วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
9 เล่มชีวิตคนดังที่ผู้ชายต้องอ่าน

9 เล่มชีวิตคนดังที่ผู้ชายต้องอ่าน

โดย GQ Thailand
6 ธ.ค. 2558 16:05 น.
  • Share:

ประสบการณ์มีไว้เรียนรู้และแบ่งปัน การอ่านชีวประวัติคนอื่นจึงเท่ากับได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตคนอื่น บุคคลแห่งประวัติศาสตร์ 9 คนต่อไปนี้ นอกจากจะทำให้หนังสือแต่ละเล่มไม่ธรรมดาแล้ว คุณสมบัติด้านวรรณกรรมยังเลอค่า พูดง่ายๆ คืออ่านสนุกและได้ความรู้แบบครบรสแน่นอน...

1. มูฮัมหมัด อาลี/นักกีฬา

King of the World (1998) โดยเดวิด เรมนิค

นักชกผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลคนนี้ถูกกระหน่ำเขียนข่าวเล่าเรื่องมาแล้วทุกรูปแบบ มากมายพอๆ กับนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่คนอื่น แต่นักเขียนเดวิด เรมนิค ทำสิ่งที่มากกว่าการเล่าเรื่องในมุมแคบๆ ที่มุ่งเน้นถึงประสบการณ์แห่งชัยชนะและด้านอื่นๆ ของอาลี สิ่งที่เขาทำคือบรรยายสภาพสังคมและการเมืองในภาพกว้างก่อน แล้วใส่อาลีลงไปในนั้น มันคือเรื่องราวชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็คือเรื่องราวของตำนานอันไม่มีวันตายเช่นกัน “ตำนานของชาวอเมริกัน” เรมนิคเขียนไว้ “ผู้ซึ่งมีความหมายต่อผู้คนมากมายเหลือคณานับ เป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา สัญลักษณ์แห่งการลงทัณฑ์และการไม่ย่อท้อ สัญลักษณ์แห่งความงาม ทักษะ และความกล้าหาญ สัญลักษณ์ของความภูมิใจแห่งชาติพันธุ์ ไหวพริบ และความรัก”

2. อังเดร อากัสซี/นักกีฬา

Open: An Autobiography (2009) โดยอังเดร อากัสซี

นี่คือความจริงที่แสนจะจริงประหนึ่งคำสารภาพบนเก้าอี้จิตแพทย์ (ซึ่งเป็นวิธีการร่วมงานของอังเดรกับ เจ.อาร์. โมเออห์รินเจอร์ ในการทำหนังสือเล่มนี้จริงๆ) ออกมาเป็นหนังสืออัตชีวประวัตินักกีฬาที่ทุกเล่มควรเอาเยี่ยงอย่าง ภาพรอยยิ้มและบุคลิกเจิดจรัสราวกับร็อกสตาร์ของอากัสซีจะทำให้คุณช็อกเมื่อรู้ว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนั่น อากัสซีตีแผ่ตัวเองผ่านผลร้ายอันร้าวลึกจากการฝึกโหดตั้งแต่เด็ก ความผิดหวังอันรุนแรงลึกล้ำ ความปลื้มปีติที่สุดกู่จนเกินจริง คำสารภาพเกี่ยวกับการออกเดตของเหล่าคนดัง และเรื่องราวอีกมากมายที่ตกผลึกแล้ว (ขอบอกว่ามันจะทำให้คุณโล่งใจสุดๆ ที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาดังอย่างที่ใฝ่ฝัน) นี่คือหนังสือสุดบ้าคลั่งไม่ว่าจะเขียนโดยนักกีฬาคนไหนก็ตาม แต่ความที่มันเขียนโดยนักเทนนิสผู้โด่งดังและเปี่ยมพรสวรรค์ที่สุดแห่งยุคสมัยอย่างอากัสซี ยิ่งทำมันเป็นหนังสือที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

3. คีธ ริชาร์ดส์/นักดนตรี

Life (2010) โดยคีธ ริชาร์ดส์

ทำไมคุณถึงต้องอ่านน่ะเหรอ ก็เพราะนี่คือคีธ! ร็อกสตาร์ต้นตำรับของร็อกสตาร์ทั้งมวล เพราะนี่คือเดอะสโตนส์ และนี่คือมิค, ชาร์ลี, รอนนี่, ไบรอัน, บิลล์ และบ๊อบบี้ นี่คือผงขาวและโคเคน นี่คือรอนนี่, แอนนิต้า และแพตตี้ เหล่าฮิปปี้ตัวแม่ที่ใช้ชีวิตสุดคูลอย่างที่เด็กรุ่นนี้ได้แต่ฝันถึง เพราะนี่คือการตั้งสายกีตาร์เปิดแบบโอเพ่นจี เพราะนี่คือดนตรีบลูส์ เพราะเมื่อเพลงมาลากูเอญ่าดังขึ้นมาแค่สองห้อง คุณก็ต้องมนตร์แล้ว เพราะนี่คือหนังสือที่ดีที่สุดเกี่ยวกับเซ็กซ์ ยาเสพติด และร็อกแอนด์โรล คีธ ริชาร์ดส์ คือเทพและซาตานแห่งชีวิตตนเอง เพราะฉะนั้น...อ่าน!

