ข่าว
100 year

จับแก๊งป่วนมีแผน ประทุษร้าย 2คนสำคัญรัฐบาล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 พ.ย. 2558 06:15 น.
SHARE

เป็นอดีตตชด.อยู่ขอนแก่น พลเรือนเชียงใหม่ร่วมด้วย เปิดโปงเชิญปูมีการล็อบบี้

“บิ๊กตู่” เกาะติดพวกจ้องก่อเหตุวุ่นวาย ลั่น ไม่ยอมให้ใครทำผิดกฎหมาย “บิ๊กป้อม” ปูดซ้ำกลุ่มมวลชนพื้นที่ภาคอีสานวางแผนก่อหวอด ขยายวงสร้างสถานการณ์ป่วนกรุง รอสอบเชื่อมโยงขอนแก่นโมเดลหรือไม่ ทหารล็อกแล้วอดีต ตชด.กับ 2 พลเรือน คุมตัวสอบเค้นในค่ายทหารที่กรุงเทพฯ งัดหลักฐานเด็ดแชตไลน์พร้อมสมุดบันทึกแผนปั่นป่วนหลายพื้นที่-ประทุษร้าย 2 บิ๊กรัฐบาล พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับ ฟัน ม.112-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

พท.โต้วุ่นกุข่าวเท็จหวังอยู่ยาว “ดอน” แฉรัฐสภายุโรปส่งซิกตรวจสอบให้ดี ไอ้โม่งล็อบบี้รัฐสภาอียู ส่งเทียบเชิญ “ยิ่งลักษณ์” ถกการเมือง “ประยุทธ์” สอนมารยาท ถ้าคาใจควรเชิญรัฐบาลไปชี้แจง รอฟังศาลอนุญาตเดินทางหรือไม่ “ปึ้ง” อ้าง ปธ.กมธ.ตปท. และ ปธ.กมธ.ความสัมพันธ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลงนาม จม.เชิญแบบเปิดไม่ลงวันที่ การันตี “ปู” ไม่คิดหนี ไม่ให้ร้ายประเทศ

จากกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมออกมาระบุว่า มีการข่าวของกองทัพ พบการเคลื่อนไหวของมวลชนในพื้นที่ภาคอีสานเตรียมแผนก่อความวุ่นวาย ล่าสุดมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวอดีตตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และพลเรือนอีก 2 คน พร้อมหลักฐานเตรียมสร้างความปั่นป่วนในหลายพื้นที่และมีแผนจะประทุษร้ายบุคคลสำคัญในรัฐบาล 2 คน

“บิ๊กตู่” เกาะติดคนจ้องก่อหวอด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์ภายในประเทศว่า วันนี้ทุกประเทศมีทั้งวิกฤติและโอกาส อย่าให้วิกฤติอะไรก็ตามมาทำลายโอกาสประเทศไทยในการเติบโตไปข้างหน้า ประชาชนต้องช่วยกันดูแลทุกมิติทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมายกระบวนการยุติธรรม ถ้าทุกคนเคารพกติกาก็ไม่ยุ่งยาก ปล่อย กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไป ตนไม่ได้ไปปิดกั้นหรือเว้นใครทั้งสิ้น เมื่อถามว่าจะเตือนกลุ่มที่ฉวยโอกาสใช้กิจกรรมสำคัญๆเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีขั้นตอนการดำเนินการอยู่แล้ว

ลั่นถืออำนาจรัฐไม่ยอมให้ใครป่วน

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในช่วงจัดกิจกรรมวันสำคัญว่า หากต้องการให้เกิดความวุ่นวายก็เอา ถ้าต้องการประเทศมีความสุขก็ไม่ใช่ไปร่วมตีเกราะเคาะไม้ตามเขาให้คนมารวมตัวกันให้ได้มากๆ เพื่อเป็นข่าวเหมือนกับที่มีข่าวคราวที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดียที่คอยยุคน ให้เกิดความขัดแย้งก็ให้ระวัง เพราะตอนนี้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ควบคุมอยู่ มีการเขียนด่าคนทั่วๆไป ทำได้อย่างนั้นหรือ ตนถืออำนาจรัฐอยู่ในขณะนี้ ถ้าเป็นอำนาจรัฐแล้วปล่อยให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามกฎหมาย ก็อย่าไปถืออำนาจรัฐเลย ไม่ต้องมาบริหาร ถ้าไม่บังคับใช้ กฎหมาย ไม่ทำให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่โปร่งใส แก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้ ก็อย่ามาเป็น เพราะถ้าเป็นรัฐบาลแล้วก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้ทั้งหมดทุกเรื่อง ไม่ใช่มาเลือกแก้เป็นเรื่องๆ ถ้าทำดีแล้วสื่อก็อย่ามาเขย่า ไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน เว้นแต่ไอ้คนเลว

