“ผู้ป่วยส่วนหนึ่งพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เมื่ออาการทุเลา แพทย์มักแนะนำให้กลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้าน แต่ในความเป็นจริง

คนเหล่านั้นไม่สามารถกลับบ้านได้ พระสงฆ์รูปหนึ่งคือ ท่านเจ้าคุณอลงกต มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยจิตเมตตา ท่านจึงตัดสินใจเปิดวัดพระบาทน้ำพุเป็นสถานที่ให้ผู้ป่วยเหล่านั้นได้หนีร้อน มาพึ่งเย็น ใช้เป็นที่พักพิงทางกาย จิตใจ และอารมณ์ เป็นครั้งแรกของสังคมไทย เมื่อปี 2535”

อาจารย์เฉลิมพลเล่าต่อ หลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลจึงได้มีแผนและนโยบายระดับชาติให้การช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ จัดตั้งคณะทำงาน โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นแกนหลัก แต่ระบบการทำงานในช่วงแรกเป็นไปในลักษณะลองผิด ลองถูก ทั้งตัวผู้ป่วยเอง และคนที่ทำงานด้านเอดส์ต่างพบอุปสรรคมากมาย

“วันเวลาผ่านมาตามลำดับ ในระยะ 10 ปีมานี้ ข่าวคราวในแวดวงเอดส์เริ่มถูกนำเสนอในสังคมน้อยลง ทั้งในแง่คุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อฯ ผู้ป่วย และบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้อง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นสวนกระแสกับสิ่งที่คนทั่วไปมักได้ยินว่าประสิทธิภาพของยาต้านไวรัส ทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีอายุที่ยืนยาวขึ้น”

อ.เฉลิมพลบอกว่า ทั้งที่ภาพรวมเวลานี้ทั่วโลกยังคงมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์รวมกันไม่น้อยกว่า 35 ล้านคน (ข้อมูลจากสหประชาชาติ UN AIDS)

เฉพาะผู้ติดเชื้อฯในสังคมไทย ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า ปี 2557 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์สะสมทั้งสิ้น 1,194,515 ราย ในจำนวนนี้ยังมีชีวิตอยู่ 438,629 ราย เป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 7,695 ราย ร้อยละ 90 ยังคงติดเชื้อมาจาก การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย

ปัจจุบันเมืองไทยมีผู้ติดเชื้อฯและผู้ป่วยเอดส์ที่ ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบการรับยาต้านไวรัส รวมทั้งสิ้น 263,325 ราย แต่ ได้รับยาต้านฯจริง 229,288 ราย มีผู้ที่ได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอเพียง 177,862 ราย แต่ภาครัฐมีข้อจำกัดในการให้ตรวจหาปริมาณไวรัสเพียงแค่ 138,528 ราย

“ผู้ติดเชื้อฯ และผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับยาต้านไวรัส ซึ่งอยู่ในโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติ หลายคนที่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ ใช้ยาอย่างถูกต้อง กินยาตรงตามเวลาสม่ำเสมอและต่อเนื่อง มักมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติตัวดังกล่าว มักมีสภาพทรงตัว คือ ไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงชีวิตเยี่ยงคนปกติได้”

อ.เฉลิมพลบอกว่า จากปรากฏการณ์ข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า หากรัฐบาลไม่ใส่ใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ก็มิอาจจะแก้ไขปัญหาเอดส์ไปพร้อมๆกับการปฏิรูปประเทศด้านอื่นๆด้วยได้ เพราะคุณภาพของคนไทยทุกคน คือ ดัชนีชี้วัดในการพัฒนาประเทศด้านอื่นๆควบคู่กันไป

เขาบอกว่า สังเกตได้จากข้อเท็จจริงในการทำงานด้านเอดส์ของภาครัฐ เอกชน และองค์กรเอ็นจีโอ ซึ่งมีทั้งปริมาณงานและคุณภาพลดน้อยลงไปอย่างน่าวิตก แต่กลับสวนทางกับจำนวนพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น วัยเรียน คนทำงาน จำนวนผู้ใช้ยาเสพติดฉีดเข้าเส้น จำนวนนักโทษที่กลายเป็นผู้ติดเชื้อฯรายใหม่ในเรือนจำที่เพิ่มขึ้น