4. มอริสซีย์/นักดนตรี

Autobiography (2013) โดยมอริสซีย์

น้ำเสียงอันสั่นรัว เจ็บปวด ราวกับพ่นน้ำกรดของเขา คือสำเนียงที่คุณจะได้ยินเมื่อเปิดแต่ละหน้าของหนังสือเล่มนี้ มอซเป็นเจ้าแห่งบทเพลงเมโลดราม่าอยู่แล้ว ความทุกข์ตรมอันหล่อหลอมเขาขึ้นมานั้นก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งในหนังสือเล่มนี้ ตั้งแต่การลงทัณฑ์สุดสยองในวันคืนสีหม่นที่โรงเรียนดิกเคนเชียนในแมนเชสเตอร์ คำมั่นลวงๆ ในความเป็นพังก์สุดบรรเจิดแห่งยุคเจ็ดศูนย์ ความสำเร็จของวงเดอะสมิธส์ที่ไม่มีวันดีพอสำหรับเขา จนถึงการจิกกัดชื่อเสียงตัวเองเมื่อออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว ความตรอมตรมผุดพรายในทุกซอกมุมของชีวิตเขา ทั้งฟ้องร้อง ตัดพ้อ พิพากษา ราวกับว่าชีวิตนั้นจงใจย่ำเหยียบเขาให้จมดิน ซึ่งก็แน่นอน ชีวิตมันไม่ได้ทำหรอก

5. บ๊อบ ดีแลน/นักดนตรี

Chronicles: Volume One (2004) โดยบ๊อบ ดีแลน

นักแต่งเพลงที่มีคนเขียนถึงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก ได้ตัดสินใจหยุดการกระทำเหล่านั้นด้วยการเขียนหนังสือประวัติตัวเอง ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่เพี้ยนที่สุดและยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้วเป็นโหล แน่นอนว่าต้องเป็นดีแลนเท่านั้นที่จะทำอะไรแบบดีแลนๆ ได้ และเรากำลังพูดถึงงานเขียนแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ การเรียงลำดับเวลาอย่างสะเปะสะปะ อุปมาโวหารยาวเลื้อยราวกับแม่น้ำ สารพัดเรื่องเล็กเรื่องน้อย ที่จะไม่ทำให้คุณเข้าใจว่าเรื่องดำเนินจากจุด A ไปจุด B ได้อย่างไร แต่จะสัมผัสได้ถึงความพยายามอันสอดประสานแม้ไม่รู้ว่าเรื่องราว ‘ดำเนิน’ อย่างไร แต่จะสัมผัสได้ว่าเรื่องราวนั้นให้ ‘ความรู้สึก’ อย่างไร ลื่นไหลไปสู่สิ่งใด ประสาทสัมผัสภายในถูกปลุกให้ตื่นเมื่อบทเพลงถูกบรรเลง ความทรงจำฤดูหนาวที่แว้งกัด และการขี่มอเตอร์ไซค์เรียบลำธารที่ทำให้ทุกความคิดฝันราวกับจะเป็นจริงได้ ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดไปแล้ว หรือจะเกิดในอนาคต หรือตอนไหน ตอบยาก

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้จับคุณไปอยู่ที่เพียงแห่งเดียว มันคือมุมมองและความรู้สึกของชายคนหนึ่งผ่านกล้องที่สะท้อนกันเองราวคาไลโดสโคป กระนั้นเราก็ยังสัมผัสได้ถึงความแจ่มชัดในมุมมองที่ชายคนนั้นมีต่อชีวิต และข่าวดีคือเริ่มมีการคุยกันถึงภาคสองแล้วละ

6. อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก/ผู้กำกับภาพยนตร์

Alfred Hitchcock: A Life in Darkness and Light (2003) โดยแพทริก แมคกิลลิแกน

เขา... เจ้าของฉายาราชาแห่งหนังเขย่าขวัญ ผู้ซึ่งควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงวางดาบประทับบ่ามาแล้ว ฮิตช์ค็อกคือผู้กำกับที่ถูกนำไปวิเคราะห์อย่างกว้างขวางที่สุดตลอดกาล แต่กระนั้นก็ยังถูกเข้าใจผิดอย่างมหันต์อยู่เช่นเดิม หนังสือเล่มนี้ของแมคกิลลิแกนจึงเป็นดังตำราชั้นดีสำหรับผู้สนใจศาสตร์แห่งการสร้างหนัง นับแต่ความสัมพันธ์กับแครี่ แกรนต์, เกรซ เคลลี่ จนถึงความซับซ้อนซ่อนเงื่อนว่าด้วยข้อกล่าวหาทางเพศและพฤติกรรมแอบตามคนอื่น ซึ่งบดบังคุณงามความดีที่เขาสร้างมาในช่วงทศวรรษหลังๆ นี่คือหนังสือเล่มโตที่ไม่ทำให้รู้สึกยืดยาวเลย เมื่อบุคคลในตำนานอันคลุมเครือเดินทางมาสู่ความแจ่มแจ้งแล้วในที่สุด