ขู่ฮึ่มไม่เกรงกลัว ก.ม.ก็ตามใจ

เมื่อถามถึงกรณี 323 อาจารย์ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อขอให้หยุดลิดรอนเสรีภาพทางวิชาการและหยุดห้ามนักศึกษาทำกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย นายกฯกล่าวว่า ที่มาก็อาจารย์ชุดเดิมไม่ใช่หรือ เคยให้ทหารและ คสช.เดินไปนั่งคุยกับอาจารย์คนนี้แล้ว ก็บอกให้ความร่วมมือทุกอย่าง จะบรรยายอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่พูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ต้องรักษากติกาให้ตนด้วย ตนไม่ได้เดือดร้อนที่เขาจะพูด ไปสอนเด็กให้เป็นคนดี ไม่ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองสอนหรือเปล่า ปัดโธ่ แล้วตอนรัฐบาลที่แล้วอยู่ไหนกันเพิ่งมาบรรจุเป็นอาจารย์กันหรืออย่างไร จะเคลื่อนไหวอะไรก็เคลื่อนกันไป ไม่กลัวกฎหมายก็ตามใจ ออกมาเคลื่อนไหว เดี๋ยวถ้าใครหาปืนมายิง โยนระเบิดใส่ก็ตามไปแล้วกัน ถ้าไม่กลัวก็ตามใจ แต่ไม่ใช่ตนแน่

“บิ๊กป้อม” ปูดกลุ่มอีสานลามเข้ากรุง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีพบความเคลื่อนไหวของมวลชนในพื้นที่ภาคอีสาน เตรียมจะสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงเทศกาล ทั้งงานลอยกระทงกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อและเทศกาลปีใหม่ว่า ขณะนี้ตำรวจออกหมายจับไปหลายคนแล้ว ส่วนจะโยงกับขอนแก่นโมเดลหรือไม่ ต้องรอให้ตรวจสอบก่อน แต่มีเขียนข้อความด้วยลายมือและมีการส่งข้อความผ่านไลน์ด้วย มีการโยงกรุงเทพฯ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำงาน ถ้าบอกหมดก็รู้หมด เมื่อถามว่ามีแผนโยง กทม.จะมาสร้างสถานการณ์ที่ กทม.ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ใช่สิ” เมื่อถามว่ากลุ่มสร้างสถาน-การณ์เป็นกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็บอกว่าให้ช่วยหาข่าว เขากำลังทำกันอยู่ ใจเย็นๆผมทำได้อยู่แล้ว” ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลประชาชนต้องมั่นใจ ขณะนี้เรากำลังสร้างความมั่นใจอยู่ เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจ เมื่อถามว่าเป็นผลจากการปราบปรามอาวุธสงครามและผู้มีอิทธิพลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ด้วยหมดแหละ

เตือนอย่าแฝงงานสำคัญสร้างเหตุ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้รับรายงาน และเป็นกระแสข่าวได้อย่างไรยังไม่แน่ใจ ต้องขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้รายงานมา กิจกรรมปั่นเพื่อพ่อที่เป็นงานมงคลคงไม่มีใครคิดจะมา ทำอะไร กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เป็นเรื่องมงคล ทุกฝ่ายช่วยกันจัดงานให้เกิดการมีส่วนร่วม ขอให้เป็นไปตามพระราชปณิธานดีกว่า

ล็อกอดีต ตชด.จ่อประทุษร้ายบิ๊ก รบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวอดีต ตชด. 1 คน พลเรือนอีก 2 คน โดยเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองได้นำตัวมาซักถามในค่ายทหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเข้าตรวจค้นห้องพักของอดีต ตชด.ได้พยานหลักฐานเอกสารเตรียมการที่จะสร้างความปั่นป่วนในหลายพื้นที่ โดยหนึ่งในแผนสร้างสถานการณ์ได้เตรียมประทุษร้ายบุคคลสำคัญทางการเมือง 2 คน ในรัฐบาลและจากการซักถามอดีตตำรวจตระเวนชายแดน ให้การยอมรับว่ามีการเตรียมการวางแผนสร้างความปั่นป่วนจริง ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่าหน่วยข่าวทหารได้ตรวจค้นพยานหลักฐานที่อยู่กับอดีต ตชด.พบมีการสนทนาผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องทางแอพพลิเคชั่นไลน์ และสมุดบันทึกที่เขียนด้วยลายมือเกี่ยวข้องแผนสร้างสถานการณ์เชื่อมโยงบุคคลสำคัญ เจ้าหน้าที่ทหารจึงประสานชุดสืบสวนตำรวจ เร่งขยายผลสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ฟัน 3 ผู้ต้องหาผิด ม.112–พ.ร.บ.คอมพ์