“แม้รัฐบาลชุดนี้จะมีนโยบายและหลักการที่ดีในการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยให้นักเรียนมีเวลาเรียนถึง 14.00 น. ที่เหลือให้ทำกิจกรรมอื่น ทั่วประเทศมีโรงเรียนนำร่องที่เข้าร่วมโครงการนี้ 4,100 แห่ง แต่ถามว่ากิจกรรมที่มอบให้กับนักเรียนทั้ง 4 หมวด 16 กลุ่มนั้น มีเรื่องการระมัดระวังตน เพื่อมิให้กลายเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ หรือการประยุกต์ปรับโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เอดส์ รวมอยู่ด้วยหรือไม่”

อ.เฉลิมพลมองว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ โสเภณีข้ามชาติทั้งลาว พม่า เขมร ฝรั่ง ซึ่งมีอยู่ในจังหวัดต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองไทย เป็นอีกนโยบายหลักที่รัฐมีความพยายามจะเอาจริงกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็อาจจะพูดได้ว่า ปัจจุบันแทบทุกจังหวัดยังคงมีสถานที่ขายบริการทางเพศ แถมยังมีการใช้สื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นตัวช่วยในการหลบเลี่ยงกฎหมายของบ้านเมือง

เขามองว่า ยิ่งความเป็นประชาคมอาเซียนกำลังคืบใกล้เข้ามาในปลายปีนี้ ทั้งรัฐบาลนี้และรัฐบาลหน้าเตรียมพร้อมที่จะหามาตรการรองรับกับปัญหาการติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์นานาชาติ การขายบริการทางเพศข้ามชาติ ที่จะหลั่งไหลเข้ามาในเมืองไทยกันเอาไว้บ้างแล้วหรือยัง

“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแล เมื่อคนเหล่านั้นเป็นผู้ติดเชื้อฯ หรือผู้ป่วยเอดส์ สิทธิการรักษาพยาบาลตามกฎหมายไทย และอาจรวมไปถึงการจัดการศพ หลังจากที่คนเหล่านั้นเข้ามาติดเอดส์ตายในเมืองไทย สิ่งเหล่านี้รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมรับมือไว้แล้วหรือไม่”
ย้อนกลับมาที่บทบาทของวัดพระบาทน้ำพุ อ.เฉลิมพลบอกว่า

ในฐานะเป็นสถานที่ซึ่งให้บริการดูแลเอดส์แบบครบวงจรแห่งแรกของเมืองไทย ณ วันนี้ ยังคงดำเนินกิจกรรมต่างๆไปตามปกติ เพียงแต่ผู้ที่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสด้วยสายตาตนเอง จะสังเกตเห็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์จำนวนมาก นอนติดเตียง

อันเป็นผลจากการที่ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งได้รับการรักษาอย่างดีด้วยการแพทย์สมัยใหม่ในระบบยาต้านไวรัส หลายคนจึงมีอายุยืนมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพการงานเช่นเดียวกับคนปกติได้ ต้องรอรับบริการจาก หลวงพ่อท่านเจ้าคุณอลงกต ซึ่งต้องเป็นผู้รับภาระในการจัดหามาเพื่อยังชีพ

นอกจากทุกวันนี้ทางวัดพระบาทน้ำพุให้การดูแลทั้งผู้ป่วยเอดส์ที่เป็นผู้ใหญ่ ยังมีเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี รวมทั้งเด็กและคนชราที่พ่วงมาจากปัญหาเอดส์แล้ว ทางวัดฯ ยังได้รับดูแลช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ต่างศาสนาที่เป็นชาวมุสลิม หรือนับถือศาสนาอิสลามไว้อีกด้วย

อ.เฉลิมพลบอกว่า แม้ผู้ติดเชื้อฯที่นับถือศาสนาดังกล่าว จำเป็นต้องทานอาหาร ซึ่งเป็นข้อห้ามของศาสนา หรือกระทั่งเมื่อถึงคราวตาย ทางวัดก็ต้องฌาปนกิจให้ด้วยการเผาศพ ซึ่งแม้จะไม่ถูกต้องตามหลักของศาสนา แต่ในเมื่อคนเหล่านั้นไร้ที่พึ่งพิง บากหน้ามาขอพึ่งใบบุญจากหลวงพ่อ ก็ต้องช่วยเหลือกันไปเท่าที่ทำได้

“ปัญหาเอดส์อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานถึง 31 ปี มันจะขยายวงกว้างหรือทุเลาลง คงขึ้นอยู่กับทัศนคติ ความคิด ความรู้ ความเชื่อ และท่าทีของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ คนรอบข้างผู้ป่วย รวมไปถึงรัฐบาลที่บริหารประเทศทุกคนและทุกภาคส่วน ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญ” รองประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ฝากไว้เป็นข้อสังเกต.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้