7. มัลคอล์ม เอ็กซ์/ผู้ถางหนทาง

Malcolm X: A Life of Reinvention โดยแมนนิ่ง มาราเบิล (2011)

อเมริกาในปี 2015 มีหน้าตาโคตรจะคล้ายกับหายนะในปี 1964 ที่มัลคอล์มเคยบรรยายไว้ในการปาฐกถา ‘The Ballot or the Bullet’ มากกว่าอนาคตอันงดงามที่ ดร.คิงวาดฝันไว้ใน ‘I Have a Dream.’ แต่กระนั้นสิ่งที่น่าทึ่งเกี่ยวกับหนังสือของมาราเบิลเล่มนี้ก็คือ เราได้เห็นแล้วว่า ความเชื่อสุดโต่งของ ดร.คิงเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารที่ดุเดือดกลับก่อตัวขึ้นจริงเรื่อยมา และมันทำให้เขากลายมาเป็นผู้ไร้มิตรแท้ มีแต่ศัตรู เรื่องราวเหล่านี้ทำให้หนังสือชวนลุ้นระทึกอย่างกับอ่านนิยายสายลับก็ไม่ปาน

8. จอห์น ฟอร์บส์ แนช จูเนียร์/ผู้ถางหนทาง

A Beautiful Mind (1998) โดยซิลเวีย นาซาร์

หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตนั้นสามารถพลิกผันได้อย่างน่าพรั่นพรึงเพียงใด นาทีที่แล้วคุณยังเป็นคลื่นลูกใหม่ผู้เป็นความหวังแห่งวงการคณิตศาสตร์ เป็นทายาททางปัญญาแห่งไอน์สไตน์ ชั่วนาทีต่อมาคุณถูกประกาศให้เป็นจักรพรรดิแห่งแอนตาร์กติกา และอำนาจจากนอกโลกกำลังสื่อสารอยู่กับคุณด้วยข้อความที่ถูกเข้ารหัส ปลายยุค 50s จอห์น แนช ร่วงหล่นจากตำแหน่งอัจฉริยะไปสู่คนบ้า วันคืนนับทศวรรษในชีวิตเขาหายวับไป แต่แล้ววันหนึ่งเสียงเหล่านั้นก็เงียบลง แนชกลับคืนสู่ความเป็นจริงและเริ่มทำงานได้อีกครั้ง พวกเขาเลยมอบรางวัลโนเบลให้ นี่คือเรื่องราวที่สุดเศร้าสลด แต่บางครั้งเรื่องร้ายก็กลายเป็นดีได้จริงๆ

9. สตีฟ จ็อบส์/ผู้ถางหนทาง

Steve Jobs (2011) โดยวอลเตอร์ ไอแซคสัน

มีหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกินที่คุณจะได้รับจากหนังสือเล่มนี้ในเวลาเดียว เรื่องราวที่บอกเล่าอย่างแจ่มชัดเกี่ยวกับที่สุดของมันสมองสไตล์อเมริกัน ที่สุดของธุรกิจสไตล์อเมริกัน และยังเป็นเหมือนหนังสือยุทธศาสตร์สำหรับวิศวกร ดีไซเนอร์ นักการตลาด และผู้จัดการ ในโลกแห่งเทคโนโลยีและในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลใบนี้ โลกซึ่งทุกคนสามารถสร้างสินค้าและขายได้เงินทองเป็นกอบเป็นกำ นามแฝงของหนังสือเล่มนี้คือ ‘ไกด์การเริ่มทำธุรกิจสำหรับคนเพี้ยนยุค 70s’ ‘วิชาฟื้นตัว 001’ ‘คู่มือคนบ้าอำนาจ’ มันคือปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ซะจนคุณไม่อาจมองข้าม ไม่ว่าจะสนใจคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็ตาม เราต่างรู้ดีว่านี่คือหนังสือที่น้องชายผู้เกลียดการอ่านของคุณยอมซื้อมาอ่านตั้งแต่สมัยเรียน และนั่นทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่จ็อบส์ทำคือการชี้ ‘ทางเข้า’ ให้กับมนุษย์หลากหลายประเภทบนโลกสู่บางอย่างอันสำคัญต่อชีวิตพวกเรา

เรื่อง: RILEY DANIEL

แปลและเรียบเรียง: KIBMEDNA

ภาพ: GETTY IMAGES / COURTESY OF THE PUBLISHERS

ที่มา : GQ Thailand

www.gqthailand.com

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้