ล่าสุดมีรายงานว่าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลทหาร พิจารณาอนุมัติหมายจับ จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ นายพิษณุ พรหมสร และนายณัฐพล ณวรรณ์เล ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยในวันที่ 26 พ.ย.จะมีการรับมอบตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คนจากทางทหาร ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจะมีการแถลงข่าวรายละเอียดในคดีที่เกิดขึ้น

เผยเป็นคนขอนแก่น 2 เชียงใหม่ 1 คน

รายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น คสช.ได้มอบหมายให้ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ คสช. เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดี ในความผิดร้ายแรงในคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน กองบังคับการกองปราบปราม ได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับต่อศาลทหารกรุงเทพแล้วเมื่อวันที่ 24 พ.ย. โดยพบว่า จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ อายุ 60 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ จ.ขอนแก่น ส่วนอีก 2 นั้นเป็นชายอายุ 58 ปี 1 คน มีภูมิลำเนาอยู่ จ.เชียงใหม่ และเป็นชายอายุ 26 ปี 1 คน มีภูมิลำเนาอยู่ จ.ขอนแก่น

5 อจ.มอบตัวขัดคำสั่ง คสช.

ที่ สภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ เวลา 15.00 น. กลุ่มเครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วยนายอรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มช.นายจรูญ หยูทอง นักวิชาการสถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ นายณัฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และนายมานะ นาคำ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.ประยูร กาศทิพย์ พงส.ผทค.สภ.ช้างเผือก หลังจากวันที่ 31 ต.ค. เครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัยร่วมกันออกแถลงการณ์ในหัวข้อ “มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร” มีเนื้อหาขัดกับคำสั่งของประกาศหรือคำสั่งหัวหน้า คสช.ห้ามไม่ให้มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หลังสอบปากคำแจ้งข้อหา พนักงานสอบสวนปล่อยตัวไปชั่วคราว

ภายหลังมอบตัวนายอรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้อ่านแถลงการณ์หน้าโรงพักว่าแถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ขัดต่อกฎหมาย เป็นการจัดการศึกษาอันเป็นภาระหน้าที่โดยตรงของบุคลากรมหาวิทยาลัย เป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ถือเป็นการสื่อสารกับสาธารณะให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องกับการศึกษาในมหาวิทยาลัย

ยูเอ็นร้องปิดเรือนจำ มทบ.11

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สำนักงานด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แถลงที่กรุงเทพฯ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปิด หรือหยุดใช้เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อไว้สำหรับคุมขังผู้ต้องหาพลเรือนทันที หลังเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยในคดี มาตรา 112 เสียชีวิต 2 คน ท่ามกลางหลักฐานที่ยังมีข้อขัดแย้งตลอดช่วงระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา โดยคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยเหตุฆ่าตัวตาย ส่วนอีกรายเสียชีวิตด้วยเหตุจากการติดเชื้อในกระแสเลือด แต่ศพของทั้งสองรายกลับถูกนำไปประกอบพิธีอย่างเร่งรีบ ส่งผลให้เกิดกระแสข้อสงสัยขึ้น

“ดอน” แฉไอ้โม่งล็อบบี้รัฐสภาอียู

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ารัฐสภายุโรป (อียู) ส่งหนังสือเชิญถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมหรือเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศสว่า เข้าใจว่า สนช.คงมีความคิดเห็นเรื่องนี้ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศยังไม่เห็นหนังสือ ต้องขอตรวจสอบก่อนว่าเรื่องมาจากฝ่ายใด ใครเป็นคนเชิญ ที่ผ่านมาทราบว่ามีการล็อบบี้รัฐสภายุโรปหลายเรื่อง คงจะไม่พลาดที่จะรวมเรื่องดังกล่าวด้วย รัฐสภาอียูเขาบอกตนมา ขอไปตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าอะไรเป็นอะไร ขณะนี้ทราบจากสื่อทั่วไป แต่เรามีข้อมูลจากบรัสเซลส์ว่ามีการล็อบบี้ ส่วนที่ใช้คำว่า “Khun” แทนคำว่า Miss แสดงว่าคุ้นเคยกัน รู้ถึงวัฒนธรรมไทย ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่สะท้อนให้เห็นว่าคนเขียนรับรู้ว่าเป็นคำที่ใช้ในบ้านเมืองของเรา

คสช.รอตรวจสอบที่มา จม.เชิญ

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทราบแต่เพียงข้อมูลที่มีเผยแพร่ผ่านสื่อ เท่าที่ดูเป็นเรื่องส่วนตัวของอดีตนายกฯ ยังไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคสช. แต่หากยื่นขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศมายัง คสช.ก็ต้องตรวจสอบว่าจดหมายนี้มีที่มาที่ไปและวัตถุประสงค์เป็นอย่างไร ต้องพิสูจน์ทราบความน่าเชื่อถือก่อน เพราะถ้าเป็นหนังสือเชิญแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ประเด็นเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนรวม ก็ต้องเข้าไปดูรายละเอียดว่ามีความชัดเจนมากน้อยแค่ไหน เมื่อถามว่า รัฐบาลตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการล็อบบี้รัฐสภายุโรปหรือไม่ พล.ต.วีรชน กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้ตั้งข้อสังเกต ทราบแต่เพียงว่า มีคนที่ติดตามข้อมูลและตั้งข้อสังเกตผ่านสื่ออยู่ว่ามีความพยายามทำให้จดหมายนี้เกิดขึ้น

