วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใบสั่งแพง

ใบสั่งแพง

  • Share:

มีเรื่องเดือดร้อนของคนทำงานที่ได้หยุดงานลาพักร้อนกลับบ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีความสงสัยการตรวจจับใบสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

ขากลับช่วงเที่ยงขับรถเข้ากรุงเทพฯ ถึงแยก อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เจอตำรวจยืนส่องกล้องจับความเร็วอยู่ริมทาง มีด่านตั้งอยู่ มีตำรวจชั้นประทวนเรียกขอใบขับขี่เพื่อเขียนใบสั่ง

ที่ด่านตรวจมีนายตำรวจยศ พ.ต.ต. อยู่ 1 นาย สวมหมวกไหมพรมปิดหน้าตา เห็นลูกตากับจมูก มือถือวิทยุโบกรถที่ขับเร็วกว่ากำหนด มี ร.ต.อ. กับ ร.ต.ท. นั่งตั้งโต๊ะรับค่าปรับรับเงินสดๆ

พอได้ใบขับขี่เขียนเป็นใบสั่งให้เสียค่าปรับ 500 บาท ข้อหาขับรถเกิน 90 กม.ในเขตเทศบาล (ที่รู้เพราะตำรวจตั้งป้ายข้อความให้ดูหน้าโต๊ะจ่ายค่าปรับ)

ทำใจจ่ายค่าปรับ

แต่ก่อนจ่ายค่าปรับยืนดูการทำงานของตำรวจเห็นรถยนต์ส่วนตัวที่ขับมาโดนแทบทุกคัน บางคนมาจาก จ.นครสวรรค์ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ คนต่างถิ่นทั้งนั้น

คนที่ถูกจับคุยกันว่า คนต่างถิ่นไม่มีทางรู้ตรงไหนเข้าเขตเทศบาล เพราะถนนที่วิ่งมาต้นไม้ข้างทางเขียวเต็มไปหมด ดูอย่างไรไม่ใช่ชุมชนที่ต้องจำกัดความเร็ว ขนาดคนที่อยู่ในพื้นที่ยังไม่รู้เลย

ทำไมตำรวจไม่ไปตั้งด่านจับความเร็วหน้าถนนตลาดหรือที่ชุมชน เพราะขับเกิน 90 กิโลเมตร อันตรายจริงๆ มาตั้งก่อนถึงตัวตลาดไม่รู้กี่กิโล ถนนโล่งทางตรงคนขับรถมาด้วยความเร็วทั้งนั้น

ตอนที่ถูกปรับลองถามนายตำรวจที่นั่งรับเงินค่าปรับว่า ถนนอีกฝั่งมีด่านหรือไม่ ตำรวจว่าไม่น่าจะมี

พอถามต่อว่า “ถ้างั้นรถฝั่งโน้นก็วิ่งกันสบายเลยสิ” ร.ต.ท.ที่นั่งคู่ ตอบทันทีว่า “งั้นก็เชิญพี่ไปวิ่งฝั่งโน้นเลยตามสบาย” ทำเอาคนที่ถูกจับอึ้งไปเลย

เห็นใบเสร็จค่าปรับที่ลงลายเซ็นของตำรวจที่รับเงิน ไม่น่าใช่ลายเซ็นที่ใช้เป็นทางการ

ยิ่งทำให้คนถูกจับสงสัยว่า เหตุผลการตั้งด่านจับความเร็วที่แท้จริงคืออะไร ถนนตรงนั้นมีอุบัติเหตุบ่อยหรือไม่ ทำไมคิดตั้งด่านตรงฝั่งเดียว แล้วตั้งโต๊ะรับเงินค่าปรับสดๆกันทำได้ใช่หรือไม่ คนขับจ่ายค่าปรับแล้วก็ขับเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย อ้างข้อกฎหมายเขตเทศบาลขึ้นมา จ้องเอาผิดชาวบ้าน

ไม่เตือนให้ชัดเขตเทศบาล

โดยทั่วไปการบังคับใช้กฎหมายจับความเร็วมันจำเป็นแค่ไหน ทำไมไม่แยกแยะพื้นที่ชุมชน ตลาด ที่เห็นชัดเจน ผู้ขับขี่ดีๆระวังตัวตลอดที่ขับผ่านตลาด ถึงชุมชนลดความเร็วอยู่แล้ว

คนจะได้ไม่สงสัย.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้