“บิ๊กป้อม” ชี้ “ปู” ไปนอกแล้วแต่ศาล

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่ากรณีรัฐสภายุโรปเชิญน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ตนไม่ทราบ เรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้อยู่ในกระบวนการ คสช.เป็นเรื่องศาล ต้องไปถามศาล เมื่อถามย้ำว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปนอกประเทศได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้ไปถามศาล

“บิ๊กตู่” สอนมารยาทสหภาพยุโรป

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึง กรณีรัฐสภายุโรปส่งหนังสือเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองภายหลังรัฐประหารว่า ขณะนี้ คสช.กำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ แต่จะต้องฟังข้อพิจารณาของศาลด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องทางคดี และโดยมารยาทควรเชิญฝ่ายรัฐบาลไปชี้แจง ตนพร้อมชี้แจงทุกอย่าง เพราะถ้าอย่างนี้จะกลายเป็นกรณีฟังความข้างเดียวหรือไม่ เป็นการไม่เคารพกลไกของกฎหมายไทยหรือไม่ ก็ขอร้องสื่ออย่าไปเขียนรุนแรง เพราะเดี๋ยวจะหาว่าตนไปตำหนิอียู ซึ่งก็ค้าขายกันอยู่

แย้มมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว

เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศจากศาลก่อนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าศาลมีคำสั่งไว้อย่างไรต้องฟังศาลก่อน แล้วจากนั้น คสช.จะได้มากรองเพิ่มอีกครั้งหนึ่งว่าควรหรือไม่ควร อย่าได้มาถามแหย่ตนจะให้ไปหรือไม่ให้ไป เพื่อที่จะให้เขามาด่า ตอนนี้กำลังพิสูจน์อยู่ว่าเอกสารนั้นจริงหรือไม่ ใครเซ็นมา ยังไม่รู้เลย ความจริงถ้าเป็นเรื่องของสภา ต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศมา ลองคิดจะไปทำหนังสือถึงคนในประเทศเขาให้มาชี้แจง โดยหลักการไม่ทำอย่างนี้หรอก ไม่ใช่ว่าตนจะไปดื้อแพ่งอะไรกับเขา ไม่ยินยอม แต่ประเทศไทยต้องคือประเทศไทย คำว่าไทยนั้นสำคัญ กฎหมายไทยต้องมีอยู่ ถ้าคนของเราไปให้เขาทำตรงนี้คือปัญหา ต้องประณามคนเหล่านี้ ตนมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่พูดไม่ได้

ศาลใช้ดุลพินิจดูความเหมาะสม

นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า การที่จำเลยจะขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ ต้องดูเงื่อนไขที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เป็นเรื่องที่ศาลต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาความเหมาะสมตามความจำเป็นและสมควร คู่ความหรือผู้ขอสามารถจะแสดงเหตุผลและความจำเป็นอย่างไรก็ได้ แต่ศาลจะใช้ดุลยพินิจว่าน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด จะไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำเชิญจริงหรือไม่ หรือจะมีการหลบหนีหรือไม่ ซึ่งศาลอาจจะมีการวางเงื่อนไขที่จะอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่อนุญาตก็ได้ แต่ถ้าศาลอนุญาตอาจจะให้วางหลักประกันเพิ่มขึ้นก็ได้ ต้องใช้ดุลพินิจของศาล ไม่อาจคาดเดาได้

พท.บี้ “บิ๊กตู่” โชว์เปิดกว้างเสรีภาพ

ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐสภายุโรปส่งหนังสือเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์มา ถือว่าเป็นประโยชน์และเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศไทย จะช่วยยืนยันให้ประชาคมยุโรปเห็นว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง กำลังร่างรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญที่สุดรัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนขั้นพื้นฐาน คือไม่ได้ห้ามเดินทางออกนอกประเทศเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ คดีความยังไม่ถึงที่สุด ถ้าหัวหน้า คสช.จะรีบฉวยโอกาสนี้ประกาศให้ประชาคมยุโรปได้ทราบว่าไทยเราจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมยกร่างรัฐธรรมนูญ จะอนุญาตให้นักศึกษาและประชาชนทำกิจกรรมด้านประชาธิปไตยได้ตามปกติ จะไม่มีการควบคุมตัวผู้เห็นต่างทางการเมืองอีกต่อไป เชื่อได้ว่าภาพลักษณ์ของไทยจะดีขึ้นในสายตาของโลกประชาธิปไตยแน่นอน

การันตี “ปู” ไม่หนี–ไม่ให้ร้ายประเทศ

นายสุรพงษ์กล่าวว่า อยากฝากถึงหัวหน้าคสช.ด้วยว่า พวกที่กล่าวหาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะฉกฉวยโอกาสหนีคดีนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนหยัดต่อสู้คดีมาโดยตลอด ไปศาลทุกครั้ง กล้าหาญยิ่งกว่าผู้ชายอกสามศอกหลายคน ดีกว่าคนบางคนบางจำพวกที่ชอบพูดจาใส่ร้ายป้ายสี พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น ที่สำคัญที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์คงจะไม่ไปพูดให้ร้ายต่อประเทศชาติตัวเองแน่นอน คนเคยเป็นผู้นำประเทศนั้นด้วยวุฒิภาวะและประสบการณ์ หวังว่าหัวหน้า คสช.จะพิจารณา การที่หนังสือเชิญไม่ได้กำหนดวันเชิญ เพราะเป็นหนังสือเชิญแบบเปิดและลงนามโดยประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศและประธานคณะกรรมาธิการด้านความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศในภาคพื้นเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ของรัฐสภายุโรป ไม่ใช่เป็นหนังสือเชิญจากใครก็ไม่รู้ ที่มีพวกจิตใจต่ำ พยายามอวดรู้มากล่าวหา คสช.ก็ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรในเมื่อ พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ก็ไปพูดในเวทีโลกอยู่ตลอดเวลาว่าจะเดินตามโรดแม็ป จะมีรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับของสากลและจะมีการเลือกตั้งกลางปี 60

“วรงค์” สะกิดระวังซ้ำรอย “ทักษิณ”

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คิดว่าการเชิญครั้งนี้ไม่ปกติ มีคนตั้งข้อสังเกตส่งมาให้ตน พบว่า จดหมายจั่วหัววันที่ 7 ต.ค.2015 แต่ทำไมเพิ่งเป็นข่าวช่วงนี้ และไม่ระบุว่าให้ไปวันไหน พบกับใคร สถานที่ไม่ระบุให้เลือกระหว่างกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม หรือเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งบุคคล 2 คน ที่ลงนามในหนังสือ ไม่ระบุตำแหน่งในรัฐสภายุโรป แต่ใช้จดหมายหัวกระดาษของรัฐสภายุโรป ถ้าเป็น ส.ส.ยุโรป 2 คนที่เชิญก็ไม่เกี่ยวกับองค์กรรัฐสภายุโรป และถ้าเป็นการเชิญส่วนตัว ก็ไม่แปลกใจว่าเป็นการล็อบบี้ของพวกเพื่อไทย เพื่อใช้จดหมายป่วน คสช. เพื่อเป็นข้ออ้างด่า คสช.ต่อ จึงฝากกระทรวงต่างประเทศช่วยเช็กว่าบุคคล 2 คนที่ลงนามนี้คือใคร และเชิญในฐานะใด ที่น่าตลกคือ ใช้คำนำหน้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า “คุณ” ในภาษาราชการของอังกฤษหรืออียูคงไม่มีใช้คำว่าคุณเป็นคำนำหน้า ทั้งนี้ สาระในจดหมายเชิญคล้ายประเด็นที่คนพรรคเพื่อไทยพูด และหมิ่นเหม่ต่อการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย น่าจะมีการล็อบบี้ให้เชิญนี้ตามทฤษฎีโลกล้อมประเทศ คสช.ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจอาศัยให้ข่าวทำร้ายประเทศตนเอง เพื่อเอามาอ้างที่จะไปแล้วไม่กลับ ทำให้นึกถึงการที่นายทักษิณ ชินวัตร ขอไปดูกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีนเมื่อ 7 ปีก่อน

“พิเชษฐ” แนะต้องตีโจทย์ให้แตก

ด้านนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในประเทศไทยคนอาจไม่ชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะรู้ดีว่าทำอะไรไว้ แต่ชาติตะวันตกไม่ได้ใส่ใจรายละเอียด แต่สนใจแค่ที่มาของรัฐบาลและการใช้อำนาจของรัฐบาล จึงมองปัญหาจากภายนอก และรับรู้ข่าวสารว่าประเทศไทยมีรัฐบาลทหารที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ มีการใช้คำสั่งอะไรต่างๆ ยิ่งได้กระแสของนางอองซาน ซูจี ผู้นำหญิงของพม่า ที่พรรคเพิ่งชนะเลือกตั้ง ก็มองถึงอดีตนายกฯไทยที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แม้จะเทียบกันไม่ได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องมองและตีโจทย์ให้แตกว่าเหตุใดอียูจึงเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปพูด ทั้งที่มีข้อเท็จจริงแล้ว อียูเขาไม่มีอารมณ์ร่วมใดๆในสถานการณ์หรือในบริบทการเมืองไทย เพียงแต่เขามองที่รูปแบบประชาธิปไตยเท่านั้น

กรธ.เปิดร่างแรก รธน. 29 ม.ค.59

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้วางกรอบการทำงานช่วงถัดไป โดยแบ่ง ออกเป็น 9 ขั้น ดังนี้ 1.ภายในวันที่ 8 ม.ค.59 กรธ.จะพิจารณาความคิดเห็นของประชาชน และข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย เพื่อนำมาร่างแต่ละหมวดให้แล้วเสร็จ 2.ระหว่างวันที่ 11-17 ม.ค. เดินทางไปต่างจังหวัด พิจารณาร่างทั้งฉบับให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้การออกนอกสถานที่ไปทำงานนี้ ไม่ใช่เพื่อป้องกันการล็อบบี้ แต่เพื่อต้องการให้ กรธ. มีสมาธิทำงานได้อย่างเต็มที่ 3.ระหว่างวันที่ 18-26 ม.ค. จะทบทวนร่างและถ้อยคำ บทเฉพาะกาล ตลอดจนสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับพิมพ์เผยแพร่ 4.วันที่ 29 ม.ค. ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกให้หน่วยงานนำไป เผยแพร่ต่อประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็น

29 มี.ค. ปิดจ๊อบส่งต่อทำประชามติ

นายชาติชายกล่าวว่า 5.ภายในวันที่ 15 ก.พ.59 คสช. ครม. สนช. สปท. และบุคคลทั่วไป จะต้องส่ง ความคิดเห็นข้อเสนอแนะต่อ กรธ. 6.ระหว่างวันที่ 16 ก.พ.-20 มี.ค. ปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญตามข้อ เสนอแนะ 7.ระหว่างวันที่ 21-28 มี.ค. ตรวจสอบความสอดคล้องของถ้อยคำ 8.วันที่ 29 มี.ค.ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ และ 9.วันที่ 30 มี.ค. จะทำพิธีส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้กับรัฐบาล ตามรัฐ-ธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่กำหนดให้ กรธ.ต้องยกร่างฯภายใน 180 วัน ขั้นตอนต่อจากนี้ทางรัฐบาลจะนำร่างส่งให้ กกต. เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดออกเสียงประชามติในเดือน ก.ค.ว่า จะเห็น ชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ส่วน กรธ.และเครือข่ายเองจะทำหน้าที่ชี้แจงเนื้อหาสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญกับประชาชน ตลอดระยะเวลา กว่า 3-4 เดือน ก่อนทำประชามติ เพื่อชี้ให้เห็นข้อดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะช่วยเราก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพัฒนาประเทศเหมือนที่ผ่านมาอีก

ศาล รธน.ฟันคุณสมบัตินักการเมือง

นายชาติชายกล่าวอีกว่า ส่วนการพิจารณาเนื้อหารายมาตรา ยังคงอยู่ในหมวดศาลรัฐธรรมนูญเรื่องอำนาจหน้าที่ โดยจะให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจชี้ขาดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพ้นจากตำแหน่ง หากพบว่าขาดคุณสมบัติหรือประพฤติขัดจริยธรรม ส่วนองค์กรที่มีอำนาจส่งให้ศาลวินิจฉัย น่าจะเป็นไปตามกลไกเดิมคือ ป.ป.ช. สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส. ส.ว. และบุคคลทั่วไป อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาส่วนศาลเสร็จแล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาโครงสร้างอำนาจฝ่ายบริหาร ที่ใช้เวลาพิจารณาหมวดศาลรัฐ-ธรรมนูญอยู่นานพอสมควร เพราะอยากให้ศาลรัฐ-ธรรมนูญทำหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหวังว่าเป็นองค์กรที่พึ่งสุดท้ายที่จะคอยวินิจฉัยข้อขัดแย้ง จากวิกฤติการเมืองที่อาจ เกิดขึ้นได้อีกในวันข้างหน้า สอดคล้องกับหลักการที่ยืนยันมาตลอดว่าไม่อยากสร้างองค์กรใหม่ขึ้นมา

กมธ.ดันเชือด กกต.เกียร์ว่างซื้อเสียง

ด้านนายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สปท. แถลงความคืบหน้าการทำงานของ กมธ.ว่า กมธ.การเมืองมีข้อสรุปเบื้องต้นเสนอแนวคิดการปฏิรูปประเทศที่จะส่งไปให้ กรธ.ได้แก่ การทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตเที่ยงธรรม และการให้ร่างรัฐธรรมนูญ ตลอดจนกฎหมายลูกมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสังคมไทย โดยเสนอให้ลงโทษคดีทุจริต ที่มีความจงใจส่อทุจริต โดยไม่รอลงอาญา ยกเว้นกรณีรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การลงโทษต้องทำใน สมัยเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่ปล่อยเวลานานเป็น 10 ปี แล้วดำเนินการ ทั้งนี้หากพบการทุจริตเลือกตั้ง กกต.ในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้งต้องได้รับบทลงโทษ ฐานปล่อยปละละเลย ขณะที่ผู้ทุจริตต้องถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

ให้มี ส.ว. 200-250 คนคอยถ่วงดุล

นายวันชัยกล่าวว่า ส่วนระบบการเลือกตั้ง ควรมี ส.ส. 400 คน ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใช้ระบบวันแมนวันโหวตคือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1 คน มีสิทธิเลือก ส.ส.ได้ 1 คน ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และใช้จำนวนประชาชนในพื้นที่กำหนดเขตเลือกตั้ง ส่วนที่มาของนายกฯจะเป็น ส.ส.หรือคนนอกก็ได้ แต่กรณีเป็นนายกฯคนนอกต้องได้รับ เสียง 3 ใน 5 ของสภาฯ ส่วนนายกฯที่เป็น ส.ส.ต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯคือ 240 คน โดยต้องเลือกนายกฯให้ได้ภายใน 30 วัน ถ้าเลือก ไม่ได้ในกำหนดเวลา ต้องยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน สำหรับที่มาของ ส.ว. ควรให้ ส.ว.ทำ หน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบทางการเมือง แต่ไม่มีอำนาจถอดถอนทางการเมือง ขณะที่จำนวน ส.ว. ที่ประชุมยังไม่ตกผลึก คาดว่าจะมี 200-250 คน แต่วิธีการ ได้มาของส.ว.ยังถกเถียงกันอยู่ ต้องหารืออีกครั้ง

“ทินพันธุ์” ขีดเส้นส่งแผนปฏิรูป 9 ธ.ค.

ช่วงบ่าย ที่รัฐสภา ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พร้อมนาย อลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 และน.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.คนที่ 2 พบปะสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานประจำเดือนของ สปท. โดย ร.อ.ทินพันธุ์กล่าวว่า การทำงานของ สปท.อยู่ในโรดแม็ปที่ 2 ระหว่างวันที่ 11 พ.ย.- 9 ธ.ค. ที่ให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศทั้ง 11 ด้าน กลั่นกรองแผนปฏิรูปและข้อเสนอ 37 วาระที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำเสนอมา กมธ.คณะต่างๆต้องเสนอแผนปฏิรูปต่อ สปท.ภายใน 30 วัน หรือวันที่ 9 ธ.ค. ยอมรับว่า สปท.ยังไม่มีศึกษาแนวทางปฏิรูปเรื่องใหม่ ขอสานต่อแนวปฏิรูปเดิมของ สปช.ที่ทำไว้ดีมาก เพื่อผลักดันออกมาให้เป็นกฎหมายให้ได้

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 กล่าวว่า ขณะนี้ กมธ.ปฏิรูปทั้ง 11 ด้านกำลังเร่งดำเนินงานเพื่อส่งการบ้านภายในกำหนด โดยกำชับให้ทำงานเป็นทีมเวิร์กระหว่างแม่น้ำ 5 สาย ซึ่งในช่วงเดือน ธ.ค.แม่น้ำ 5 สาย จะไปรับฟัง ความเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ เพื่อฟังความเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ทั้งนี้ในวันที่ 1 ธ.ค. ไปที่ จ.สงขลา วันที่ 8 ธ.ค. ที่ จ.ชลบุรี วันที่ 9 ธ.ค. ที่ จ.นครราชสีมา และวันที่ 15 ธ.ค. ที่ จ.เชียงใหม่

“บิ๊กตู่” ย้ำกลาง ธ.ค.สรุปพิมพ์เขียว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวว่า แนวการปฏิรูปต้องขับเคลื่อนให้เร็ว และต้องคุยกับ สปท.ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ประมาณกลางเดือน ธ.ค. ต้องสรุปให้ตรงกันว่าจะปฏิรูปอะไร จะดูว่าจะมาทำอะไรเพิ่มบ้าง จากนั้นดูเรื่องงบประมาณ จัดทำรายงานโครงการให้สอดคล้องกับเวลาให้สัมฤทธิ์ผลภายในปี 60 ที่เหลือส่งต่อ ส่วนการเลือกตั้งอยู่ที่ว่าเลือกแล้วได้คนดีอย่างไร ถ้าทำไม่ดีตีเช็คเปล่า ให้ ส.ส.ไปทำทุกอย่างให้อำนาจเขา กลไกนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ต้องมีการถ่วงดุล แล้ว ส.ส. และ ส.ว.ถ้ามาจากการเลือกตั้งทั้งคู่แล้วใครจะค้านใครได้ ไปหามา ส.ส. และ ส.ว. จะทำอย่างไร อย่างไรก็ตามเห็นใจ กรธ. สปท. ความขัดแย้งสูงมาก

อ้างมี คปป.ทหารไม่ต้องปฏิวัติ

นายกฯยังกล่าวถึงกรณีที่ คสช.มีข้อเสนอแนะ 10 ข้อส่งไปยัง กรธ.ว่า เป็นเรื่องที่ส่งมาจากคสช. หลังไปฟังความคิดเห็นและให้บันทึกส่งมาให้ตน 10 ข้อ แต่ในนั้นมีสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วย จึงให้เป็นเรื่องของ กรธ. นำไปพิจารณาเป็นข้อมูล ใช่ว่าจะเอาไปทำทั้งหมด ไม่ใช่คำสั่ง เมื่อถามถึงข้อเสนอให้มีกลไกแก้ทางตันเมื่อบ้านเมืองเกิดวิกฤติ นายกฯกล่าวว่า เขาเสนอมา เพราะไม่อยากให้ตนปฏิวัติ แต่กลไกอะไรให้ไปหามา เมื่อถามอีกว่าเหมือนต้องการให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่รู้ ให้ไปหามา ให้มี คปป.ได้มั้ยเล่า ต้องทำประชามติไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่เห็นด้วยกับ คปป.ก็เขียนเอา มันก็ไม่ผ่าน นึกว่าอยากปฏิวัตินักเหรอ มันง่ายนักหรือไงการปฏิวัติ มันเสี่ยงทุกคนนั้นแหละ ถ้าไม่สำเร็จจะเกิดอะไรขึ้น ผมคงไม่ได้ยืนตรงนี้ ถูกประหารชีวิตไปแล้ว ตรงนี้คือความเสี่ยง แต่ต่อให้เสี่ยงเท่าไรก็ตาม ถ้าเพื่อประเทศทำได้หมด ผมโตมากับคำนี้ ตายก็ตายกับคำนี้ ชาติหน้าก็เป็น แบบนี้อีก ถ้าได้เกิด” นายกฯกล่าว

รัฐหวั่นเสียค่าโง่ฟิลลิปมอร์ริส

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงเรื่องการทุจริต ผิด กฎหมายต่างๆว่า ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ตนไม่ได้ไปกดดันให้ใครเลิกสอบ ชี้ใครผิด หรือไม่ผิด ไม่ใช่หน้าที่ของตน หน้าที่ของตนคือนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อย่างเรื่องที่บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส หลีกเลี่ยงภาษีบุหรี่ 6.5 หมื่นล้านบาท เกิดขึ้นมากี่ปีแล้ว รัฐบาลไหนทำมา เมื่อมาถึงตนเวลาจะหมดแล้ว จึงให้ฝ่ายกฎหมายไปดู เพราะในนั้นมีทั้งวิกฤติคือถ้าแพ้ก็หนักหนาสาหัส และมีโอกาสชนะคดี คดีนี้การเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย และถ้าฟ้องศาลแล้วจะเป็นอย่างไรตนไม่รู้ ทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ถ้าหากเสียหายต้องจ่ายเงินเหมือนกับคดีค่าโง่คลองด่าน

“จเร”ร่อน จม.แจงสร้างรัฐสภาใหม่อืด

วันเดียวกัน นายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก เพื่อชี้แจงและขอความเป็นธรรมกรณีถูกตั้งข้อหาทุจริตต่อหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยร้ายแรงกรณีโครงการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า โดยระบุว่าความล่าช้า เกิดจากหลายปัจจัยทั้งการส่งมอบที่ดินล่าช้า ปัญหาบริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมาก่อสร้างไม่สามารถทำงานได้ทันตามกำหนดเดิม ที่หมดวันที่ 24 พ.ย.58 จึงเสนอขยายสัญญาก่อสร้างและขอแก้ไขแบบก่อสร้างแต่ไม่แสดงรายละเอียด ตนและคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างเห็นว่าคำร้องดังกล่าวชี้แจงเหตุผลไม่ครบถ้วน จึงไม่อนุมัติขยายเวลาแต่ไม่มีเจตนาละเลยให้เกิดความล่าช้า ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการบริจาคมูลดินที่นำไปบริจาค ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เกิดขึ้นในสมัยนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีการแจ้งว่าตัวแทนนำดินไปใช้ไม่ถูกต้อง จึงได้สั่งยุติการบริจาคมูลดินทันที

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ข่าวการเมืองประยุทธ์ จันทร์โอชาตรวจสอบพบความเคลื่อนไหวประวิตร วงษ์สุวรรณมวลชนพื้นที่ภาคอีสานสร้างสถานการณ์ความไม่สงบลอยกระทงปีใหม่ข่าวไทยรัฐออนไลน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้